แบ่งปัน

หลังจากที่ร้าน Crazie Bike ของเราได้รับเจ้า Rotor Uno Breakaway มาจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน 10 ชุดแรกของบ้านเราอยู่ที่ร้าน Crazie Bike ทั้งหมดทั้งสิ้นด้วยความอยากรู้อยากลองของผมเองประกอบกับการอ่านใจของลูกค้าที่เป็นนักสะสมหลายๆท่าน ที่เป็นลูกค้าไม่ว่าจะประจำ หรือ หน้าใหม่ แต่อย่างไรก็ดี ใน 10 ชุดแรกนั้นได้รับการตอบรับอย่างที่ต้องบอกว่า เป็นไปตามคาดทั้งของผม และ ของพี่ป๊อบจริงๆ ด้วยชุดขับที่เรียกว่าเบามาก แม่นมาก ระบบไม่ยุ่งยากมาก แต่การไล่ระบบให้สมบูรณ์ 100% นี่ต้องบอกว่ายุ่งยากมากจริงๆ และ ในเวลานี้ตัวแทนที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการจะมีแค่ 5 ที่เท่านั้นคือ

1.Crazie Bike

2.Bike Station 3.Cycle Square 4.Cycle Zone 5.Sagfah และสำหรับเจ้าชุดขับ Rotor Uno นั้นต้องได้รับการติดตั้งอย่างถูกวิธีโดยช่างที่ได้รับการอบรมจากทาง Rotor เท่านั้นถึงจะอยู่มรการ Warranty ของทางบริษัท Pro Cycle จำกัด เพราะในแต่ละชิ้นส่วนในการประกอบมีราคาค่อนข้างสูง และ ต้องใช้ความชำนาญในการประกอบเท่านั้น ทางบริษัท Pro Cycle จึงอยากให้ Rotor Uno นั้นถูกติดตั้งโดยร้านตัวแทนทั้ง 5 ร้านที่กล่าวมาด้านบนนี้เท่านั้น

หลายๆท่านคงได้อ่านบทความเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของ Rotor Uno Breakway มากันบ้างแล้ววันนี้ผมเองได้รับฟังข้อมูลหลายๆอย่างจากทาง Mr.Boris ฝรั่งสุดหล่อชาวสโลววัก ที่เรียกว่าขยี้ใจสาวๆหลายๆท่านในงาน Training ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจและอยากนำมาถ่ายทอดให้เพื่อนๆนักปั่นทุกท่านได้อ่านกันครับ

แต่ก่อนที่เราจะมาเข้าเรื่อง Rotor Uno Breakaway Mr.Boris ก็มาสอนวิธีติดตั้ง Rotor Aldhu ขาจานรุ่นใหม่ล่าสุดของทาง Rotor ให้เหล่าบรรดาช่างของทั้ง 5 ร้านที่มาในงาน Training ครั้งนี้ด้วย การติดตั้งนั้นไม่ได้ยากเย็นมากมายแต่การตั้ง OCP (Optimum Chainring Position หรือ การปรับใบจานอย่างละเอียด) ที่ทำได้ละเอียดขึ้นนั้นทำให้มีผลต่อองศาการปั่นของนักปั่นทำให้การควงขานั้นทำได้ดียิ่งขึ้น การเทรนนั้นดิวพี่ชายคนเก่งของผมก็ได้รับการเทรนเป็นคนแรก และ ได้รับการฝึกสอนจาก Mr.Boris อย่างใกล้ชิด (OCP นั้นจะมีผลเฉพาะใบ Q หรือ ใบเบี้ยวเท่านั้น)

OCP นั้นถูกปรับได้ในระดับ .25 .50 หรือ แม่กระทั่ง .75 ทำได้ละเอียด เนียน ละเมียดละไมมาก พี่ป๊อบ กับ Mr.Boris เสร็จสิ้นง่ายดาย สวยงาม ที่สำคัญเบามากๆ !!ถึงเวลาลงมือปฏิบัติจริงดิวโชว์ฟอร์ม Mr.Glenn Pro Cycle Mr.Jimmy เก็บภาพบรรยากาศ พี่หนุ่มกับแอคชั่นเท่ๆ คุณหรั่ง จาก Bike Station การวางตำแหน่งและทิศทางของขาจาน Spider สำหรับขาจาน 4 รู บรรยากาศเป็นกันเองสบายๆ ตามไสตล์ Pro Cycleพี่แสงจาก Cycle Square ทุกคนตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อเพราะเป็นความรู้ใหม่ ผมเองก็ทำหน้าที่เก็บบรรยากาศต่อไป แต่ก็แอบฟังมาพอสมควรเอาไว้โต้ตอบกับลูกค้าได้ในระดับหนึ่งผมเองก็ดีใจแว้ว ^_^ จบเคสแรกพักเบรคก่อนมาสู่ช่วงที่ 2 Rotor Uno Breakaway พระเอกของงานนี้แล้วก็มาถึงพระเอกของงานนี้ Rotor Uno Breakaway ชื่อนี้มีที่มาจากแนวคิดเก๋ๆของทาง Rotor คือ การที่จะเติมเต็มสิ่งที่ขาดของทาง Rotor นั้นคงนี้ไม่พ้นการผลิตกรุ๊ปเซ็ตที่เป็นของตัวเอง และ ถูกผลิตด้วยตัวเองเพราะทาง Rotor มีเครื่องมือที่เรียกว่าทันสมัยมากผลิตชิ้นส่วนได้ถึงขนาดไมครอนเลยก็ว่าได้ แล้วแบบนี้ทำไมเราจึงจะไม่สร้างชุดเกียร์ที่ล้ำหน้าก่อนใครโดยใช้ระบบน้ำมันเข้าเป็นเครื่องยนต์กลไกทั้งระบบ เปรียบเสมือการปั่นที่มีการ Breakaway ออกมาก่อนแล้วจะมาโดนรวบในตอนไหนก็ช่างถือว่าได้โชว์แล้ว เป็นยังไงละเจ๋งใช่ไหมละส่วนตัวผมชอบนะแนวคิดแบบนี้ เท่ดีแล้วแนวคิดของ Rotor Uno คืออะไรละ ?Rotor มีแนวคิดต่างๆมากมายแต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นก็ยังต้องอยู่ในรูปธรรมนามธรรมที่เป็นไปได้ และ ที่สำคัญต้องเป็นรูปแบบที่นักปั่นต่างๆถวิลหา สิ่งต่างๆนั้นนำข้อดีของชุดขับที่มีอยู่แล้วในโลกปัจจุบันมาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปในแบบฉบับของทาง Rotor เอง คือ ต้องเป็นชุดเกียร์ที่มีความแม่นยำและนุ่มนวลในการเข้าเกียร์ แต่ยังคงฟีลลิ่งของระบบเกียร์สาย หรือ ระบบเมคานิคอล เป็นชุดขับที่ใช้ระบบฟูลไฮดรอลิค มีกรุ๊ปสำหรับชุดขับในระบบดิสเบรค(รองรับอนาคต) ต้องเป็นระบบที่ไม่ได้ใช้สายเกียร์สายเบรค และ ที่สำคัญต้องเป็นชุดขับที่เบาที่สุดในตลาดRotor Uno จึงถือกำเนิดขึ้นมาด้วยแนวคิดต่างๆ ในรูปแบบที่ถูกกำหนดขึ้นมาแล้วตามข้างล่างนี้ มาพร้อมสีดำ ตัดด้วยสีแดงสีที่เป็นเอกลักษณ์ของทาง Rotor ด้วยความแตกต่างหรอ Rotor Uno ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะแข่งขันกับคู่แข่งเจ้าต่างๆ แต่ Rotor Uno นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้นักสะสม หรือ ผู้ที่ชื่นชอบระบบเครื่องยนต์กลไกล นั้นได้จับจ่ายเพื่อเป็นของสะสม และ ที่สำคัญต้องใช้งานได้ดี และ ได้จริงมาต่อกันด้วย ไทมไลน์ของทาง Rotor Unoอย่างที่พวกเราทราบกันอยู่แล้วว่า Rotor นั้นถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2000 และได้ผลิตขาจาน และ ใบจานรูปไข่ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ มาจนถึงปัจจุบันนี้ได้มีการใช้อย่างแพร่หลายจนหลายๆคนมักพูดติดปากกันว่า Rotor ใส่อะไรก็หล่อ Rotor คือของแต่งที่ทุกคนถวิลมาเพื่อเพิ่ม Valued ให้กับจักรยานคันโปรดของคุณที่มาพร้อม ความสติฟที่มีมากจนคู่แข่งร้องจ๊ากเลยก็ว่าได้และในปี 2009 แนวคิดที่จะสร้างชุดขับที่เป็นกรุ๊ปของทาง Rotor เองก็ถือกำเนิดขึ้นมา โดยจะเห็นว่า ในทุกๆปี Rotor นั้นได้ทุ่มทุนวิจัยพอสมควรและหน้าตา ความสวยงาม ก็ยังคงมีมากขึ้นอีกด้วยจากปี 2013 ก็เริ่มเห็นความพัฒนาในตัวชิ้นส่วนต่างๆ และ ในปี 2015 นั้นเองที่ผมได้ไปลองตัว Demo ที่เมือง Morzine ประเทศฝรั่งเศส และในปี 2017 ที่เป็นตัว Complete สำหรับวางจำหน่าย หน้าตา และความสวยงามจัดว่าเปลี่ยนไปมากจนผมเองก็ตะลึงเหมือนกันว่าทำออกมาได้สวยขนาดนี้เลยหรอในปี 2015 ที่ Cape Town มี Training แคมป์ และ ในปี 2016 ทีม Qhubeka Belgium และ Bigla พันธมิตรอันเหนียวแน่นของทาง Cervelo และ Rotor ก็ได้เทสเจ้าRotor Uno ในการแข่งขันแล้วด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องของความผิดพลาดจะถูกเช็คให้โดยนักแข่งจริงๆ ในปี 2017 Fundacion Alberto Contador จะเริ่มใช้ Rotor Power และ Rotor Uno Groupset เพราะฉะนั้นเราจะมีนักแข่ง 29 คนที่ใช้ทั้งฝึกซ้อม และ ในการแข่งขัน และกว่า 600,000 กม.ที่มีผู้ใช้ได้เทสเจ้าชุดขับ Rotor Uno Breakaway มาถึงชิ้นส่วนของ Rotor Uno อย่างที่พวกเราทราบกันแล้วว่า Rotor Uno จะเป็นชุดขับที่เน้นระบบเครื่องยนต์กลไกล ถ้าเปรียบเทียบเป็นนาฬิกาก็ผู้ที่ชื่นชอบระบบเครื่องยนต์กลไกล หลังเปลือยที่นั่งดูกลไกลชิ้นนั้นชิ้นนี้ขยับไปมา แล้วเพลิดเพลินมีความสุข ถ้าเป็นรถสปอร์ตผมว่าหนีไม่พ้นพวกรถอเมริกัน Muscle car ที่เน้นความดิบเถื่อนของเสียงเครื่องยนต์ และ ระบบเกียร์ที่มาแบบ Manual เท่านั้น 252 SKU’s 485 ชิ้น และ 13 Workstations 4 Areas มีคนผลิต 6 คน ซึ่ง Mr.Boris คือหนึ่งในนั้น ทุกส่วนทุกขึ้นด้วยมือ 1 ชุดใช้เวลาผลิต 13 ชั่วโมง ก็เท่ากับว่า 1 เดือนจะผลิตได้เพียงแค่ 70 ชุดเท่านั้น จะมีขายแค่เพียง 342 แห่งทั่วโลก หลักๆจะอยู่ใน Europe มากกว่า เพราะถือเป็น Mass Market ของทาง Rotor อยู่แล้วแต่พี่ไทยของเราก็ไม่ธรรมดานะบอกเลย ^_^พอรู้จักแนวคิด และ ขั้นตอนในการผลิตต่างๆของ Rotor Uno มาแล้วก็ถึงเวลา Training Camp ของ 5 ร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป้นทางการของไทยเรากันแต่เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่แค่ 5 ร้านนะครับ 5 ร้านเฉพาะในตอนนี้ในอนาคตแว่วๆ ว่าจะมีเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยแต่คงไม่มากจนล้นหลามแน่นอนครับ พระเอกของงานวันนี้ก็รถคันเก่งของผมนั่นเองคนที่ชำนาญสุดของงานนี้แน่นอนว่าต้องเป็นดิวพี่ชายผมนั่นเองเพราะเป็นช่างคนเดียวที่ได้ประกอบ Rotor Uno กว่า 5 คันในตอนนี้โดยจะมีหลังจากประกอบทั้งหมดด้านบนละด้วยความมั่นใจของตัวดิวเองก็ต้องบอกเลยว่ามีความมั่นใจในระดับหนึ่งแต่ความรู้เราสามารถเติมได้ไม่มีวันจบจึงเข้าอบรม Rotor Uno Training ในวันนี้ เพื่อต่อยอดสิ่งต่างๆที่ยังไม่ทราบเพื่อทำให้การปรับจูนนั้นสมบูรณ์อย่างที่คาดไว้ เริ่มกันที่ Mr.Boris ถอดชิ้นส่วนของตีนผีให้พวกเราดูกัน หลังจากแนะนำชิ้นส่วนต่างๆ และ เครื่องยนต์กลไกของตัว Rotor Uno ก็ถึงเวลา Bleeding ขั้นตอนที่ยากที่สุดของการไล่ระบบน้ำมันเพื่อไม่ให้มีอากาศในระบบ แรกๆคิดว่าง่ายเหมือนที่เราทำเสือภูเขาทั่วไป แต่จริงๆแล้วไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย ดิวเองก็ต้องทำความเข้าใจกับระบบใหม่ทั้งหมด และ เตรียมเรียกรถทุกคันที่ได้ประกอบออกไปกลับมา Bleeding ใหม่ทั้งหมดเพื่อที่จะทำให้สมบูรณ์แบบเพื่อความพอใจทั้งตัวช่างเอง และ ลูกค้า  การตัดสายต้องตัดให้เป็นแรวเส้นตรงระบบเดียวกันส่วนของตาไก่สีทองใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเลยทันทีไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ วางให้ชิด แล้วขันยึดด้วยเครื่องมือที่ให้มาในกล่อง เริ่มเทน้ำมันในระบบเห็ว่าระบบปิดแค่นี้แต่ที่น่าทึ่งคือมีแรงดันถึง 80 บาร์เชียวนะเหมือนเราดำน้ำลึก 200 เมตรเลยทีเดียว จะเห็นว่ารถผมเองนั้นยังมีอากาศอยู่ในระบบมากมายเลยทีเดียวงานนี้ถึงมือ Mr.Boris แล้วแถมดิวยังได้ความรู้ใหม่ๆ ผมเองประทับใจมากเลยทีเดียวกับเคสนี้ พอเต็มระบบแล้วก็เทน้ำมันคืนจะเห็นว่าขวดนี้ใช้กันยาวๆเลยทีเดียว ต่อที่การไล่ระบบเบรคครั้งแรกเข้าใจว่าต้องใส่น้ำมันให้เต็มระบบจนยางส่วนนี้บวมเป่งแต่ก็แอบคิดว่าถ้าทำแบบนี้มันจะใส่กริ๊ปที่มือยากมาก ต้องไม่ใช่แน่นอน ซึ่งก็เป็นไปตามคาดจริงๆ ต้องให้น้ำมันเต็มระบบโดยที่ส่วนนี้ต้องอยู่ในลักษณะตามรูปคล่อยคลึงเพื่อไล่ระบบน้ำมันจนทั่วแล้วเป็นอันเสร็จพิธี เบรคจัดว่านุ่มมือกว่าที่เคยเป็นมากมายเลยทีเดียว การปรับจูนที่ตีนผีเหมือนจะยากแต่จริงๆแล้วไม่ยากเลย ต่อด้วยรถคันเก่งของพี่ป๊อบที่ประกอบโดยช่างหรั่ง ของ Bike Station  พี่แสง Cycle Square ก็ทดลอง Bleeding ด้วย Mr.Daniel และ Mr.Jimmy พนักงานของทาง Rotor ก็มาเก็บบรรยากาศการเทรนนิ่งครั้งนี้ด้วยหลังวันเทรนนิ่งดิวก็ไม่รอช้าเรียกรถคันแรกกลับมา Re Bleeding อีกครั้ง โดย Mr.Boris ก็มาเยี่ยมเยือนร้าน Crazie Bike ของเราด้วยเช่นกันMr.Daniel และ พี่ป๊อบโปรไซเคิล ก็มาเช่นกัน Mr.Jimmy ดูงานอย่างใกล้ชิด เริ่มงาน Bleeding ได้ พอดึงครั้งแรกต้องตกใจเพราะอากาศในระบบมีอยู่มากมายจริงๆ ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะทำการแก้ไขให้ลูกค้าถือว่าเป็น Service หลังการขายที่ดีสำหรับร้าน Crazie Bike ของเราจริงๆ พี่ป๊อบหนึ่งในผู้ที่คลั่งไคล้และชื่อชอบ Rotor Uno ขอลอง Bleeding บ้าง อากาศยังมีแต่เริ่มน้อยลงเพราะการ Bleeding ที่ถูกวิธีหลังจากได้วิชามาจากการเรียนรู้เมื่อวานนี้ Mr.Boris มาตรวจเช็คเพื่อความชัวร์ และ ก็ยกนิ้วให้ บอกแบบนี้เลย “Prefect” หลังจากนั้น Mr.Boris Mr.Daniel และ Mr.Jimmy ก็คุยกันถึงเรื่องต่างๆ และ เอ่ยปากชมดิวว่าเป็นคนที่หัวไว และ มีสกิลของช่างที่ดีอยู่เต็มตัวเลย ผมแอบยิ้มกันเลยทีเดียวบทความนี้ผมจัดทำเพื่อเป็นความทรงจำดีๆที่ได้ Training กับ ทาง Rotor และ สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าที่สนใจ Rotor Uno Breakaway ว่าสามารถเข้ารับบริการและสามารถติดตั้งที่ไหนได้บ้าง ขอบคุณที่ติดตามบทความของผมครับ สวัสดีครับ

จุดเด่นของ Rotor Uno Breakaway คงหนีไม่พ้นความเก๋ไก๋ ดูดีมีสไตล์ สวยงามในแบบของงานสร้างที่ตั้งใจออกแบบ แล้วก็แนวคิดที่เปลี่ยนแปลงระบบอุตสาหกรรมที่นำระบบน้ำมันมาใช้งานแบบเต็มระบบ เพื่อลดปัญหาความตึงหย่อนของสายเกียร์ในระบบเมคานิคอล และ ความแม่นยำนี่ต้องบอกว่าถ้าคุณ Bleeding ระบบน้ำมันได้สมบูรณ์แบบ คุณจะได้ชุดเกียร์ที่เรียกได้ว่าแม่นยำที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้แน่นอนครับผมมั่นใจเลยว่าชุดขับจากทาง Rotor จะทำให้คุณหลงรักได้อย่างไม่ยากเย็นเหมือนที่ผมเองนั้นได้สัมผัสมา

สิ่งที่จะมาในอนาคตของชุดขับ Rotor Uno Breakaway อย่างที่เราจะเห็นว่าตอนนี้ฮู๊ดหรือกริ๊ปมือจับของ Rotor Uno นั้นค่อนข้างใหญ่มีผลมากกับมือของผู้หญิง และ มือของคนเอเชียอย่างเช่นพวกเรา เพราะที่เค้าออกแบบมาในปัจจุบันจะสำรวจความพึงพอใจมาจากชาวยุโรปนั่นเอง แต่ในอนาคตจะมีให้เลือก 3 ขนาด คือเล็ก กลาง และ ใหญ่นั่นเอง ทำให้ครอบคลุมการทำงานทั้งคนเอเชีย และ ชาวยุโรป สบายกันละทีนี้เฟืองที่จะออกมาในอนาคตคือ 11-23,11-25 และ 11-30 ทำให้ถูกใจทั้งขาแรง และ สายเขาอย่างพอสมควร และ อีกที่มีอยู่แล้วจุดเด่นคือ เราสามารถเลือกได้ที่จะปรับให้การปรับรูดเกียร์ขึ้นนั้นจะเซ็ตให้ขึ้นได้ทีละ 1-4 ตามความต้องการของผู้ใช้น้ำหนักของชุด Disc Break จะอยู่ที่ 1,625 กรัมและ Rim Break จะอยู่ที่ 1,850 กรัม จัดว่าเบามากๆในอุตสาหากรรมของวงการจักรยาน เหมาะสำหรับสายไล่เบา

 

ผมชอบทำตัวเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้วและ ยินดีที่จะรับข้อมูลสดๆใหม่ๆที่จะเป็นโยชน์ต่อเราและธุรกิจของเรา มาถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้รับรู้เสมอ

Facebook Comments