แบ่งปัน

ถ้าจะให้กล่าวถึงแบรนด์ CeramicSpeed จากประเทศเดนมาร์ก พวกเราคงไม่ต้องพูดกันมากมาย เพราะนักปั่นหลายๆท่าน ไม่ว่าจะทั้งในบ้านเรา และ ในต่างประเทศ หรือ จะเป็นลูกค้าของทางร้าน Crazie Bike เองก็ดี หรือ จากร้านตัวแทนต่างๆ ทั่วประเทศเองก็ดี ทุกคนต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า CeramicSpeed คือการลงทุนที่จัดว่าคุ้มค่าสุดๆ อย่างหนึ่งในการอัพเกรดจักรยานคันโปรดของคุณ วันนี้ทาง CeramicSpeed ก็ได้สร้างประวัติกาลครั้งใหม่อีกครั้งด้วยการผลิตน้ำมันหล่อลื่นโซ่ชนิดใหม่ ซึ่งเป็นสารหล่อลื่นที่จะเปลี่ยนแปลงการหล่อลื่นของโซ่ในแบบฉบับเดิมๆไปตลอดกาล ไม่จำเป็นต้องเลือก Wet หรือ Dry กันอีกต่อไป เพราะใช้การ Coating หรือ การเคลือบตัวข้อต่อของโซ่เข้ามาแทนทำให้จุดเด่นของการเจ้า UFO DRIP คงหนีไม่พ้นเรื่องการไม่จับฝุ่นของโซ่ ทำให้การหล่อลื่นนั้นทำออกมาได้สมบูรณ์แบบสุดๆ ต่อการหยอดโซ่เพื่อเคลือบในระยะ 200 กม. จัดว่าเด็ด จัดว่าดี จนเสียงตอบรับในช่วงเดือนที่ผ่านมาของผม ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ” ลื่นจริง และ ดีจริงๆ” ขนาดคนที่เอ่ยปากชมยากๆ อย่างพี่เปรม ยังเดินมาสะกิดแล้วพูดกับว่าผม แม่งดีจริงๆ ผมแอบยิ้มเลยนะหลังจากได้ยินแบบนี้ เกริ่นมาซะเนินนาน มาลองดูกันว่าผลเทสต่างๆ และ แนวคิดของทาง CeramicSpeed ที่ผลิดเจ้า UFO DRIP นั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง

CeramicSpeed Introduces World’s Fastest Chain Coating

UFO DRIP CHAIN COATING นั้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ที่ถูกออกแบบมาใหม่ทั้งหมด และ ไม่ใช่แค่น้ำมันหยอดโซ่เหมือนที่ทุกๆคนเข้าใจ แต่เป็นการปฏิวัติรูปแบบการหล่อลื่นใหม่ทั้งหมด และ จะเรียกว่า UFO DRIP เป็นสารเคลือบโซ่ชนิดขวดตัวแรกของโลกที่ปฏิวัติการหล่อลื่นไปตลอดกาลหลังจากที่ซุ่มทดสอบทั้งในห้องปฏิบัติการ และ ในแบบภาคสนามกว่า 4,000 ชั่วโมง เพื่อหาข้อมูลของแรงเสียดทาน หรือ ค่า friction ที่พวกเรารู้จักกันเป็นอย่างดีแล้วนั่นเอง ทาง CeramicSpeed ก็ได้ภูมิใจที่จะนำเสนอ น้ำมันหยอดโซ่ขวดแรกในโลกที่จะเรียกว่าเป็นน้ำมันหล่อลื่นที่พวกเขานั้นกล้าพูดว่า สารหล่อลื่นชนิดใหม่ของพวกเขา หรือ น้ำมันหยอดโซ่ของพวกเขาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เร็วที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ และ เจ้า UFO DRIP เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา เริ่มจากโคงการที่มีเป้าหมายเฉพาะและเจาะจงมาก ซึ่งเป็นแกนหลักของการพัฒนาในครั้งนี้ และ การพัฒนาครั้งนี้ก็ยังมีส่วนแบ่ง DNA ของผลิตภัณฑ์ต่างๆของทางพวกเขาที่เป็นสายของผลิตภัณฑ์พิเศษที่มีความใฝ่ฝันและวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนา และ ทดลองผลิตภัณฑ์อย่างแม่นยำ และ สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับพรีเมียมที่สุดที่มีขายอยู่ในท้องตลาดเลยก็ว่าได้เช่นกันUFO DRIP CHAIN COATING คืออะไร ?

UFO DRIP เป็นสารเคลือบชนิดใหม่ที่ถูกบรรจุลงในขวดที่ใช้รูปแบบของเหลว และ แข็งตัวต่อการเคลือบโซ่แบบแห้งสมบูรณ์แบบ 100% ทำให้เกิดแรงเสียดทานน้อยกว่าน้ำมันหล่อลื่นชนิดอื่นๆในท้องตลาด (ถูกนำออกมาใช้โดยเฉพาะโรงงาน UFO RACING CHAIN) และ เมื่อการวิจัยได้ข้อสรุปเรื่องแรงเสียดทานได้ข้อเท็จจริง และ ที่สรุปกันบ่อยๆคือ วัตต์ทุกครั้งที่สูญเสียไปจากแรงเสียดทานมีค่าน้อยกว่า 1 วัตต์ต่อการเคลือนที่ของรอบบันไดในทุกๆรอบทำให้มีผลต่อการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของจักรยานทำได้ดีอย่างสมบูรณ์ในทุกๆครั้งที่เราออกแรงกระทำได้เป็นอย่างดี นักปั่นหลายๆท่านอาจจะไม่รู้จัก UFO RACING CHAIN การหล่อลื่นในรูปแบบเก่าของทาง CeramicSpeed ตัวอย่างอยู่ในรูปด้านล่างนี้ครับแต่ความแตกต่างของ UFO DRIP คือ ความแห้ง และ ความสะอาดของตัวโซ่ ที่เรียกว่าตลอดการใช้งาน 100 กม. นั้นแทบไม่มีฝุ่นจับ ทำให้แรงเสียดทานที่เกิดจากฝุ่นนั้น แทบจะไม่เกิดให้เห็นกันเลยทีเดียวหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ CeramicSpeed , Jason Smith ซึ่งเป็นมันสมองที่อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติผลิตภัณฑ์ครั้งนี้ได้อธิบายว่า“สารหล่อลื่นอื่นๆ อาจจะอ้างว่าเป็นการทดสอบที่เร็วที่สุด” แต่การทดสอบด้วยข้อมูล (Data-Driven Testing) ไม่รวมถึงตรรกะ และ ความหมายที่มีเพียงว่า “เร็วที่สุดเท่านั้น” และก็คือ UFO DRIP CHAIN COATING น้ำมันหยอดโซ่ชนิดแห้งที่ถูกทดสอบมาแล้วกว่า 4,000 ชั่วโมง เป็นน้ำมันหล่อลื่นชนิดใหม่ที่เร็วที่สุดในโลก เลยก็ว่าได้เช่นกันผมมั่นใจThe Revolution : การปฏิวัติวงการ Jason Smith เป็นผู้ที่ก่อตั้ง FRICTIONFACTS ซึ่งเป็นห้องทดลองแรงเสียดทานแบบอิสระที่ได้รับจาก CeramicSpeed ในปี พ.ศ.2560 Jason Smith ซึ่งเป็นผู้ที่คิดค้น UFO RACING CHAIN ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่า UFO นั้นย่อมาจาก Ultra Fast Optimization ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า UFO RACING CHAIN เป็นโซ่จักรยานที่เร็วที่สุดในโลกที่มาเป็นอันดับหนึ่งสำหรับการแข่งขันเลยก็ว่าได้ แต่ความทะเยอทะยานของทาง CeramicSpeed ที่มีความรุนแรงมากขึ้น พวกเขานั้นมีความต้องการที่จะผลิตสารหล่อลื่นชนิดใหม่ที่ต้องดี และ เร็วที่สุดที่เคยมีมาและต้องเป็นการหล่อลื่นในรูปแบบใหม่ที่สามารถส่งถึงมือนักปั่นทุกคน จึงได้เกิดผลิตภัณฑ์หล่อลื่นชนิดใหม่ที่ดีที่สุด เร็วที่สุด และ ประหยัดที่สุดขึ้นมา และให้ชื่อว่า UFO DRIP CHAIN COATING นั่นเองก่อนที่พวกเราจะสร้างเจ้า UFO DRIP ขึ้นมานั้นรองประธานของบริษัท CeramicSpeed : Martin Banke ได้กล่าวขึ้นมาว่า ถ้า CeramicSpeed จะสร้างอะไรขึ้นมาสักอย่างนั้นต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกขนานนามว่าต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่เร็วที่สุดในโลก และ เราจะทำการเคลือบโซ่แบบสมบูรณ์แบบ 100% ในแบบที่เรียกว่าเคลือบแห้ง โดยต้องการปฏิวัติทุกๆอย่างที่มีอยู่ในท้องตลาดเพื่อเกิดผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่าถูกยกเครื่องใหม่ทั้งหมด และ ดีที่สุดในท้องตลาดเท่าที่เราจะทำได้เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุดส่งถึงมือประชาชนในทุกๆคน  ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของการผลิต UFO DRIP ครั้งนี้ Klaus Banke และ Lina S.Madsen ผลทดสอบนั้นถูกลงมือทำจริงๆ ด้วยความสัตย์จริงใน Lab ของ FRICTIONFACTS  นักกีฬาที่ถูกคัดเลือกมาทดสอบในครั้งนี้คือ Helle Frederiken (Olympion World Rec.) และ Martin Mortensen (UCI PRO/CERAMICSPEED Employee) อย่างที่ได้กล่าวกันมาข้างต้นทาง CeramicSpeed นั้นได้ทดสอบทั้งในห้อง Lab และ ในสภาพถนน และ ภูมิประเทศ และ ภูมิอากาศแบบจริงๆด้วยนักปั่นที่มีดีกรีต่างๆ จึงทำให้มั่นใจว่าข้อมูลทุกอย่างนั้นถูกทดสอบแบบมีที่มาที่ไป และ ได้ผลจริงๆไม่ได้นั่งเทียนเขียนขึ้นมาแต่อย่างใดและก็มาถึงหน้าตาพระเอกของงานนี้ 1 กล่องใหญ่ ดูหรู ดุดัน ดีใช่ไหมล่ะ สีดำ ตัดด้วย สีแดง และ สีขาว ผมว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวผมเองนั้นให้ความสนใจเวลาต้องการจะซื้ออะไรสักอย่าง และทาง CeramicSpeed ก็ไม่ทำให้ผมผิดหวังเช่นเคย1 ขวดจะมีปริมาณ 180ml ราคาขายขวดละ 2,800 บาท ถ้าเรามองตัวเลขเรื่องราคาเราอาจจะร้องโอ้โหทำไมแพงจัง แต่จริงๆแล้วสำหรับผมถือว่าถูกมากนะครับ เพราะปริมาณที่ได้ และ ปริมาณการใช้ในแต่ละครั้งจะอยู่ที่ 3ml/1 ครั้งใช้ได้ระยะทาง 200 กม. ถ้าเทียบ Users ทั่วๆไปแบบผมที่มีปริมาณการปั่นต่อหนึ่งสัปดาห์ 200 กม. + – นิดหน่อย ก็จะใช้ได้เป็นปีกันเลยทีเดียว แถวต่อครั้งในการใช้ถือว่าน้อยมากๆ จะมีแค่ครั้งแรกครั้งเดียวเท่านั้นที่ต้องใช้เยอะที่สุดคือ 6ml หลังจากนั้นเราทำการเติมโซ่โดยการหยดซ้ำเพียงครั้งละ 3ml โดยไม่ต้องล้างโซ่อีกเพราะการใช้งานแบบได้ประสิทธิภาพนั้นในครั้งแรกของการใช้งานเราต้องล้างสารเหลือโซ่ออกทั้งหมดและทำการตากให้แห้งจึงจะสามารถนำ UFO DRIP มาหยอดโซ่และปล่อยให้ระเหยแห้งจนเคลือบโซ่ได้อย่างเต็มรูปแบบ ข้อควรระวังในการใช้ UFO DRIP ครั้งแรกที่ผมจะเน้นย้ำคือ เราต้องทำความสะอาดสารหล่อลื่นที่ติดโซ่มาให้หมดจดแบบไม่เหลืออะไรติดโซ่เลย และ ทำการตากจนแห้งสนิทจึงนำมาหยอด UFO DRIP และทิ้งไว้ให้ระเหยแห้งจนเป็นสารเคลือบโซ่ที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยก็ว่าได้ครับ

ลงสนามจริงวันแรกเทสทริป กรุงเทพสวนธน BKK-Huahin Crazie Bike X Turtle Cycling Club Thailand ทริปนี้ปั่นรวมกันกว่า 60 ชีวิต แต่มีผู้ร่วมทดสอบ UFO DRIP ทั้งหมด 6 คน คือ ตัวผมเอง , นิว , ดิว , พี่เปรม , น้องฮะ และ ก็คนสุดท้าย เอนเจ วันที่ 17/12/2560 จัดว่าเป็นทริประยะไกลสำหรับตัวผมเองเลยก็ว่าได้จะเรียกว่าอ่อนซ้อมที่สุดในกลุ่ม เนื่องด้วยเป็นคนตื่นสาย และ ปั่นได้แค่ช่วงเย็นๆในแต่ละวันปั่นได้บ้างไม่ได้บ้างเนื่องจากต้องคอยรับของส่งของเรียกว่าเป็นม้าเร็วของทางร้านเลยก็ว่าได้ แต่วันนั้นจัดว่าเป็นวันที่อากาศค่อนข้างดีลมเย็นสบายๆ แถมลมดันหลัง ก่อนออกทริปผมได้คุยกับทาง เอนเจ ผู้ประสานงานทีมเต่าถึงเจ้า UFO CHAIN อยากทดลองไหม นำรถมาเซ็ตที่ร้านก่อน 1 วันเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมเพราะเพิ่งจะได้มาก่อนวันงานเพียง 1 วันเท่านั้นเรียกว่าของถึงไทยปุ๊บก็รีบหา และ นำมาทดสอบกันเลยก็ว่าได้จัดว่าเป็นเวลาที่ดีที่จะได้ทดลองไปในตัวกับระยะทางไกล แถมสภาพถนนมีการปรับปรุงและทำทางหลายช่วงจัดเป็นการเทสที่ดีเลยทีเดียวเรื่องการจับฝุ่นเริ่มต้นที่ Porto Chino ผมเองก็ได้ประกอบรถและเทสรถ เนื่องด้วยทั้งสัปดาห์ก่อนวันงานผมป่วยค่อนข้างหนักมีไข้ และ ไอจามพอสมควรจึงเกิดการกังวลเป็นอย่างมากว่าจะเป็นตัวถ่วงของคนอื่นแต่ในใจคิดว่าสู้สิไหวแค่ไหนแค่นั้นเอาที่เราทำได้ให้ได้มากที่สุดเพราะต้องจับเทสของ UFO DRIP มาเขียนบทความด้วยเป็นไงเป็นกันแล้วกัน ปั่นไปคุยไปตลอดทางกันเอนเจตัวแสบ หมกกลุ่มบ้าง ขึ้นบนบ้างลงมาบ้างเอนเจบอกผมตลอดในช่วงแรกๆขึ้นสะพานทำหน้าระรื่น (เพราะเห็นกล้อง) จริงๆแล้วเหนื่อยแต่ด้วยสัญชาตญาณเห็นกล้องไม่ได้งานแอคชั่นต้องมาสิ่งที่ผมจับได้ตลอดทริปนี้คือ การเปลี่ยนเกียร์ทำได้ดีค่อนข้างสมูธตั้งแต่เริ่มจนใกล้จะจบทริป จะเริ่มมีเสียงของการเสียดสีขึ้นมาเรื่อยๆ ผมจึงตั้งข้อสังเกตว่าถ้าคนที่มีรอบขาจัดๆแบบผมและพี่เปรมน่าจะมีเรื่องนี้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแต่ก็ยังเป็นความคิดที่ยังก้องอยู่ในหัวจนจบทริปผมเองก็ได้มาพูดคุยกับพี่เปรมผู้ที่ใช้รอบขาในระดับเดียวกันกับผมคืออยู่ในช่วง 90+ แน่ๆ พี่เปรมผู้ที่เป็นคนปากหนักไม่ค่อยเอ่ยชมอะไรให้ผมได้ยินก็พูดขึ้นมาว่า เห้ยแม่งเวิร์ค พี่ว่ามันดีจริง ลื่นจริง ผมได้ยินแบบนี้ก็แอบอมยิ้มไม่ได้ แล้วผมก็ยิงคำถามไปว่า พี่เริ่มได้ยินเสียงเสียดสีที่ก.ม.ที่เท่าไร พี่เปรมบอกว่า สัก 160 เห็นจะว่าได้ ผมก็เลยร้องอ้อ รอบขามีผลต่อการเสียดสีจริงๆ เพราะว่าระยะทางนั้นต้องมาจากการใช้รอบเร่งรอบผ่อนรอบแน่นอน แต่ก็ยังคาใจ รอถามดิวกับนิว ดีกว่าเพราะ 2 คนนี้เป็นนักปั่นที่ใช้รอบขาค่อนข้างช้า AV จะอยู่ในช่วง 75-85RPM แน่นอนไม่เกินนี้ผมมั่นใจเริ่มด้วยนิวคนเก่งของผมพอสอบถามก็ได้คำตอบที่ผมรู้อยู่แล้ว และ มั่นใจว่านิวต้องพูดแค่ว่า “ดี” คำพูดติดปากที่ได้ยินประจำ ถามว่ามีอะไรมากกว่านี้ไหมตอบเลยว่าไม่ อ่ะเป็นอันจบเคสนิวแบบสั้นๆได้ใจความความหวังต่อไปของผมคือ ดิวผมเองได้ตั้งคำถามให้ดิวว่า สรุปแล้วลื่นจริง จูนง่ายจริง ผ่านสภาพอากาศ แบบลมฝุ่นมาแล้วทุกอย่างยังคงง่ายเหมือนช่วงที่เราหยอดตอนแรกไหม เพราะความลื่นในช่วงต้นผมมั่นใจว่าทุกยี่ห้อน่าจะไม่ต่างกันมากแต่ในทุกๆ กม. ต้องมีฝุ่นมาจับที่ตัวโซ่บ้างไม่มากก็น้อย หลังจากจบทริป สิ่งที่ดิวรีบสังเกตุทันทีคือ โซ่สะอาดมาก แทบไม่มีฝุ่นจับเลยจะบอกว่าไม่มีเลยก็เป็นไปไม่ได้ แต่มีน้อยมากจริงๆ อันนี้ผมกล้าคอนเฟิร์มเลยด้วยโซ่ที่แห้งนี่ละจึงทำให้ไม่จับฝุ่นเหมือนน้ำมันหยอดโซ่ทั่วๆไป ถือเป็นจุดขายที่ดีทีเดียว และ ที่สำคัญคือลื่นและสมูธจนครบระยะกม.ที่ได้กล่าวอ้าง แต่จะมี + – นิดหน่อยตามการควงรอบขาอันนี้ผมเองก็กล้าฟันธงเพราะดิวบอกว่าใช้รอบขามาในช่วง 80-85RPM ปั่นจนถึงอุทยานราชภักดิ์ถึงจะเริ่มมีเสียงการเสียดสีของโซ่ที่กระทำต่อใบจาน และ เฟืองหลังให้ได้ยิน ถือว่าเป็นอันจบเคสการเทสที่ใช้คนในการเทสในส่วนของน้องฮะก็คอนเฟิร์มว่าลื่นจริงและดีจริงจนครบระยะทางเช่นกันมาถึงคนสุดท้าย เอนเจ เพื่อนรักของผมคนหนึ่งที่ผมค่อนข้างไว้ใจ และ นำของหลายๆอย่างไปให้เค้าเทส และ ทดลองเนื่องด้วยลักษณะนิสัยของเอนเจเป็นคนละเอียด เก็บรายละเอียดดีไม่แพ้ผมถึงแม้ว่าเรา 2 คนจะไม่ใช่คนเก่งอะไรกันมากมายแต่หลายๆอย่างเราก็ได้ทำการลงทุนและทดลอง ด้วยตัวของตัวเองจึงทำให้มั่นใจว่าเราจ่ายเอง เพื่อสนองความต้องการของตัวเองเช่นกัน เพราะฉะนั้นจึงทำให้มั่นใจได้เลยว่าการที่ผมจะทดลองอะไรมันต้องมาจากสิ่งที่ผมชอบ และ อยากรู้อยากเห็นจึงยอมจ่ายมาเพื่อทดลองให้นักปั่นทุกๆท่านได้รับรู้เพื่อเป็นการแชร์ข้อมูลจากเพื่อนสู่เพื่อน แบบแบไต๋กันเลยทีเดียว ในครั้งแรกที่เอนเจได้ยินราคาถึงกับร้องว่าเห้ยแพงว่ะ ผมเองก็ได้อธิบายว่าถ้าเราคำนวณแล้วมันไม่ได้แพงอย่างที่คิดนะถ้าเทียบปริมาณที่ใช้ ต่อ ระยะทาง และ ที่สำคัญใช้น้อยกว่าน้ำมันหยอดโซ่ทั่วไปแน่เพราะว่าเป็นการเคลือบ ไม่ใช่การชะโลม ทำให้การดูแลรักษานั้นทำได้ง่ายกว่า ล้างครั้งแรกสุดให้สะอาดเพียงครั้งเดียว ที่เหลือเติมได้เลยเพราะโซ่ค่อนข้างสะอาดอยู่แล้วทำให้ประหยัดไปได้หลาย เอนเจจึงอาสามาทดลองในครั้งนี้ด้วย และ ผลก็เป็นไปตามคาดเอนเจสรุปว่า UFO DRIP เป็นน้ำมั่นหล่อลื่นชนิดใหม่ที่จัดว่าลื่น และ นุ่ม ละมุน ละมัย สุดๆ ในระยะ กม. ที่กล่าวอ้างถือว่าทำได้ดีแบบน่าประทับใจมากถึงมากที่สุด และ ที่สำคัญ คุ้มค่าต่อการลงทุนเป็นอย่างมาก ราคาถ้ามองเป็นตัวเลข อาจจะอยู่ในเกณฑ์ที่สูงเพราะชื่อ CeramicSpeed ไม่มีของถูกอยู่แล้ว แต่ใน UFO DRIP กลับทำราคาออกมาจัดว่าดีที่สุดในท้องตลาดเลย จะพูดแบบนั้นก็ไม่ผิดอย่างที่ผมเคยกล่าวอ้างไปว่าถ้าคุณเทียบปริมาณต่อการใช้แล้ว คุณจะรู้เลยว่า UFO DRIP เป็นน้ำมันหล่อลื่นที่ ” ดีที่สุด ลื่นที่สุด ถูกที่สุด แล้วทำไมพวกคุณถึงจะไม่ซื้อมาใช้กันล่ะ “

สรุปข้อดีของ UFO DRIP CHAIN COATING

  • ดีที่สุด – ผลการทดสอบจากห้อง Lab ของ FRICTIONFACTS เป็นตัวทดสอบและยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าน้ำมันหยอดโซ่ตัวนี้เป็นน้ำมันหยอดโซ่ชนิดเคลือบชนิดแรกของโลกที่ดีที่สุด ณ เวลานี้
  • ลื่นที่สุด – จากผลการทดสอบจากห้อง Lab ของ FRICTIONFACTS ก็เป็นตัวยืนยันอีกเช่นกันว่าในระยะ 200 กม. ที่เราทำการเคลือบโซ่ด้วย UFO DRIP ลื่นที่สุด ประหยัดวัตต์ที่สุด ทำให้เราเซฟแรงขณะปั่นไปไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว
  • ไม่จับฝุ่น – ต้องบอกเลยว่าฝุ่นนั้นเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเกิดแรงเสียดทานขณะปั่นทาง CeramicSpeed เล็งเห็นถึงจุดนี้เลยผลิตน้ำมันหล่อลื่นชนิดเคลือบแบบแห้งมาทำให้หมดปัญหาเรื่องฝุ่นได้แทบจะ 100% เลยทีเดียว
  • ปริมาณเยอะสุดในท้องตลาดด้วยขนาด 180ml ต้องบอกเลยว่าเยอะมากๆเลยทีเดียว
  • ถูกที่สุดถ้าเรามองในด้านราคาขวดหลายคนอาจจะตกใจว่าอะไรกันขวดละ 2,800 บาทเลยหรอแต่ถ้าเรามาคำนวณปริมาณการใช้ต่อครั้งเพียง 3ml/200กม. ถ้าเราเป็นนักปั่นทั่วๆไป เราจะสามารถใช้ UFO DRIP ได้ถึง 1 ปี กันเลยทีเดียว
  • มีผลทดสอบจากแหล่งที่เชื่อถือได้ FRICTIONFACTS
  • หมดปัญหาการเลือก WET/DRY เพราะ UFO DRIP ขวดเดียวใช้ได้ทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะร้อน ฝน หรือ หนาว ขวดเดียวเอาอยู่
  • ได้รับพัฒนาทั้งในห้อง Lab และ การทดลองด้วยนักปั่นที่มีรางวัลการันตีด้วยการลงสนามจริงทดสอบ
  • หมดปัญหาคราบน้ำมันสลัดเปื้อนเฟรมเพราะเป็นน้ำมันหล่อลื่นชนิดแห้งที่มีคุณสมบัติเคลือบไปตามข้อต่างต่าง และ ตัวโซ่

การทำความสะอาดโซ่เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนใช้งานเจ้า UFO DRIP แบบง่ายๆ (สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องล้างสารหล่อลื่นที่ติดมากับตัวโซ่ และ ตามข้อต่อต่างๆให้สะอาดและเกลี้ยงเกลาที่สุด) สำหรับผมคิดว่าการถอดโซ่ออกเพื่อแช่น้ำยาล้างเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการล้างโซ่ก่อนทำการหยอดโซ่ด้วย UFO DRIP แต่สำหรับคนที่ไม่มีอุปกรณ์มากมายใช้วิธีตามคลิปข้างล่างนี้ได้เช่นกัน ล้างให้เกลี้ยง และ ปล่อยให้แห้งหลังจากนั้นหยอดด้วย UFO DRIP แล้วปล่อยให้ระเหยจนแห้งทั้งหมด UFO DRIP จะทำการเคลือบโซ่ และ ข้อต่อต่างๆของโซ่เรา ทิ้งไว้ประมาณ 3-6 ชั่วโมงกำลังดี ถ้าเรามีปั่นตอนเช้าผมว่าทำทิ้งไว้ในช่วงกลางคืนจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด

โชว์การหยอด UFO DRIP แบบ Richer man ของทาง CeramicSpeed โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม (การหยอดแบบนี้ต้องมี 10ml+ แน่นอน) ซึ่งตอนที่ผมใช้ที่รถของพวกผมใช้น้อยกว่านี้มากพอสมควรเลยละ


โฉมหน้า Crazie Bike ชุดที่ตะลุย หัวหินเป็นถิ่นมีหอย ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นตัวเลือกช่วยให้เพื่อนๆตัดสินใจที่จะคว้า CERAMICSPEED UFO DRIP CHAIN COATING มาครอบครองได้ไม่มากก็น้อยครับ ขอบคุณครับ

วิธีใช้งาน CeramicSpeed UFO DRIP

1.ล้างโซ่ให้สะอาดหมดจด สารหล่อลื่นที่ติดค้างโซ่ต่างๆต้องล้างจนสะอาดหมดจดที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ แล้วจัดการนำโซ่มาจากจนแห้งสนิท 2.เมื่อตากจนโซ่แห้งสนิทแล้วให้ทำการนำโซ่ประกอบกลับคืนตัวรถจักรยานคันเก่งของเรา แล้วทำการหยอดน้ำมันหยอดโซ่ชนิดแห้ง CeramicSpeed UFO DRIP ที่เฟืองหลังค่อยๆหยอดช้าๆ แล้วหมุนขาจานกลับทางด้านหลังจนมั่วใจว่าทั่วทั้งเส้นแล้วก็ทำการปล่อยให้แห้งน้ำยาหยอดโซ่ใช้เวลาเซ็ตตัวค่อนข้างนาน ถ้ามีปั่นรอบเช้าแนะนำให้ทำตั้งแต่กลางคืนเช้ามาจะสามารถใช้งานได้ในทันที3.น้ำมันหยอดโซ่ CeramicSpeed UFO DRIP มีขนาด 180ml ในครั้งแรกจะใช้ปริมาณเยอะสุดคือ 6ml และในครั้งต่อไปทุกๆ 200กม. โดยประมาณ จะต้องเติมน้ำมันหยอดโซ่ครั้งละ 3ml โดยทำการใช้ผ้าแห้งเช็ดให้ทั้วทั้งโซ่แล้วหยอดเติมได้ทันทีโดยไม่ต้องถอดล้างเหมือนในครั้งแรก เนื่องจากตัวโซ่ไม่จับฝุ่นเหมือนน้ำมันทั่วไป ถือว่าประหยัดค่าน้ำยาล้างโซ่ไปในตัวเลยทีเดียวเชียว

หลายๆคนมักพูดว่า

โอกาสเป็นของคนที่พร้อมเสมอ

แต่ตัวผมเองกับคิดต่างว่า

โอกาสเป็นของคนที่ขยันหา และ พัฒนาตนเอง

อยู่เสมอ

Dearima craziebike

Facebook Comments