แบ่งปัน

หลายคนคงสงสัยว่า Giordana คืออะไร ทำไมทางร้าน Crazie Bike ถึงสนใจ และ ค้นหามาเป็นชุดทีมของร้านในปี 2018 และ แน่นอนการที่ผมจะสั่งทำอะไรสักอย่าง ผมเองก็เป็นคนที่ต้องบอกว่าค้นคว้าหาประวัติ และ ทดลองมาสักระยะหนึ่งแล้วเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด และ มั่นใจที่สุดว่านักปั่นหลายๆท่านคงจะได้ข้อมูลจากความอยากรู้ อยากลองของผมไม่มากก็น้อย เกี่ยวกับ Giordana ผมเองได้ยินมาจากเด็กน้อยจอมซนที่ เทียวไปเทียวกลับ ออสเตรเลียกันเป็นว่าเล่นมาสักระยะหนึ่งแล้ว กับ ชุดปั่นแบรนด์หนึ่งที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปกลุ่มดาวราศีธนู หรือ Sagittarius นั่นเอง

ซึ่งในตอนนั้นผมเองก็ยังไม่ได้สนใจอะไรมากมาย เพราะในช่วงนั้นผมเองยังคงบ้าชุดปั่นแบรนด์หนึ่งอยู่ (ไม่ขอเอ่ยนามละกัน) เอาเป็นว่าบ้ามาก จนไม่ได้สนใจเลยว่าสิ่งที่ใช้อยู่นั้นที่ออสเตรเลียนั้นไม่ได้รับความนิยมเลยสักนิด แถมยังขายอยู่ในร้านเล็กๆ ไม่ได้มีมากมายอย่างที่พวกเราเข้าใจกัน และ จนกระทั่งในเดือนกรกฎาคม ของปี 2560 ที่ผ่านมานี้ผมเองได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงงานของทาง Pinarello และได้ร่วมงาน Pinarello Granfondo หรือ เรียกสั้นๆว่า GFP17 เป็นงานแข่งวัดใจ หรือ งานประเพณีของทาง Pinarello ซึ่งมีทั้งนักแข่งดาวของทีมสกายมาร่วมงาน คือ Gianni Moscon

ทีมแข่งต่างๆ และ ประชาชนทั่วไป ก็สามารถร่วมงานนี้ได้ด้วย แต่พวกผมไปงานนี้ในนาม Pro Cycle Pinarello Distributor of Thailand จึงได้รับสิทธิพิเศษหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็นรถที่เป็นสีพิเศษเฉพาะงาน หรือ แม้กระทั่งชุดปั่นจาก Giordana !!

เวลาผ่านไปประมาณ 1 ปีเห็นจะได้สิ่งที่ย้อนกลับมาในหัวผมคือ Sagittarius Logo เอ มันคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนนะ พอนึกออกก็ร้องอ๋อ เป็นแบบนี้นี่เอง Giordana คือ ชุดปั่นที่เด็กคนนั้นพูดถึง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่มากขึ้น ผมจึงถามพี่ป๊อบว่า พี่ป๊อบ Giordana ดีป่ะ เหมือนผมเคยได้ยินมาสักระยะหนึ่งระเกี่ยวกับยี่ห้อนี้ แต่ผมเองไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก พอสิ้นเสียงผมพี่ป๊อบก็เริ่มเล่าให้ฟังว่า ถ้านึกถึงชุดปั่นจากประเทศอิตาลี ซึ่งมีจุดกำเนิดจากประเทศอิตาลี เลยที่คนในบ้านเมืองเค้านิยม ก็ต้องนึกถึง 4 จตุรเทพของวงการจักรยานนั่นคือ อันดับที่ 1.Castelli 2.Giordana 3.Santini และ 4.ผมจำไม่ได้แหะ (อิอิ) ผมก็เลยถามว่าเจ้า Giordana มันเจ๋งขนาดนั้นเลยหรอ ผมว่าดีไซน์มันดูเฉยๆ แหะ พี่ป๊อบก็บอกว่า ผมก็คิดเหมือนกัน อาจเป็นเพราะ เค้ายังคงความวินเทจไว้ละมั้ง มันเลยดูไม่ทันสมัยเท่าไรนัก แต่พอได้ลองสวมใส่ ทุกคนที่ไปร่วมทริปพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สวยดีแหะ 555 ผิดคาดไปเยอะ มันดูเรียบๆ ดูเนี๊ยบๆ ใส่ได้นานแน่ๆ

ที่สำคัญปั่นในระยะ 100 กม. ขึ้นเขา ลง ห้วย ทางเรียบ ทางขรุขระ เป้าทำได้ดีมากทีเดียว ถือว่านั่งสบายเลยทีเดียว แต่ชุดที่เค้าให้ใช้นั้นยังเป็นรุ่นธรรมดานะเนี่ยตัวท๊อปน่าจะดีกว่านี้แน่นอน ว่าแต่พี่ป๊อบ เค้าสั่งคัสตอม ทำเสื้อทีมได้ป่าวครับ (ผมถาม) พี่ป๊อบก็ตอบกลับมาว่า ไม่รู้เหมือนกันแหะ เดี๋ยวค่อยลองถามดูหลังจาก กลับประเทศไทยละกัน ช่วงนี้สนุกกับงานไปก่อน ผมก็ตอบว่าโอเคครับ

ซึ่งหลังจากกลับมาถึงประเทศไทยได้สักพักพี่ป๊อบโทรมาบอกว่า คุณเดียร์เสื้อทีมของทางร้าน Crazie Bike สามารถสั่งตัดได้นะแต่ขั้นต่ำ 100 ชุด ซึ่งผมเองก็บอกว่าได้ครับ เพราะ ในทุกๆเวอร์ชั่นของทางร้านประมาณ 150 ชุด ขึ้นไปอยู่แล้วจึงไม่น่ายากอะไร แต่ครั้งนี้เราสามารถสั่งตัดชุดทีม จากโรงงานชื่อดังของประเทศอิตาลีด้วย ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย แถมคุณภาพนั้นการันตีด้วย Proteam อย่าง Scott Orica และ Astana ก็เลือกใช้ชุดจาก Giordana ด้วยเช่นกัน และ ในการตัดครั้งนี้เราจะใช้ชุดซึ่งเป็นตัวท็อปของแบรนด์ในการสั่งตัดด้วย โดยชุดที่เลือกใช้จะชื่อรุ่นว่า FR-C Pro การ Cutting นั้นค่อนข้างดีมาก ใครสนใจอยากลองสวม หรือ อยากสัมผัสเนื้อผ้า มาชมได้ที่ร้าน Crazie Bike ของเรานะครับ เกริ่นมาซะเนิ่นยาวยืด เรามาชมประวัติความเป็นมาของทาง Giordana กันดีกว่าครับ

 

Giordana นั้นถูกก่อตั้งขึ้นโดยนักปั่นจักรยาน เพื่อนักปั่นจักรยาน ในปี ค.ศ.1979Giordana นั้นก่อตั้งขึ้นมาจากความปรารถนาที่จะสร้างเสื้อผ้าที่ดีที่ในการการขี่จักรยาน ด้วยการผสมผสานงานผีมืออิตาเลียนสไตล์ และ ความรู้ในเชิงอุตสาหกรรมที่ยาวนานกว่า 40 ปี และ ออกแบบชุดสำหรับนักแข่ง หรือ นักกีฬาในทุกๆวัน ภาระกิจของ Giordana คือ การผลักดันในทุกๆทาง และ ความหลงใหลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขั้นสูงนี้เอง ทำให้ชื่อเสียงของ Giordana นั้นยาวนานกว่า 40 ปี และ เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการจักรยานในต่างประเทศ ทีมงานของทาง Giordana นั้นเป็นผู้ที่หลงใหล และ คลั่งไคล้การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดเพื่อให้เกิดความกระชับสัด ส่วน และ ความนุ่มสบายขณะนั่งอยู่บนอานจักรยาน จึงทำให้ชุดปั่นของทาง Giordana ได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูงจากผู้ใช้ทั่วไป และ นักแข่ง ด้วยเช่นกัน

ในปี 1971 Giorgio Andretta ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทางผู้ผลิตเสื้อผ้าชั้นนำในอิตาลี ในช่วงแรกนั้นจะขายอยู่แค่ในละแวกยุโรปเท่านั้น แต่หลังจากนั้นไม่นาน ความต้องการของแบรนด์มีมากขึ้นจนเป็นที่ยอมรับของอิตาลี จึงเริ่มจำหน่ายไปที่ประเทศอเมริกา ผ่านทาง Gita Giorgio และ นอกจากนั้นยังสร้างเสื้อผ้าที่ดีโดยอาศัยประสบการณ์จากความรู้ และ ประสบการณ์ของเขาเอง

ในปี 1977 Gita นั้นสปอนเซอร์เสื้อผ้าให้ที่ FRC และ ด้วยความสัมพันธ์ที่ดีกว่า 10 ปีนั้นพวกเขาได้เริ่มเข้าหาและพัฒนาร่วมกับทีมชั้นนำในประเทศอเมริกา คือ Levi’s/Raleigh และ Pinarello Racing Team ด้วยความรู้ และ ความสามารถของอิตาเลียนแท้ๆ Gita นั้นทุ่มเททั้งแรงกาย และ มันสมองเพื่อผลิตชุดแข่งที่ดีที่สุดส่งมอบให้ทั้ง 2 ทีมนี้จนได้รับการยอมรับจากทั้ง 2 ทีมว่าเป็นชุดแข่งที่ดีที่สุด Gita จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญว่าต้องสร้างชื่อแบรนด์ และ สัญลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ขึ้นมาซะแล้ว

ในปี 1979 ชื่อแบรนด์ Giordana ได้ถือกำเนิดขึ้น หลังจากหลายปีของการผลิต และ พัฒนาเสื้อผ้าแบรนด์ และ ตั้งชื่อเครื่องแต่งกายสำหรับปั่นจักรยานจากลูกสาวคนแรก Giordana ที่เกิดในปีนั้น สัญลักษณ์ตัวแรกที่เป็นตัวพิมพ์ถูกเย็บลงบนผ้ารูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ถูกวางอยู่ในส่วนล่างของเสื้อขนสัตว์ Giordana เล็งเห็นว่าถ้าสัญลักษณ์ยังอยู่ในจุดนี้ทุกอย่างที่ลงทุนไปจะไม่ได้รับการโฆษณาแต่อย่างใด นอกเสียจากผู้ที่ได้รับชัยชนะจะชูมือขึ้นจึงจะเห็น สัญลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาต้องมานั่งคิดหาวิธีต่อไป

ในปี 1980 สัญลักษณ์ รูปคนยิงธนู ได้ถูกออกแบบ และ สร้างขึ้น นอกจากนี้เสื้อผ้าของทาง Giordana นั้นเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นจนแพร่หลายใรช่วงหลายๆปีที่ผ่านมา Gita จึงออกแบบสัญลักษณ์ซึ่งมีที่มาจากราศีเดือนเกิดของลูกสาวของเขา คือ หมู่ดาวราศีธนู นั้นเอง

ในปี 1982 สร้างทีมแข่งใน Coors Classic ทีม Giordana / Diadora / Pinarello Racing แข่งขันในกิจกรรมการขี่จักรยานแห่งชาติและได้รับการตั้งชื่อตามแบรนด์หลักสามแบรนด์ที่จำหน่ายในอเมริกา

และในปีเดียวกัน Giordana ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และ ได้ทำการแนะนำเสื้อผ้า แนวแอโรไดนามิค กางเกงขาสั้น เสื้อขนสัตว์ ที่มีส่วนผสมของ ไนลอน และ ไลคร่า เป็นชุดที่เหมาะสำหรับการแข่งขันมากยิ่งขึ้น

ในปี 1983 ได้เพิ่มสีสันลงในชุดปั่น โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ซึ่งไม่ทำอันตรายต่อเนื้อผ้า

ในปี 1984 ได้เพิ่มการสนับสุนทีมแข่งมากยิ่งขึ้น Levi’s/Pinarello, Bud Light, Dia-Compe/Aspen Velo, the Coors Classic, US PRO Championships และ การแข่งขันอื่นๆอีกมากมาย และ ในการสนับสนุนครั้งนี้ทำให้มีผู้ที่ชื่นชอบเสื้อผ้าจากทาง Giordana เพิ่มขึ้นอีกมากมายหลายเท่าตัว ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจริงๆ

และ ในปีเดียวกัน Alexi Grewel ได้รับชัยชนะในการแข่ง Olympic Road Racing ที่ Los Angeres Olympics ถือเป็นชาวอเมริกันคนแรกที่ได้รับการสนับสนุนจากทาง Giordana ที่ได้รับเหรียญทองในการแข่งขันระดับสูง

ในปี 1986 Giorgio Andretta ได้ตัดสินใจเปิดโรงงาน ถือเป็นก้าวครั้งใหญ่ในชีวิตของเขาที่สร้างเพื่อได้ทดลอง และ ทดสอบความก้าวหน้าของธุรกิจและผลิต เสื้อผ้าปั่นโดยใช้เทคโนโลยีชั้นนำมากมากในการผลิตเสื้อผ้าจาก Giordana จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

ในปี 1990 ได้มีการร่วมมือกันระหว่าง Giordana และ Walts Disney ในการผลิตเสื้อปั่นจักรยาน ถือเป็นมิติใหม่ของแฟชั่นวงการจักรยานเลยก็ว่าได้

ในปี 1991 สนับสนุนทีม Motorola Cycling 

ในปี 1993 สนับสนุนรายการแข่งกัน และ เป็น Sponsor หลักของรายการ Tour Dupont

ในปี 1994 ร่วมมือกับ Warner Bros. และ Looney Tunes ถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งของทาง Giordana

ในปี 1995 ทางบริษัท Nike ร่วมมือกับ Giordana ผลิตเสื้อผ้าสำหรับการแข่งขันจักรยาน ตั้งแต่ปี 1995-2011 ทาง Giordana ได้ร่วมมือกับทาง Nike สนับสนุนทีม US Postal Service, Discovery, Radio Shack, GT Bicycles, Trek, VW, and Subaru. และ ยังมอบชุดปั่นที่ทันสมัยที่สุดแห่งยุคให้กับทีมชาติสหรัฐอเมริกา สำหรับสู่ศึก โอลิมปิก ในช่วงนั้นๆ มีทีมชาติ บราซิล เคนย่า และ จีน และ ทีมอื่นๆ อีกมากมายที่ได้รับการสนับสนุนในครั้งนี้อีกด้วยเช่นกัน

และ ในปีเดียวกัน Giordana ก็ยังสนับสนุนงานแข่ง La Tour de France อีกด้วยเช่นกัน

ในปี 1997 สนับสนุนทีม Bigmas และ Confidis มีระยะสัญญาจนถึงปี 2002 และ 2003

ในปี 2000 สนับสนุนทีม Pioneer เมื่อเข้าสู่ช่วงศตวรรษที่ 21 Giordana ยังคงพัฒนาเส้นใยของชุดปั่นด้วยเทคฌนโลยี ชนิดใหม่เสมอ และ ยังสนับสนุนทีมชั้นนำ และ รายการแข่งขันดังเช่นปีก่อนๆ อาทิเช่น Carmichael Training Systems, CSC, Liberty Seguros, ONCE, Colavita, the US Pro Cycling Tour, Bissell, Alessio, AutoTrader and the Dodge Tour de Georgia แต่สนับสนุนในจำนวนไม่ได้มากมายนัก

ในปี 2005 ได้ทดลอง และ เปิดตัวเป้าชามัวร์รุ่นใหม่ด้วยเทคโนโลยี ไร้ตะเข็บ และ รองรับการกดทับถึง 4 ทิศทาง เพื่อความนุ่มสบายที่สุดขณะขับขี่

และในปีเดียวกัน ก็ได้เปิดตัวชุดปั่นที่ล้ำนำสมัยที่สุดในยุคนั้น โดยให้ชื่อว่า Body Clone™ Forma Collection เทคโนโลยีใหม่ที่อัดแน่นไปด้วย ไนลอน และ ไลคร่า ที่ความหนาแน่นของเส้นใยสูงสุดใน 1 ตารางเซนติเมตร เพื่อความกระชับ ในการสวมใส่อย่างสูงสุด

ในปี 2009 เปิดตัว Bib Short รุ่นใหม่ กับเทคโนโลยี  The FormaRed-Carbon™ Evolution เป็นการผสมผสานเส้นใยคาร์บอนลงบนเนื้อผ้า ทำให้มีน้ำหนักที่เบา และ มีความยืดหยุ่นที่สูง ลดแรงเสียดทานได้เป็นอย่างดี หรือ เทคโนโลยีที่ถูกเรียกว่า FR-C™ ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของทาง Giordana อีกด้วย

ในปี 2010 สนับสนุนทีม Foot-On และ ISD Cycling Teams

ในปี 2011 สนับสุนทีม Farnese Vini and Colnago – CSF Cycling Teams

และในปี 2011 อีกเช่นกันได้เปิดตัวเป้ากางเกงชนิคใหม่ Cirro OmniForm™ chamois ด้วยการผสมผสานว่านหางจระเข้ลงบนแผ่นโฟมของรุ่นเก่า ยังทำให้ชั้นโฟมนั้นมีความหนาขึ้น และ เย็นสบายขณะสวมใส่ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติอีกด้วยเช่นกัน

ในปี 2012 เป็นสปอนเซอร์ใหญ่รายการ Giordana Velodrome และ ใน ปี 2013,2014 ก็เช่นกัน

และ ในปีเดียวกัน นำแฟชั่นยุคเก่ามาผสมผสานกับเทคโนโลยีใหม่เผื่อการการผสมผสานความร่วมสมัยเข้าไปเก๋ไม่เบา

ในปี 2013 เปิดตัวคอเลคชั่นใหม่ EXO™ System Collection ซึ่งได้ทำการพัฒนาร่วมกันกับนักปั่นชื่อดัง Massimo Testa โดย EXO™ ย่อมาจาก External Optimization ที่มีความสามารถยืดหดได้มากกว่าเดิม เน้นหลักอากาศพลศาสตร์ และ ตามจุดพับต่างๆ ที่ทำการยืด ขยาย ได้อย่างอิสระ และ น้้ำหนักที่เบาจนกลายเป็นจุดเด่นของคอเลคชั่นนี้เลยก็ว่าได้

และ ในปีเดียวกัน Rui Costa ได้แชมป์ UCI Road World Championship

ในปี 2014 ก่อตั้งทีม Giordana Racing Team ใน Tour Of Britain

และ ในปี 2015 ได้เปิดตัวชุดปั่นที่ดีที่สุดตั้งแต่ Giordana ก่อตั้งขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า All-New FormaRed-Carbon™ ชุดปั่น FR-C™ ในรุ่นใหม่นั้นได้บรรจุเทคโนโลยีทุกอย่างที่ดีที่สุดเท่าที่ Giordana เคยผลิตมาลงไปไว้ทั้งหมดทุกแบบทุกชนิดเลยก็ว่าได้ ด้วยเทคโนโลยี HC50™ การบีบยัดเส้ยใยขั้นสูงของผ้าพาวเวอร์ไลคร่าที่ใช้ในกางเกงเอี๊ยมขาสั้นที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของทาง Giordana และ ที่ช่วงหัวไหล่ของเสื้อใช้เทคโนโลยี Revolution™ อัดแน่นขึ้นที่ไหล่ แขนยาวขึ้นเล็กน้อย ตามหลักอากาศพลศาสตร์ ปลายแขนทำการตัดด้วยเลเซอร์ และ ตามจุดพับต่างๆ สามารถยืดได้อิสระทุกทิศทาง และ สิ่งเหล่านี้เราจึงคิดว่า FormaRed -Carbon หรือ FR-C™ คือ ” ชุดปั่นที่ดีที่สุดแห่งยุคตั้งแต่เราเคยผลิตมาเลยก็ว่าได้ “

และ นี่ก็คือเหตุผลทั้งหมดที่ทางร้าน Crazie Bike ของเรานำมาผลิตชุดปั่นของทีมใน Version ที่ 3 โดยมีคอนเซ็ป บาง เบา ระบายความร้อนดี ยืดหยุ่นดี ที่สำคัญ งานตัดเย็บต้องเนี๊ยบ และ เนียนที่สุด เพื่อให้สบายที่สุดขณะสวมใส่ ” ผมมั่นใจว่าสิ่งที่ผมเลือกมาคือสิ่งที่ดีที่สุดที่ส่งถึงมือพวกคุณเสมอ “

เกี่ยวกับ FR-C Pro Short Sleeve Jersey เสื้อแขนสั้นที่ถูกผลิตขึ้นโดยใช้เทคนิคการวางผ้าชิ้นงานทั้งหมด 16 ชิ้น และเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของทาง Giordana การเย็บโดยใช้เข็มทั้งหมด 4 ชนิด ทำให้ตะเข็บมีความทนทานสร้างจากการเย็บ 8 ในทิศทาง ตะเข็บจะมีความคมชัด และ แน่นหนาตลอดทั้งแนวของตัวเสื้อ ผ้าสามารถยืดได้ 4 ทิศทางทำให้สามารถเคลื่อนที่ได้อิสระเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีผ้าตาข่ายที่สามารถระบายความร้อน และ เหงื่อช่วงใต้วงแขนได้เป้นอย่างดี

ในส่วนของชิ้นงานทางด้านหลังเราจะเห็นว่าส่วนของแผ่นหลังใช้ผ้าที่สามารถยืดได้ 2 ทิศทาง ออกแบบมาเพื่อรองรับกระเป๋าหลังทั้ง 3 ช่องปกติ และ ช่อง ซิป 1 ช่องสำหรับเก็บสิ่งของที่สำคัญของคุณ ผ้ายืดหยุ่น 190E จุดเด่นนั้นจุอยู่ที่แขนเสื้อ และ ข้างลำตัวที่ทำให้รู้สึกไม่อึดอัด และ สะดวก สบายที่สุดขณะสวมใส่ มีแถบสะท้อนแสงในจุดที่เหมาะสมสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล และ ที่สำคัญ FR-C เป็นเสื้อปั่นที่มีน้ำหนักเบา และ ให้ความสบายที่สุดเมื่อคืนใช้งานอยู่บนหลักอานแน่นอน

ราคาขายนั้นจะอยู่ที่ 200 USD หรือประมาณ 6,700 บาทในเงินไทย

ต่อด้วย FR-C Pro Bib Short และ FR-C Bib 5CM Shorter ทาง Giordana มั่นใจว่าพวกเขานั้น ได้เลือกชนิดผ้าที่ดีที่สุดสำหรับเอี๊ยมขาสั้นของพวกเขา และ จะต้องเป็นเอี๊ยมที่สะดวกสบายที่สุดจนคุณไม่สามารถมองหาแบรนด์อื่นได้อีกเลย (โฆษณาน่าดูชม อยากลองซะแล้ว)

การออกแบบนั้นได้จำลองเส้นโค้งจากตำแหน่งการขี่ม้า เพื่อขจัดรอยย่น และ รอยพับตลอดทุกช่วงการเคลื่อนไหวอย่างเต็มรูปแบบขณะสวมใส่เลือกใช้ผ้าไลคร่าขนาดของเส้นไหม 220 กรัม จำนวน 50 เส้น โดยใช้เทคโนโลยีการบีบอัดอย่างนุ่มนวล เพื่อให้รองรับ และ ความสบายในช่วงเวลาที่สวมใส่อย่างมากที่สุด ใช้เทคโนโลยี 190E  ป้องกันการเสียดสีทั้งแผงของส่วนที่สัมผัส Amestista Carbon ช่วงเอวสามารถยืดหยุ่น และ ระบายอากาศได้เป็นอย่างดี มีแถบสะท้อนแสงในตำแหน่งที่เหมาะสม

เป้าใช้ Cirro S chamois ที่ผสมผสานว่านหางจระเข้ ทำให้มีความเย็นสบายขณะสวมใส่ และ ยังป้องกันเชื้อรา และ แบคทีเรียได้อย่างดีอีกด้วยเช่นกัน

ราคาขายนั้นจะอยู่ที่ 250 USD หรือประมาณ 8,300 บาทในเงินไทย

FR-C Pro Man Size Chart

รวมทั้งเสื้อ และ เอี๊ยม ราคานั้นจะอยู่ที่ 15,000 บาท ซึ่งก็จัดว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว แต่ในแบรนด์ระดับท็อปคลาสนั้น ราคานี้นักปั่นหลายๆท่านคงไม่รู้สึกแปลกใจแต่อย่างไร

FR-C Pro Woman Jersey

FR-C Pro Woman Bib Short

Size Chart For Woman JerSey & Bib Short

เราจะเห็นได้ว่าชุดปั่นสำหรับผู้หญิงนั้นจะสั้นกว่าของผู้ช่วยในช่วงลำตัว แขน และ ขา ก็เนื่องด้วยทาง Giordana นั้นเล็งเห็นถึงสรีระที่แตกต่างกัน และ เพื่อความสวมงาม และ สะดวกสบายขณะสวมด้วยอีกด้วยเช่นกัน และ ที่สำคัญราคาชุดของผู้หญิงนั้นจะถูกกว่าผู้ชายอยู่เล็กน้อย

โดยเสื้อราคาจะอยู่ที่ 195 USD หรือ ประมาณ 6,500 บาท ส่วนเอี๊ยมนั้นราคา 190 USD หรือ ประมาณ 6,300 บาท รวมทั้ง 2 ชิ้น ราคา 12,800 บาท ถือว่าราคานั้นต่างกับทางผู้ชายพอสมควรเลยทีเดียวเชียว

และ อย่างที่เราทราบกันว่าในรายการโปรทัวร์ทีมใหญ่ๆ ที่เราคุ้นหน้า คุ้นตากันคงหนีไม่พ้น Orica GreenEdge หรือ Astana Pro Team ก็เลือกใช้ Giordana รุ่น FR-C ในการแข่งขันเช่นกันเพราะฉะนั้นจึงวางใจได้เลยว่าชุดทีมของร้าน Crazie Bike จะใช้ผ้า และ การตัดเย็บ เช่นเดียวกับ 2 ทีมนี้แน่นอน และ มันต้องเป็นชุดทีมที่จัดว่าดีที่สุดของร้านตั้งแต่เคยตัดมาใน 2 ครั้งที่ผ่านมาแน่นอนผมมั่นใจ

ทีม InGamba ทีมปั่นชื่อดังของทางประเทศอิตาลี พันธมิตรคนสำคัญของทาง Pinarello ก็เลือกใช้ชุดปั่นจากทาง Giordana

ในการสั่งตัดชุดของทาง Giordana จะมีให้เลือกว่าเป็น ผู้ชาย หรือ ผู้หญิง เพื่อให้รองรับสรีระ ที่เค้าตามส่วนเว้าส่วนโค้ง และ เป้าที่เหมาะสำหรับผู้ชาย และ ผู้หญิง ด้วยเช่นกัน

มาต่อกันที่เรื่อง Custom ทางร้านเราเปิดให้ทั้งนักปั่นทั้งในสมาชิกทีม และ ลูกค้าที่อยากเป็นส่วนหนึ่งกับทางเราสามารถสั่งได้ด้วยเช่นกันโดยจะแบ่งเป็น Crazie Bike V.3 ที่มี 2 เวอร์ชั่น ดังนี้ คือ

1.CZB – BLACK JERSEY EDITION เสื้อปั่นตัวนี้นั้นได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบของผมเองโดยเล็งเห็นถึงกระแสแฟชั่น ที่กำลังคืบคลาน และ กำลังจะมาถึงบ้านเราในช่วงปี 2018 นี้ที่จะนำเอาสีเบสิคต่างๆ และ ความเรียบ หรู ของเนื้องานทำให้รู้สึกว่าสามารถสวมใส่ได้ในทุกๆโอกาส และ ที่สำคัญในทุกๆสภาพอากาศ2.CZB – WHITE JERSEY EDITION หลายๆท่านคงชื่นชอบสีขาวเป็นชีวิตจิตใจ เพราะ ความเนี๊ยบ ที่เวลาสวมใส่แล้วทำให้ตัวเรารู้สึก ดูเป็นคนง่ายๆ สะอาดๆ และ ที่สำคัญสีขาวนั้นเป็นสีที่สวมใส่เข้าง่ายกับทุกๆ ชุดไม่แพ้สีดำกันเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ต้องพึงระวังคือ ถ้าเราไม่ดูแลรักษาสีขาวนั้นถือเป็นสีที่ดูแลค่อนข้างยาก พอสมควร แต่ด้วยความชอบส่วนตัวของผมจึงทำมาเพื่อให้เพื่อนๆที่ชื่นชอบใน ไสตล์เดียวกัน ได้สวมใส่ไปพร้อมๆกันครับ3.CZB – FR-C BIB SHORT ผมกำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจว่าจะเลือกใช้ Bib Short แบบความยาว ปกติ หรือ สั้นลง 5CM ดีเพราะผมชื่นชอบสวมใส่เอี๊ยมแบบความยาวปลายขาอยู่เหนือเข่าอยู่พอสมควร และ การสวมใส่ในลักษณะนี้จะไม่ทำให้รู้สึกรำคาญขณะปั่นอีกด้วยเพราะปลายขานั้นจะไม่ต่ำลงมากว่าเข่าแน่นอน อีกทั้งชาวเอเชียเฉกเช่นเราๆ กระดูกต้นขาด้านบนนั้นจะสั้นกว่า ชาวต่างชาติโดยธรรมชาติอยู่แล้วด้วย

Crazie Bike Kits V.3 Black Edition

Crazie Bike Kits V.3 Classic White Edition

หลายๆท่านคงสงสัยว่า CZB นั้นคืออะไรมีความหมายอย่างไร ในทุกๆครั้งที่ผมออกแบบชุด ผมมักหาความแตกต่างในการออกแบบเสมอ และ ที่สำคัญเราต้องออกแบบให้ทันสมัยและทันเหตุการณ์อยู่เสมอ CZB นั้น

ย่อมาจาก  [C] ra[Z]ie [B]ike ตรงๆ เลย ผมว่าพอเราใช้จุดหลักๆ 3 จุด มาทำเป็นเอกลักษณ์ครั้งนี้ก็แลดูเก๋ไม่เบาเลยทีเดียว ในส่วนของสีน้ำเงินส้มนั้น ยังคงอยู่ เพราะผมยังไม่อยากเปลี่ยนทั้งหมดของการออกแบบในทุกๆครั้ง ยังคงกลิ่นอายความเป็น Crazie Gangster ในเวอร์ชั่นที่ 2 ส่งต่อมาจนถึง เวอร์ชั่นที่ 3 ด้วยเช่นกัน

และแล้วก็มาถึงจุดสุดท้ายในส่วนของการสั่งผลิตชุดของทาง Giordana นั้นจะใช้เวลาผลิต 2 เดือน และ ผลิตในโรงงานของทาง Giordana ที่ประเทศอิตาลี เลย ส่วนของราคาชุด Crazie Bike V.3 นั้น ทั้งเสื้อ และ เอี๊ยม จะอยู่ที่ ชุดละ 6,500 บาท เท่านั้น (6,500 ได้ทั้ง 2 ชิ้น เสื้อ และ เอี๊ยม) ถือว่าราคาดีเลยใช่ไหมละ แต่ขั้นต่ำของทางโรงงานคือผลิต 100 ชุดขึ้นไป ถึงจะได้ราคานี้ เพราะฉะนั้นผมจะเปิดรับออเดอร์ชุดทีม Crazie Bike V.3 โปรดติดตามในหน้าเพจของพวกเราได้เลยนะครับ อีกไม่นานเกินรอครับ

ผู้ชายหล่อๆ และ นิสัยดี

ส่วนใหญ่จะหนีไปขี่จักรยานกันทั้งนั้น

Facebook Comments