แบ่งปัน

วันที่ 17/10/2560 ผมทำงานปกติโดยถือว่าเป็นวันที่ค่อนข้างยุ่งมากวันหนึ่งของผม เฉกเช่นทุกวัน แต่วันนี้จะค่อนข้างยุ่งพิเศษเพราะมีทั้งงานขายที่หน้าร้าน และ งานขายออนไลน์ จัดส่งของกันเป็นว่าเล่นกว่า 60 รายการเลยก็ว่าได้เพราะวันนี้เป็นวันที่ผมจัด Clearance Sale รองเท้า fi’zi:k R1B ด้วยซึ่งได้รับความสนใจจากนักปั่นหลายๆท่าน ในราคาที่เรียกว่าถูกกว่าราคาเต็มถึง 35% !! หลังจากรอบแรกในช่วงเที่ยงเสร็จ ก็กลับมาถึงร้านนั่งพัก สักพักก็แพ็คของจัดส่งในรอบเย็น ในช่วงเวลา 17.30น. ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา ก็เหลือบไปมองที่หน้าจอของรถก็เห็นชื่อของพี่ป๊อบ หรือ คุณวีระศักดิ์เจ้าของบริษัทโปรไซเคิลจำกัด ผมก็คุยกันเป็นปกติวันละหลายๆ เวลาอยู่แล้ว แต่ในครั้งนี้ น้ำเสียงของพี่ป๊อบค่อนข้างตื่นเต้น และ ดูร้อนรน ผมก็เลยสอบถามไปว่าพี่เป้นอะไรรึเปล่า ตามประสาของผม เสียงพี่ป๊อบตอบกลับมาว่า คุณเดียร์ช่วยแจ้งลูกค้า VIP ของที่ร้านคุณเดียร์ที แล้วมาแจ้งผมทีว่ามากี่ คน ผมก็ฮะ อะไรนะพี่แจ้งทำไม ในหัวมึนๆงงๆ จนพี่ป๊อบก็เอ่ยขึ้นมาว่า เออ ผมลืมบอกนี่หว่า พรุ่งนี้ หรือ ในวันที่ 18/10/2560 เวลา 16.00น. รวมพลที่ร้าน Bike Station นะ Michal Kwiatkowski จะมาพบปะพูดคุยพวกเราที่นั่น ผมได้ยิน ฮะ ใครนะ Michal Kwiatkowski (มิคฮาล เควียตคอฟสกี้)

หรอ นี่มันนักปั่นคนโปรดผมเลยนะพี่ ผมแอบตื่นเต้นในใจ แต่ในหัวคิดว่าต้องรีบแจ้งลูกค้าละ ขอสัก 4-5 คนละกันจะได้ไม่เปลืองพื้นที่ร้านอื่น พอคิดได้ผมเลยบอกพี่ป๊อบ ผมขอไปโทรแจ้งลูกค้าผมก่อนโดยในใจที่ผมคิดไว้ คือ 1.พี่อ้วน 2.เจ้าป๊อบ 3.เจ้าจุ่น 4.เจ้าเอ 5.พี่ช้าง แต่พี่ช้างนี่งานยุ่งมาก คงต้องตัดไปได้เลย ผมก็ไล่โทรทีละคน พร้อมทั้ง ประกาศในกลุ่มไลน์ Crazie Bike ด้วย สรุปเลยได้ มา 4 คน คือ พี่อ้วน ป๊อบ เจ มินต์ รวมผมพอดีก็เป็น 5 คน พร้อมทั้งบอกให้ป๊อบนำจักรยานคันเก่ง Pinarello Dogma F10 Team Sky คันเก่งไปให้ Michal Kwiatkowski เซ็นต์ด้วยนะ ทุกคนตอบตกลง ผมก็โล่งใจ พร้อมทั้งโทรไปแจ้งพี่ป๊อบถึงจำนวนลูกค้าที่ผมจะพาไปงาน Meet & Greet ครั้งนี้พี่ป๊อบตอบโอเค ช่วยแจ้งพี่เพ้งที (พี่เพ้ง คือ เซลล์ของบริษัทโปรไซเคิลที่ดูแลร้าน Crazie Bike ของผม) พี่เพ้งรับทราบทั้งจำนวน และ รายชื่อ ก็เป็นอันเสร็จสิ้นภาระกิจเร่งด่วนของผมในครั้งนี้ นั่งพักเล่นสักพักในระหว่างช่วงที่ทานอาหารเย็น ไลน์เด้งมาเป็นชุดรัวๆ พี่ป๊อบอีกแล้ว 55 ในใจนึกเลยพี่ป๊อบตื่นเต้นแน่นอน ผมอ่านไลน์ คุณเดียร์ ผมจะตั้งคำถามอะไรถาม Michal Kwiatkowski ดี ด้วยนิสัยของผมที่ชอบแกล้งพี่ป๊อบเพื่อให้พี่ป๊อบผ่อนคลายก็เลยพิมพ์ตอบกลับไปแบบกวนๆ ว่า พี่ก็ถามว่า เค้าเป็นคนที่ไหน เกิดเมื่อไร ปั่นจักรยานเมื่อไร แล้วทำไมถึงปั่นจักรยานละ พี่ป๊อบตอบกลับมาว่าเสี่ยวมาก ในใจผมนึกขำขึ้นมา สำเร็จตามแผนการ พี่ป๊อบดูผ่อนคลายลง ผมเลยบอกสิ่งที่ผมคิดให้พี่ป๊อบได้ฟังอีกที พี่ลองถามเค้าสิ ว่าแชมป์ที่เค้าได้งาน Milan San Remo เค้ารู้สึกอย่างไรบ้าง แล้วก็เค้าสนิทกับ Peter Sagan แค่ไหนเห็นในข่าวว่าสนิทกันและแข่งขันเบียดบี้อันดับกันมาตั้งแต่เด็กๆแล้วนิ พี่ป๊อบ ก็เออเนอะเป็นความคิดที่ดี และ คิดไว้เหมือนกันนะ พอคุยได้สักพักก็แยกย้าย ผมก็กลับไปที่ร้านตรวจเช็คสิ่งๆต่างสักพัก ก่อนกลับบ้าน ณ เวลา 22.00น. เสียงโทรศัพท์มาอีกแล้ว !! ผมชำเลืองตามอง พี่ป๊อบอีกครั้ง ผมกดรับ คุณเดียร์ย้ายสถานที่ คนมาเยอะจัด เกรงว่าที่ร้าน Bike Station จะไม่สะดวก ผมฟังแล้วถามไป แล้วพี่ไปที่ไหน พี่ป๊อบบอก Early Bite Cafe ดีไหม ผมบอกเอ้อดีเลย สถานที่ค่อนข้างดี แถมอาหาร การกินเครื่องดื่มครบ ที่สำคัญสะดวกหลายๆอย่าง ผมก็คุยกันสักพัก ผมเลยสอบถามพี่ป๊อบว่า พี่ป๊อบผมว่าผมจะเขียนบทความเกี่ยวกับงาน Meet & Greet Michal Kwiatkowski ดีไหม แล้วผมจะได้เกริ่นถึงประวัติความเป็นมาของ Michal Kwiatkowski ด้วย พี่ป๊อบบอกว่าดีเลย ผมเลยตอบโอเค และ วางสายไป พร้อมทั้งอาบน้ำอาบท่า เสร็จ ณ เวลา 23.00น. เวลาประจำที่ผมใช้ขีดเขียนบทความในทุกๆครั้งก็ได้เริ่มขึ้นจึงเกิดบทความในครั้งนี้ขึ้นมาครับ เกริ่นมาซะเยอะ เรามาทำความรู้จัก Michal Kwiatkowski ไปพร้อมๆกันดีกว่าครับ

Michal Kwiatkowski หรือ Flowerman, Kwiatek ในชื่อเล่นของเขาเกิดเมื่อวันที 2 มิถุนายน 1990 อายุ 27 ปี เกิดที่เมือง Chełmża ประเทศ Poalnd สูง 176CM น้ำหนัก 68KG

Team Affiliations : สังกัดทีม

2017 – Team Sky
2016 – Team Sky
2011 – Team RadioShack

Key Results : รายการค่างๆที่คว้าแชมป์

1st World Road Race Championships 2014
1st Milan-San Remo 2017

1st Amstel Gold Race 2015

1st Strade Bianche 2014, ’17

1st Clasica San Sebastian 2017

1st overall Volta ao Algarve 2014

Michael Kwiatkowski on the podium after winning the Stage 3 Time Trial of the 2014 Volta ao Algarve

1st National Road Race Championships 2013
1st National Time Trial Championships 2014, ’17

1st World Team Time Trial Championships 2013 

2nd Amstel Gold Race 2017
2nd Tour of the Basque Country 2014
2nd Tour of Britain 2014
2nd Paris–Nice 2015
2nd Volta ao Algarve 2013, ’15, ’17

3rd Liège–Bastogne–Liège 2014, ’17
3rd La Flèche Wallonne 2014
3rd Driedaagse van West-Vlaanderen 2011
3rd Three Days of De Panne 2011
3rd Tour du Poitou-Charentes 2011

Milan Sanremo 2017 – 108th Edition – Milano – Sanremo 291km – 18/03/2017Ê- Michal Kwiatkowski (POL – Team Sky) – Antonio Rossetto – photo Dario Belingheri/BettiniPhoto©2017

ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า Michal Kwiatkowski นั้นไม่ใช่นักปั่น No Name แต่อย่างใดเค้าคือนักปั่นระดับโปรทัวร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังชนะรายการแล้วรายการเล่าไม่ว่าจะเป็นจักรยานประเภทเสือหมอบ หรือ ไทม์ไทรอัลเองก็ตาม หรือ หลายครั้งหลายคราที่ผมเห็นว่า Michal Kwiatkowski จะทำหน้าที่ Super Domestic ขวดน้ำต่างๆไปเต็มหลังของเค้าเพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับเพื่อนร่วมทีมหลายๆคน ผมจึงประทับใจในตัวของเขาเป็นอย่างมากในจุดนี้อีกด้วยครับ นอกจากเก่ง แล้วยังปฏิบัติตามแผนได้ดี เป็นคนมีน้ำใจ และ ที่สำคัญเป็นคนทะเล้นๆ ดูขี้เล่นในวันสบายๆของเขาอีกด้วยหลังจากที่เราพอรู้ประวัติของ Michal Kwiatkowski กันไปคร่าวๆแล้ว เรามาชมบรรยากาศ พบปะพูดคุยกันแบบใกล้ชิด กับ เจ้าตัวกันบ้างดีกว่าช่วงบ่ายของวันที่ 18/10/2560 หลังจากเตรียมหารูปหล่อๆ เท่ๆ ของ Michal Kwiatkowski ในช่วงเช้า หาร้านปริ๊นเสร็จ ก็รีบส่งของ เคลียร์งานเพื่อให้ว่างในช่วงนี้ วันนี้ทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมๆกัน ในวันที่ฝนตกหนักมากด้วยทำให้ทุกอย่างไม่ค่อยได้ดั่งใจนึก และ ในเวลา 15.00น. ผมก็ได้เดินทางถึงร้าน Early Bite Cafe สถานที่จัดงานของครั้งนี้ และ เป็นร้านประจำของทางบริษัทโปรไซเคิลไปแล้วก็ว่าได้เนื่องจากสถานที่อำนวย ชา กาแฟอร่อย และ ที่สำคัญอาหารอร่อยด้วย พอเดินเข้าถึงร้าน ก็ได้เจอพี่นุ ทีมงานโปรไซเคิล และ พี่อ้วนได้มาถึงก่อนแล้ว ก็เข้าไปพบปะทักทายตามประสาเด็ก และ ผู้ใหญ่ คุยกันได้สักพัก ก็หยิบกล้องมาดู แม่เจ้าโว้ย ลืม เมม !!! ทำไงดีละเนี่ย รีบหาห้างใกล้ๆ และ นึกขึ้นได้ ที่ Int ห้างใกล้ๆ มี Istudio น่าจะมีแน่จึงเดินทางไปเพื่อจัดซื้อ เมมกล้อง พอเดินทางไปถึง ก็ได้สอบถามพนักงานมี SD CARD ไหม และ ได้ยินเสียงสวรรค์ มีค่ะ โอ้วผมรู้สึกโล่งใจเป้นอย่างมาก พอซื้อเสร็จก็เดินทางกลับมาที่ร้าน Early Bite Cafe ก็เริ่มทำการเก็บบรรยากาศต่างๆ ในงานครั้งนี้

พี่นุ และ พี่หนุ่มเขียนรายชื่อลูกค้าที่เดินทางมางานในนามของร้าน Bike Station คูนเจ้าของเพจ Duckingtiger ชื่อดังกำลังสนทนาอย่างเมามัน น้องทีมงานอีกคนของ Duckingtiger กำลังเทสระบบ Live เพื่อเตรียมตัวออกอากาศ พี่อ้วนลูกค้า Super Vip Member ของทางร้านเครซี่ไบค์ของเรา น้องป๊อบสมาชิกใหม่ของทีม Crazie Bike ของเราก็กับมาดเนี๊ยบๆ สบายๆ พี่นุ และ เหล่าบรรดาลูกทีม VSBS รวมพล หน่อยพนักงานขนส่งของบริษัทโปรไซเคิลกำลังจัดเตรียมรถของลูกค้าที่นำมาในงานครั้งนี้ เกล็นฝ่ายการตลาดของทางบริษัทโปรไซเคิล กำลังจัดเตรียมเรื่องการ Live ในครั้งนี้พี่หนุ่ม และ พี่เพ้ง เซลล์ อันดับ 1 และ 2 ของบริษัทกับมาดเก๊กๆ เท่ๆระหว่างรอเวลาผมก็เดินถ่ายรูปเล่นไปเรื่อย ก็หันไปเจอนางแบบที่เตรียมพร้อมมากๆ เลยลั่นชัตเตอร์ให้หน่อยพี่วัติเตียหยูเฮงเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วยหวานๆ กับ พี่เอก วู๊ดแลนด์ก็มา16.00น. ตรงเวลาเป๊ะพระเอกของงาน Michal Kwiatkowski เดินทางมาถึงร้าน Early Bite Cafe เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อยรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์หลังจากนั้นไม่นานพี่ป๊อบก็กล่าวเริ่มงานในครั้งนี้ แนะนำตัว Michal Kwiatkowski พร้อมทั้งเริ่มถามคำถามแรกกันเลย

พี่ป๊อบ : คุณเคยมาที่ประเทศไทยก่อนหน้านี้หรือไม่ ?

เควียต : ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของผมที่มาเที่ยวประเทศไทย ก่อนหน้านี้ช่วงพักระหว่างซีซี่นผมจะพักผ่อนที่ประเทศโปแลนด์ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของผม

พี่ป๊อบ : คุณชื่นชอบอะไรของประเทศไทย ?

เควียต : ผมชื่นชอบทะเล และ สถานที่ท่องเที่ยงต่างๆ ในประเทศไทย ผมศึกษาทุกอย่างมาจากอินเตอร์เนตก่อนเดินทางมาที่เกาะสมุย เพื่อมาชมทัศนียภาพอันสวยงามของประเทศไทย และ ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศ ความสวยงามทะเลของประเทศไทย

พี่ป๊อบ : คุณคาดหวังหรือไม่ที่จะได้เห็นแฟนคลับจำนวนมากของคุณที่ประเทศไทย ?

เควียต : ผมไม่นึกไม่ฝันมาก่อนเลยว่า ผมจะเป็นคนที่โด่งดังและมีชื่อเสียงจนได้รับการยอมรับ และ การต้อนรับที่ดีขนาดนี้ในประเทศไทย ผมรู้สึกตื่นเต้นมากๆ และ มีความสุขมากๆ

พี่ป๊อบ : คุณชอบรู้สึกสนุกไหมในการมาเที่ยวประเทศไทยในครั้งนี้ ?

เควียต : ผมรู้สึกสนุกมากในการมาเที่ยวประเทศไทยในครั้งนี้ ได้เห็นวัฒนธรรมที่แตกต่าง และ ที่น่าสนใจมันเป็นความทรงจำที่ดีมากๆเลยล่ะ

พี่ป๊อบ : แล้วเกี่ยวกับอาหารไทยละคุณรู้สึกอย่างไร ?

เควียต : ผมรู้สึกอิจฉาคนไทยนะที่มีอาหารดีๆ และ อาหารอร่อยมากๆมาย รสชาติถูกมาก โดยเฉพาะ พวกอาหารทะเล และ อาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน ต้องบอกเลยว่ารู้สึกว่า อาหารไทยจะถูกปากผมเป็นอย่างมากเลยล่ะ

พี่ป๊อบ : ผมเคยได้ยินเกี่ยวกับการออกเสียงของชื่อของคุณในรูปแบบต่างๆ คุณช่วยบอกพวกเราทีได้หรือไม่ว่าชื่อของคุณจริงๆแล้วอ่าน และ ออกเสียงอย่างไร ?

เควียต : แน่นอนได้สิ ชื่อของผมอ่านว่า ” มิคฮาล เควียตคอฟสกี้ “ ยังไงล่ะ

พี่ป๊อบ : คุณได้รับชัยชนะในการแข่งขันต่างๆมากมายหลายรายการ แต่อย่างไรก็ดี แน่นอนละมันต้องมีสักรายการที่คุณต้องชื่นชอบมากที่สุด คุณสามารถบอกพวกเราได้ไหม ?

เควียต : ผมชอบทุกๆการแข่งขันของผมนะ ไม่ว่าจะเป็นสนามที่ผมได้แชมป์ หรือ สนามที่ผมได้ร่วมการแข่งขันแน่นอนละทุกอย่างล้วนเป็นประสบการณ์ที่ดี และ ทำให้ผมได้ทำหน้าที่เพื่อทีม แต่ชัยชนะที่ผมชื่นชอบมากที่สุด คือ แชมป์ Milan San Remo ยังไงละ ในจังหวะก่อนเข้าเส้นชัยมันทำให้ผมได้ลุ้น ได้ทำหน้าที่ที่ดีที่สุดจนวินาทีสุดท้ายเลยทีเดียว

พี่ป๊อบ : คุณช่วยบอกได้ไหมคุณถึงชอบชัยชนะในรายการ Milan San Remo ?

เควียต : แน่นอนว่า Milan San Remo เป็นสนามคลาสสิคสนามหนึ่งของรายการการแข่งขันจักรยานที่ผมชื่นชอบสนามนี้น่พหรอ ผมรู้สึกว่าในทุกๆวินาทีของสนามนี้ผมทำหน้าที่ของตนเองได้เป็นอย่างดี และ คว้าแชมป์ของรายการนี้มาครอบครองได้ด้วยชัยชนะอันเฉียดฉิว

พี่ป๊อบ : คุณจำความได้หรือไม่ว่าตอนนั้น คุณใช้พลังวัตต์สูงสุดของคุณอยู่ที่เท่าไร ?

เควียต : ผมจำไม่ได้หรอกว่าในการแข่งขันครั้งนั้น หรือ ในทุกๆครั้ง ผมใช้วัตต์สูงสุดอยู่ที่เท่าไร ผมรู้แค่ว่าก่อนเข้าเส้นชัยผมต้องกดบันไดอยู่ที่ 1000+ วัตต์ ให้ได้มากกว่า 30 วินาที เท่านั้นจริงๆ หลังจากการแข่งขันผมไม่ได้กลับมาดูอีกเลยว่าผมทำอะไรไปบ้าง เพราะฉะนั้นผมจึงจำไม่ได้ว่าผมกดไปเท่าไร (หัวเราะ)

พี่ป๊อบ : แล้วคุณมีคำแนะนำการฝึกซ้อมสำหรับคนปกติพวกเราไหม ?

เควียต : การฝึกซ้อมหรอไม่รู้สิ ผมเองปั่นจักรยานมาตั้งแต่ 10 ขวบ ขี่ทุกวัน ซ้อมทุกวันมา 17 ปี แล้ว ทุกอย่างมันมีแบบแผนในแบบของมันที่ควรจะเป็น ผมจึงไม่สามารถบอกได้ว่าต้องฝึกอย่างไร เอาเป็นว่า ซ้อมให้สม่ำเสมอ ทานอาหารให้ดี นอนพักผ่อนให้เพียงพอ คงมีแค่นี้แหละมั๊งนะ

พี่ป๊อบ : อาหารในวันที่คุณฝึกซ้อมและไม่ได้ฝึกซ้อมคุณมีวิธีทานอาหารหรือคุมอาหารอย่างไร ?

เควียต : ผมรู้สึกอิจฉาพวกคุณนะเกี่ยวกับอาหารไทย มันมีรสชาติจัดจ้านเผ็ดร้อนทำให้มีผลต่อการเผาผลาญแคลอรี่ได้อย่างดีเลยทีเดียวส่วนการทานอาหารนั้นควรเลือกทานแต่อาหารเพื่อสุขภาพ หรือ อาหารดีๆ แต่ไม่ได้เชิงว่าจะอดทานพวกอาหารทั่วไปซะทีเดียว เพียงแต่จัด และ แบ่งสัดส่วนในปริมาณที่เหมาะสม แต่อาหารไทยอร่อยขนาดนี้คงอดใจกันยากสินะ (หัวเราะ)

พี่ป๊อบ : คุณรู้สึกอย่างไรที่สามารถทุบ ปีเตอร์ ซากัน ที่หน้าเส้นจนได้รับชัยชนะของการแข่งขันในงาน Milan San Remo 2017 ?

เควียต : ในตอนนั้นหรอ ? ผมไม่ได้ได้คิดอะไรเลยจริงๆนะ แค่รู้สึกได้ว่าตอนที่ปีเตอร์ระเบิดกลุ่มที่เนินลูกสุดท้าย แล้วเราหลุดกันมา 3 คน ผม ปีเตอร์ และ จูเลี่ยน ถ้าผมไม่ทำอะไรสักอย่างที่ปลายเนินเราคงโดนไล่จับทันแน่ และ ปีเตอร์คงไปได้ไกลแน่ผมจึงไล่ตาม มาจนถึง 1 กม.สุดท้าย ผมจึงออกแรงกดสู่ลูกบันไดอย่างสุดพลัง และ ที่หน้าเส้นผมโทร์วไบรค์ จนได้รับชัยชนะครั้งนี้มา มันคู่คี่ และ สูสี มากๆเลยละ และ ในวินาทีที่ผมได้แชมป์ ปีเตอร์เข้ามาแสดงความยินดีกับผมเฉกเช่นทุกครั้งที่เราแข่งขันกันมาตั้งแต่เล็กจนโต เลยก็ว่าได้ ผมรู้สึกดีมากเลย

พี่ป๊อบ : พวกเราได้ยินเกี่ยวกับ Team Sky ว่าเป็นทีมที่มีความแข่งแกร่งจากภายในสู่ภายนอกคุณพอจะบอกให้พวกเราทราบได้หรือไม่อะไรที่ทำให้ Team Sky นั้นแข็งแกร่ง ?

เควียต : ในทีมสกายนั้นทุกคนล้วนเป็นคนที่เก่งกาจและมีศักยภาพรายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นตัวนักปั่นเอง หรือ นักโภชนาการเอง ทีมช่างเอง หรือ แม้กระทั่งทีมโค้ช ทุกคนล้วนสื่อสาร และ ทำงานกันได้อย่างลงตัวเพราะทุกคนนั้นเก่งมากๆ พอพวกเรามารวมตัวกัน หรือ อยู่ด้วยกันจะเป็นการกระตุ้น และ การผลักดันกันไปในตัวอีกด้วย และ ที่สำคัญทีมสกายจะให้ความสำคัญในการพักฟื้นในแต่ละวันของการแข่งขัน คุณจะเห็นได้จากการสร้าง Race Hub ให้นักปั่นได้พักหลังจากแข่งขันในแต่ละวันอีกด้วย

พี่ป๊อบ : ทุกๆคนเอ่ยถึงคุณว่า คุณนั้นเป็นคนที่ถนัดในการปั่นในทุกๆรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น สปรินเตอร์ ไทม์ไทรอัล หรือ แม้กระทั่งการปีนเขา คุณมีความเห็นอย่างไรบ้างกับความเห็นเหล่านี้ ?

เควียต : ผมน่ะหรอ ผมไม่ใช่คนที่เก่งกาจอะไรมากมายนัก แต่ในทุกๆครั้งที่ผมได้อยู่บนอานจักรยาน ผมจะทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของผมอย่างสุดความสารมารถ นั่นอาจจะเป็นเห็นผลว่าทำไมผมทำได้รับคำชมจากผู้ชมทั่วไปก็อาจเป็นไปได้นะ (ยิ้ม) แต่ผมว่าสำหรับผมยังคงต้องฝึกซ้อมและพัฒนาไปอีกเรื่อย อย่างไม่หยุดยั้งอย่างแน่นอน

พี่ป๊อบ : ในหลายๆครั้ง ที่เราเห็นคุณทำหน้าที่ Domestique ให้ทีม จนผู้ชมจากทั่วทุกมุมโลก ขนานนามคุณว่าเป็น Super Domestique ของทีม คุณมีความเห็นอย่างไร ?

เควียต : การเป็น Super Domestique ก็เป็นอะไรที่เค้ารู้สึกดี เพราะเค้าเองได้ทำหน้าที่ของเค้าให้กับผู้นำทีม Chris Froome ที่มีโอกาสจะคว้าแชมป์ได่มากที่สุดของทีม มันคือ Spirit ของทีม อย่าง Geraint Thomas เองก็เป็นนักปั่นที่เก่งกาจ แต่โชคร้ายที่ปีนี้เค้าไม่สามารถทำได้ ผมเชื่อว่าการที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำทีมได้ เราก็ต้องทำหน้าที่นี้มาก่อนเหมือนกัน วันนึงที่ผมเก่งขึ้น ปีนเขา และ TT ได้ดีขึ้นผมเองก็เชื่อว่าผมจะได้รับโอกาสนั้นเหมือนกัน (อย่าลืมว่าสมัยก่อน Froome ก็ปั่นให้ Wiggins มาก่อนเหมือนกัน) ผมว่ามันเป็นเรื่องของการให้โอกาสและการรับโอกาสนั้น ถ้าไม่เคยให้เลย จะรับได้อย่างไรกันละ

พี่ป๊อบ : ในการแข่งขัน TDF2017 ครั้งนี้พวกเราได้เห็นคุณโยนแว่นตา Oakley ทิ้งตอนนั้นคุณคิดอะไรอยู่ หรือ แว่นตาอันนั้นมีปัญหารึเปล่า ?

เควียต : ไม่นะทุกอย่างปกติดีผมเคยทำแบบนี้แล้วนะในสนามอื่นแต่ในครั้งอื่นนั้นไม่มีใครสนใจเหมือนในครั้งนี้ที่หลายๆคนแชร์รูปผมขว้างแว่นตาทิ้งจนเป็นกระแสต่างๆในโลกโซเชี่ยลมากมายเลย ผมก็ทำเหมือนนักปั่นหลายๆคนนะที่โยนเสื้อทิ้ง กระป๋องน้ำทิ้ง ถุงมือทิ้ง หรือ ปลอกแขน ปลอกขาต่างๆ เพียงแป๊บเดียวเท่านั้นละผู้ชมก็จะมาเก็บสิ่งของต่างๆเหล่านี้ไปเป็นที่ระลึกแล้วผมจึงไม่ได้รู้สึกแปลกแต่อย่างไร แต่อย่างไรก็ดีผมก็รู้สึกดีนะที่หลายๆคนให้ความสนใจกับตัวผมได้ขนาดนี้ (ยิ้ม)

 

พี่ป๊อบ : คุณมีเป้าหมายของตัวคุณสำหรับปีหน้าไหม ?

เควียต : เป้าหมายของผมน่ะหรอ คงไม่มีอะไรมาก ผมชอบช่วยเหลือทีมอย่างที่พวกคุณได้เห็นกันผมชอบทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด และ ในสักวันหนึ่งถ้าผมแข่งแกร่งขึ้นผมก็หวังว่าผมอาจจะได้เป็นผู้นำทีมในแกรนด์ตัวต่างๆบ้างอาทิเช่น ” Giro d’italia ” เป็นต้น แต่ในตอนนี้ผมก็แค่ต้องพยายามฝกซ้อมให้มากขึ้น ทำทุกวันของผมให้ดีที่สุด และ ฝึกซ้อมให้ดีในทุกๆวัน แค่นี้ผมก็มีความสุขมากๆแล้วละ

พี่ป๊อบ : ใครคือแรงบันดาลใจของคุณที่ทำให้คุณได้มาเป็นนักแข่งจักรยาน ?

เควียต : อืม . . . คงเป็นเพราะพี่ชายผมนะเขาแก่กว่าผมประมาณ 3 ปี แล้วเค้าก็ชื่นชอบการปั่นจักรยานเป็นชีวิตและจิตใจของเขา การกระทำของเขาค่อนข้างมีอิทธิพลกับผมเป็นอย่างมาก ผมเองเริ่มปั่นจักรยานมาตั้งแต่อายุได้ 10 ขวบ และ จนถึงตอนนี้ผมคิดว่าทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็นมือสมัครเล่น หรือ นักปั่นที่มีชื่อเสียงต่างๆที่รายล้อม รอบตัวของผมทุกคนคือแรงบันดาลใจของผมนะ

พี่ป๊อบ : และ ตอนนี้คุณชื่นใครมากที่สุด ?

เควียต : ณ ตอนนี้หรอ คงไม่มีใครไม่รู้จักเขา ” คริสโตเฟอร์ ฟรูม ” ยังไงล่ะ เขาเป็นคนที่เก่งมาก ความสารมารถของเขานั้นมีรอบด้านเลย การได้นั่งอยู่ข้างๆ เขา การได้ร่วมทีมกับเขามันเป็นแรงกระตุ้นชั้นยอดของนักปั่นทุกๆคนเลยทีเดียวเลยละ

พี่ป๊อบ : ความท้าทาย และ ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในชีวิตการปั่นจักรยานของคุณคือรายการไหน ?

เควียต : ผมชอบทุกๆรายการแข่งขันของผมนะ ที่ผมชอบมากที่สุดหรอ ผมว่าน่าจะเป็นแชมป์โลก ในปี 13-14 ที่ทำให้ผมได้สวมใส่เสื้อสีรุ้ง ผมต้องขอบคุณเพื่อนๆร่วมทีมชาติที่ส่งผมเข้าเส้นได้จนได้รับชัยชนะในการแข่งขันครั้งนั้น และ ชัยชนะในครั้งนั้นมันถือว่าเป็นความสุดยอดในชีวิตการแข่งของผมที่สามารถเป็นตัวแทนของทีมชาติโปแลนด์และก็คว้ารางวัลมาให้ประเทศของผมไดเ

พี่ป๊อบ : แล้วคุณทำอะไรละ ในวันที่คุณไม่ได้ปั่นจักรยาน ?

เควียต : ผมก็ท่องเที่ยวพักผ่อนในประเทศของผมทั่วๆไป แต่ในครั้งนี้เราวางแผนมาเที่ยวพักผ่อนเพื่อเตรียมชาร์จพลังก่อนไปสู้ศึกในปีหน้า เราเลยตัดสินใจมาที่ประเทศไทย เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนจริงๆ (ยิ้มๆ)

พี่ป๊อบ : แล้วก็มาถึงคำถามสุดท้ายของวันนี้คุณคิดว่าจักรยานยี่ห้อไหนดีที่สุดที่คุณเคยสัมผัสมา (ชี้ๆ แล้วก็อมยิ้ม)

เควียต : คุณเชื่อหรือไม่คำถามนี้ทุกๆคน ถามผมนะ ว่าช่วยเปรียบเทียบให้ทีว่าระหว่าง SWORKS กับ Pinarello Dogma อะไรดีกว่ากัน แต่ผมชอบคำถามที่คุณถามนะ คนไม่ได้ให้ผมเปรียบเทียบ แต่คุณช่วยให้ผมได้อธิบายถึงความรู้สึกของผมในการขึ้นปั่นจักรยานในรุ่นๆนั้นๆ เอาละมาเข้าเรื่องกันดีกว่า ทั้ง SWORKS และ Pinarello Dogma เป็นรถที่ดี แต่ในตอนที่ผมใช้ SWORKS นั้นในแต่ละรุ่นของ SWORKS จะมี GEOMETRY ที่แตกต่างกันเพราะฉะนั้นผมจึงต้องปรับตัวในการปั่นแต่ละครั้งค่อนข้างเยอะ แต่ในทางกลับกัน ทั้ง Pinarello Dogma F8 และ F10 หรือ K8S นั้นเป็นรถ SAME GEOMETRY ผมจึงไม่ต้องปรับตัวมากในการเปลี่ยนรถใช้ และ ที่สำคัญ Pinarello Dogma เป็นรถที่สามารถใช้ได้ทุกสถานะการณ์ ถ้าให้ผมเปรียบเทียบถึงกีฬาการแข่งขันอะไรสักอย่างผมคงนึกถึงการแข่างขัน Formula One แน่นอน เพราะนักปั่นจะมีรถเพียงแค่คันเดียวเท่านั้น เพียงแค่ทำการเปลี่ยน Setup เพียงเล็กน้อย ก็สามารถใช้งานได้แล้ว และ ในการแข่งขันของผมไม่ว่าจะทางราบ หรือ ทางเขาผมว่าถ้าให้ตอบว่าอะไรเป็นรถที่ผมชื่นชอบที่สุดคงหนีไม่พ้น Pinarello Dogma F10 ยังไงล่ะ

พี่ป๊อบ : และ ทุกๆครับผมขอเสียงปรบมือให้กับนักปั่นระดับโลกท่านนี้ ชื่อของเขาคือ ” มิคฮาล เควียตคอฟสกี้ ” 

(เสียงปรบมือดังกึกก้อง)

เปิดประเด็นครั้งนี้ที่ผมเลยละกัน ขอลายเซนต์หน่อยฮ๊าบ

 พี่นุไบค์สเตชั่น ขอ 1 ใบสำหรับรูป ชัยชนะของงาน Clasica San Sebastian 2017  พี่เต้ ไบค์ ไอ แอม ขอกระทบไหล่คนดังแบบใกล้ชิดสัก 1 ช๊อต ลูกค้าพี่วัติ จากเพชรบุรีถึงกับให้เซนต์เสื้อกันเลยทีเดียว พี่นุบอกว่าได้ลายเซนต์แล้ว เป็นอันสำเร็จภาระกิจ ที่พี่นุช มอบหมายมาให้ชายที่ขึ้นชื่อเรื่องความไวในการเข้าหาสาวๆ น้องป๊อบบอก พี่ๆ ถ่ายผมกับหวานๆ ให้หน่อย อ่ะจัดให้ 1 ช๊อต  3 สาว โปรไซเคิล   หลังจากได้ลายเซนต์ลงบนเฟรมสมใจ ก็ถ่ายรูปคู่สักหน่อยเดี๋ยวเขาว่าจะมาไม่ถึง  พี่อ้วน กับ เควียต พระรองของงานนี้ พี่ป๊อบไงจะใครละ  พี่วัติเตียหยูเฮง ขอสักรูปน่า บรรยากาศอบอุ่นมาก เควียตบอกว่าทั้งปลื้มใจ และ ประทับใจมาก ไม่คิดว่าจะได้รับการต้อนรับที่ดีขนาดนี้

หลังจากผมได้ฟังคำตอบและได้พบตัวจริงๆ ของชายที่ชื่อว่า มิคฮาล เควียตคอฟสกี้ ก็ต้องบอกเลยว่าเค้าเป็นคนที่มีความคิดที่ดีมาก เป็นคนคิดบวกเสมอ และ ได้นั่งคุยกับเพื่อนนักปั่นหลายๆท่านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มิคฮาล เควียตคอฟสกี้ จะก้าวไปเป็นนักปั่นที่โด่งดังใน และ มีชื่อเสียงในรายการทัวร์ต่างๆ ในอนาคตอันใกล้นี่แน่นอนครับ

ก็จบลงไปแล้วกับงานดีๆในครั้งนี้ต้องขอบคุณบริษัทโปรไซเคิลจำกัดสำหรับการรับเชิญไปร่วมงานในครั้งนี้ และ ต้องขอบคุณเพื่อนนักปั่นทุกท่านที่ติดตาม Blog Post ของผมมาตั้งแต่เริ่มๆ โอกาสหน้าผมกับในบทความใหม่ๆนะครับ ขอบคุณครับ

Train insane

or

remain the same

 

Facebook Comments