แบ่งปัน

หลายๆคนมักได้ยินคำว่าไม่มีเวลาซึ่งตัวผมเองก็ได้ยินมานับต่อนับจากเพื่อนของผม พ่อ แม่ พี่น้อง ของผม หรือ บรรดาเครือญาติต่างๆ หรือ คนสุดท้าย ภรรยาสาวคนสวยของผม หรือ ผมจะเรียกขอเรียกแทนตัวเธอว่า ” โอ๋ ” ผมเองก็ได้ยินคำนี้จนตัวผมมีคำถามว่าทำไมนะ การออกกำลังกาย มันยากขนาดนั้นเลยหรอ สละเวลาแค่ 45 นาที หรือ แค่ 1 ชั่วโมงก็ได้แล้วนะ แต่การกลับมาบ้านแล้ว นอนพักอยู่เฉยๆ ไม่ว่าจะนั่งเล่น นั่งอ่านมือถือ หรือ แม้แต่การเล่นเกมส์เอง ผมมองว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไรนัก เพราะตัวผมเองก็มาจากคนที่เล่นเกมส์มากๆคนหนึ่งจนจะเรียกว่า เป็นเกมส์เมอร์ คนหนึ่งที่เล่นไม่ต่ำกว่า 10-15 ชั่วโมงต่อวันเลยก็ว่าได้ จนมาวันหนึ่งผมพบสิ่งปกติที่เรียกว่าไม่ดีแน่ต่อร่างกาย เริ่มจากการปวดท้องโดยไม่มีสาเหตุ แต่ก็ยังไม่ได้เอะใจอะไร เวลาผ่านไป 1 เดือนเริ่มมีอาการถ่ายเป็นเลือด แต่ช่วงนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะผมเป็นคนที่ทานข้าวน้อยไม่เป็นเวลา และ ช่วงนั้นผมทานแต่น้ำหวาน น้ำแดงเฮลบลูบอย จึงคิดว่าคงไม่มีอะไรมั๊ง แต่อาการที่ถ่ายไม่ได้ ถ่ายไม่ออกเป็นสัปดาห์ มันทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาว่า เรามีสิ่งผิดปกติในร่างกายแน่นอน ไม่มาก ก็น้อยล่ะ เพราะร่างกายพบสิ่งปกติหลายอย่าง ตอนนั้นก็เป็นช่วงเรียนจบมาได้สักพักพอดีอายุประมาณ 24-25 ปี เห็นจะได้ เรียกว่าเข้าเบญเพสก็โดนดีเข้าแล้ว ผมเองกับโอ๋ก็คบกันมาตั้งแต่อายุ 18-19 ปี เรียกว่าคบกันมานานจนสนิทกันเหมือนเพื่อนคนหนึ่ง ในตอนที่ผมมีอาการผิดปกติ ตัวโอ๋เองก็กำลังตั้งครรภ์ลูกชายคนแรกของผมพอดี เรียกว่ามีทันกินทันใช้กันเลยทีเดียว แต่ผมบอกได้เลยว่าใครเห็นผมสมัยก่อน กับ ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นคนละคนกันเลย สมัยก่อนผมเองเป็นเด็กที่จะเอาการเอางานไหม ก็ไม่นะ แถมยังเป็นคนง่ายๆสบายๆ ช้าๆ เฉื่อยๆ แต่แนวคิดและการวางแผนผมค่อนข้างดี และ กว้างไกลที่สุดในบ้านแต่ว่าไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่ผมก็มีดีนะหลังจากนี้ เดี๋ยวจะมาเหลาให้ฟังกันนะ ^_^ ผม กับ โอ๋เองได้แต่งงานกันในวัย 25 ปี หลังวันแต่งงานหนึ่งวัน ผมปวดท้องอย่างมาก และ ได้ทำการถ่ายอุจจาระที่สะสมมากว่า 1 เดือน เรียกง่ายๆว่า ถ้านึกไม่ออกให้คุณนึกถึง ขี้ช้าง (ขอโทษนะครับที่ใช้คำไม่สุภาพ) ผมนึกในใจไม่ใช่ละเราต้องไปตรวจละเพราะแบบนี้อันตรายแน่ๆ หลังจากนั้นผมได้โทรบอกแม่ ถึงอาการต่างๆ แม่ผมทำงานอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของผม และ บอกว่าให้เข้าไปตรวจก่อนเดี๋ยวจะให้พ่อขับรถตามมาดูอาการ ซึ่งแม่ดูค่อนข้างเป็นกังวลมาก เพราะว่าที่บ้านผมเองไม่มีใครเป็นมะเร็ง ตัวผมเองก็ไม่สูบบุหรี่ และ ทานเหล้าแม้แต่ครั้งเดียวผมก็ไม่เคยนะ แต่คนที่ไม่ได้ลองอะไรพวกนี้หลายๆคนเค้าบอกว่าส่วนใหญ่มักจะเป็นอะไรมากกว่าคนอื่นผมเองก็คิดในใจนะว่า ทำไมเราก็ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวเรื่องพวกนี้ทำไมเรื่องร้ายๆถึงมาตกที่เราเสมอ แต่ก็อย่างว่าทุกคนพอมีอาการผิดปกติร่างกายก็จะมีอาการจิตตกเป็นธรรมดาแต่ตัวผมเป็นคนย้ำคิดย้ำทำเลยทำให้หลายๆเรื่องมันค่อนข้างแย่ไปหมด และ แล้วผลตรวจก็ออกมาเป็นไปตามคาด มีก้อนเนื้อที่ช่องท้อง อยู่ระหว่างลำไส้ใหญ่ และ ลำไส้เล็ก คุณหมอบอกว่าต้องตัดเพื่อนำตรวจสอบ ผมไม่รอช้า ผ่าได้เลยครับ อยากทำอะไรทำเลยครับ ด้วยประสบการการผ่าตัดมาแล้วถึง 2 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นไส้เลื่อนตอนอายุ 3 เดือน และ ไส้ติ่งตอนอายุ 11 ปี แค่นี้คงไม่มีอะไร หลังจากนั้นผมก็บอกแม่ต้องผ่าตัดนะ แม่ก็บอกไม่กลัวหรอ ผมเลยบอกเกินจุดนั้นมาแล้วครับ ตัดๆไปตรวจเถอะ จะได้หายคาใจว่าเราเป็นอะไรกันแน่ หลังจากวันผ่าตัดคุณหมอนำผลชิ้นเนื้อมาบอกว่า ยังไม่ชิ้นเนื้อที่นำไปตรวจยังไม่เข้าระยะไหนนะ แต่ผลที่ออกมาจากการขับถ่ายทำให้เป็นกังวลต่อให้ไป 0.00% ก็ควรได้รับการรักษาต่อในรูปแบบ ” เคมีบำบัด ” แม่เจ้าน้ำตาตกในสิครับ สิ่งที่เลวร้ายที่สุดกำลังเข้ามาในชีวิตผม แต่ทำไงได้เกิดขึ้นแล้วก็ต้องรักษากันต่อ ชีวิตยังอีกยาวไกลพึ่งจะมาแค่ส่วนแรกของชีวิตเองเดี๋ยวรักษาแล้วค่อยมาฟื้นฟูเอาละกัน เพราะสมัยเด็กๆ ช่วงอายุ 10-18 ปี ผมเป็นนักกีฬาของทางโรงเรียนนครสวรรค์ และ จังหวัดนครสวรรค์ ที่เคยเป็นตัวแทนการศึกษาเขต 6 เคยแข่งกับนักบาสโรงเรียนทิวไผ่งามด้วยนะเอ้อ หลังจากที่ผมติดเกมส์สิ่งเหล่านี้ก็ค่อยๆหายไปจากชีวิตผมซึ่งถ้าถามผมว่าตอนนี้ถ้าเป็นไปได้จะไปนั่งเล่นเกมส์แบบเมื่อก่อนไหม ก็เล่นนะแต่คงจะแบ่งเวลาให้ดีขึ้นเพราะยังไงการออกกำลังกายก็มีสิ่งดีๆรอเราอยู่เสมอ ก่อนให้ คีโม น้ำหนักผมอยู่ที่ 89 กิโลกรัม หลังจากนั้นผ่านไป 1 ปี แห่งความทรมานผ่านไป เรียกว่าทุกอย่างในร่างกายต้องการการฟื้นฟูใหม่ทั้งหมดเพราะสารเคมีเข้าไปทำลายทุกอย่างในร่างกายหมดแล้วไม่ว่าจะเป็นเซลล์ดีหรือเซลล์ร้ายต้องการการฟื้นฟูอย่างน้อย 1-2 ปีเลยก็ว่าได้ น้ำหนักผมลดลงเหลือแค่เพียง 63 กิโลกรัมเองมั๊งถ้าจำไม่ผิด และ ในช่วงหลังจากที่ผมทำการฟื้นฟู ผมก็ได้เริ่มธุรกิจเล็กๆ ลองก้าวไปมาหลายๆ ธุรกิจจนมาถึงปัจจุบันร้าน Crazie Bike ที่ผมภาคภูมิใจมากที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้เพราะ ผมเปลี่ยนเป็นคนละคน หน้าที่การงานดีขึ้นแบบเห็นได้ชัด ที่สำคัญความรับผิดชอบในหน้าที่การงานดีขึ้นแบบผิดหูผิดตา ได้เพื่อนๆเพิ่มมากขึ้นในทุกๆวัน และ ที่สำคัญผมได้อยู่กับการออกกำลังกายที่เรียกว่าได้รับความนิยมที่สุดชนิดหนึ่งของโลกในเวลานี้ ผมจึงอยากให้ทุกๆ คนไม่ว่าญาติ หรือ พ่อ แม่ พี่น้องของผมได้ซึมซับ และ สัมผัสบ้าง ว่า “สุขภาพดีนั้นไม่ได้มีขาย ถ้าอยากได้เราต้องลงมือทำเอง” ในช่วงที่โอ๋ยังทำงานออฟฟิศอยู่ก็มีออกกำลังกายเอง ไม่ว่าจะ สควอท หรือ คาดิโอ ตามยูทูป ทำบ้าง พักบ้าง แต่ผมเองก็จะพูดเสมอว่า ทำอะไรอยากให้เสมอต้นเสมอปลาย เพราะสิ่งที่ได้มานั้นมันได้กับตัวโอ๋เอง ไม่ใช่ใคร แต่ก็ตามประสาผมเป็นคนพูดจาเสียงห้วนๆ ก็จะมีน้อยใจบ้าง เสียใจบ้างเป็นธรรมดาแหละเนอะ ที่เค้าเรียกกันว่า ลิ้นกับฟัน ยังไงก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ทุกครั้งก็ไม่มีอะไรบานปลาย เพราะพวกผมสองคนเป็นคนเงียบๆ เลยไม่ค่อยมีเหตุการณ์อะไรรุนแรงมากนัก วันหยุดของผมก็จะพาโอ๋ และ ลูกชาย วิ่งบ้าง อะไรบ้าง พยายามหาแอคทิวิตี้ร่วมกันไม่มากก็น้อย แต่เนื่องด้วยเวลาที่วันหยุดก็เหมือนไม่ใช่วันหยุด เพราะยังไงผมก็ต้องเดินทางไปเยี่ยมบ้านแม่โอ๋บ้าง กลับบ้านต่างจังหวัดบ้างจึงทำให้ความสม่ำเสมอนั้นไม่ค่อยมี ผ่านไป 9 ปีหลังจากแต่างงาน และ โอ๋เองก็ได้ทำงานที่บริษัทต่างๆมา ประจวบเหมาะวันนี้ร้าน Crazie Bike เริ่มเดินทางมาถึงจุดที่ต้องการพนักงานบัญชีเข้ามาช่วยดูแลระบบต่างๆ เพื่อความถูกต้องและแม่นยำแล้ว เพราะหลายๆครั้งตัวผมเองดูคนเดียวจะยังมีความผิดพลาดเล็กน้อยๆ จนถึงใหญ่ๆเลยก็มีเสมอผมจึงต้องการผู้ช่วยที่จะมาช่วยแบ่งเบาภาระนี้จากผม ตัวผมเองเลยตัดสินใจที่จะบอกโอ๋ว่าเดี๋ยวสิ้นปีนี้โอ๋ต้องยุติการทำงานที่บริษัทนั้นแล้วนะ (ขอไม่เอ่ยชื่อนะครับ) แล้วต้องมาช่วยงานที่ร้าน Crazie Bike แล้วนะ แต่ขออย่างหนึ่งได้ไหม จะเป็นพนักงานของร้าน Crazie Bike อยากให้ทุกอย่างมันเป็นไปด้วยความชอบ และ ความหลงไหล ในทิศทางเดียวกันเหมือนที่ พี่เปรม นิว และ ดิว ได้ทำกันอยู่ คือ โอ๋ต้องปั่นจักรยาน และ โอ๋ต้องปั่นแบบชอบอย่างจริงจังด้วย ไม่อยากให้ทำแบบฝืนๆ เพราะทุกอย่างมันจะดีมากเลยถ้าเวลาลูกค้าถามแล้วเราสามารถช่วยกันตอบคำถาม และ ช่วยกันทำหน้าที่แทนกันได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เพื่อความรวดเร็วในการสื่อวารกับลูกค้า เราต้องไม่ลืมว่าจุดเริ่มต้นของเราเป็นมาอย่างไร ณ ตอนนี้ที่เรามีวันนี้ก็เพราะเรามีลูกค้า และ เพื่อนๆ ทุกคนคอยสนับสนุนเสมอ ผมบรีฟงานให้โอ๋ไป สุดท้าย สิ้นเสียงผม โอ๋พูดแบบน้ำตาคลอเบ้าว่าโอ๋ไม่คิดว่าตัวเองจะชวนโอ๋มาทำงานด้วยกัน โอ๋คิดว่าตัวเองไม่ค่อยสนใจโอ๋ และ ไม่ค่อยเอาใจใส่จนบางทีโอ๋ก็น้อยใจเหมือนกัน และ ไม่คิดว่าตัวเองจะรักโอ๋ได้มากขนาดนี้ (ผมเป็นคนที่นิ่งมากขนาดคนในยังมองผมไม่ออก แต่บอกได้เลยนะว่าคนที่ผมรักและผมให้ใจทุกๆคนอยู่ในสายตาผมเสมอแน่นอน) หลังจากที่โอ๋ตอบรับทำงาน ผมก็เริ่มดูว่าผมมีของอะไรที่พอมีเหลืออยู่ไม่ได้ใช้บ้าง หวยออก แจ็คพอตแตก ผมมีของอยู่ในสต็อกที่ไม่ได้ใช้พอสมควรเลยทีเดียว สิ่งที่ผมต้องหาเพิ่มคือ เฟรม และ แฮนด์ สเตม เพราะโอ๋เป็นคนตัวเล็กมาก(ไหล่แคบมาก 33.5cm เอง) แต่รูปร่างค่อนข้างดีที่ความสูง 164cm ทำให้หารถค่อนข้างง่าย เพราะเป็นคนที่ช่วงขาค่อนข้างยาวเลยทีเดียว แต่ถ้าขายาว ลำตัวก็จะสั้นมาก นี่ก็เป็นอีกโจทย์หนึ่งที่ทำให้ผมนั่งคิดทบทวนไป ทบทวนมา จะใช้เฟรมอะไรดีในใจอยากให้ใช้ Focus Izalco Max มาก แต่กังวลเรื่อง Stack คอที่ต่ำมาก ระยะความยาวท่อนอนที่ยาวกว่าชาวบ้าน ที่สำคัญองศาท่อนั้นเฉียงพอสมควร แต่ Focus Izalco Max ก็เป็นรถที่ดีมาก คุณภาพเกินราคา จะเห็นได้ว่าผมจะคว้ามาขี่เล่นเสมอไม่ว่าจะทางราบหรือ ทางเขา Focus Izalco Max ก็ทำได้ดีครบทุกด้านหลังจากนั่งคิดทบทวนไปมา สายตาเหลือบไปเห็น Chapter 2 Tere สี Limited จึงเก็บมาคิดในหัวว่าจะได้ไหมนะ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของผมก็เลยโทรสอบถามพี่เอ Physio Bikefit ที่เป็น fitter คนเก่งที่ผมไว้ใจมากๆคนหนึ่ง พี่เอก็สอบถามเกี่ยวกับ สรีระต่างๆของโอ๋ พร้อมให้ผมตรวจวัดความยืดหยุ่นของร่างกาย พี่เอจึงสรุปว่า Chapter 2 เหมาะกว่า หลังจากนั้นไม่กี่นาที ผมเลยตัดสินใจโทรหา โอ๊ค เพื่อนรักคนเก่งของผมที่เป็นตัวแทนนำเข้า Chapter 2 ว่าผมสนใจสีนี้มีของไหม โอ๊ค บอกของเข้าพอดีพร้อมส่ง อะไรจะไวปานนั้น ด้วยความใจร้อนของผมเลยบอกโอ๊คส่งได้ก็ส่งมาเลยนะ เดี๋ยวผมต้องหา แฮนด์แคบๆ ที่สุดเท่าที่จะหาได้ คงหนีไม่พ้น 3T Ergonova Stealth LTD Size 36เพราะน่าจะเล็กสุดในตลาดที่หาได้ละ และ โอ๊ค มีหลักอานตรงไหม ผมว่าน่าจะเป็นผลดีต่อการ fitting กว่า เนื่องด้วยสรีระของโอ๋ค่อนข้างจำกัด โอ๊คตอบมาว่ามีมาพร้อมกันพอดี โอเคสรุปจบที่ Chapter 2 น่าจะลงตัวที่สุด ชุดขับผมมี Shimano Dura Ace Di2 9050 พอดีเริ่มมาก็ได้ใช้เกียร์ไฟฟ้า !! ที่หลายๆคนเค้าอยากได้ อยากมีเลยนะนี่ ผมกระซิบไปบอกเธอ โอ๋ตอบกลับมาว่าไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ เพราะโอ๋พึ่งเริ่มปั่นเอง ผมเลยบอกที่มีคือฟรี ถ้าเอาอย่างอื่นคือต้องจ่ายเพิ่มนะ แบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ (โอ๋เป็นคนขี้เกรงใจ และ เป็นคนงกๆ ซึ่งเหมาะกับผมที่เป็นคนจ่ายแหลก เบรคแตกกันเลยทีเดียว) เบาะ มี SQ LAB ที่ลูกค้ามาขอเปลี่ยนรุ่น ล้อ Fulcrum Racing Zero กระโหลก Ceramic Speed 4130 ของลูกค้าที่ซื้อต่อไว้ ขาจาน Rotor 2inPower 165MM และ Wahoo Elemnt Bolt จากบริษัทโปรไซเคิล หลังจากรวบรวมของเสร็จผมก็ปรึกษา และ ได้บอกดิว พี่ชาย และ นายช่างคนเก่งประจำ Crazie Bike ให้ช่วยประกอบรถคันใหม่ให้ โอ๋ ภรรยาคนสวยของผมหน่อย ดิวก็โอเคมีเวลา 1 วัน สบายๆ หาของมาให้ครบแล้วกันนะ ผมก็ตบปากรับคำโอเคจัดให้ เริ่มจากพี่เปรมทำการเคลือบแก้วให้ก่อนเพื่อรอประกอบใช้เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนจะเข้าเรื่องการประกอบผมอยากพูดถึงเพราะเหตุใด และ ทำไมผมถึงอยากให้โอ๋ปั่นจักรยาน จากที่กล่าวมาข้างต้นผมเองได้พบก้อนเนื้อและทุกๆ เดือน ในช่วง แรกๆ และ ตอนนี้ผ่านมากว่า 10 ปี แล้วที่ผมตรวจพบก้อนเนื้อที่ลำไส้ผมได้ทำการตรวจเช็คร่างกายตามกำหนดในทุกๆระยะ ที่ทางโรงพยาบาลรามาธิบดี นัดตรวจร่างกายและในทุกๆปีผลตรวจออกมาในเกณฑ์ที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ ผมจึงมั่นใจว่าการออกกำลังกายทุกแบบทุกประเภทให้ผลดีกับร่างกายของตัวเราแน่นอน ส่วนโอ๋เองเป็นคนที่โรคมีภูมิแพ้ มีปัญหาเรื่องการหายใจหลังจากอาบน้ำ หรือ อยู่ในห้องแอร์ซึ่งเหตุการณ์พวกนี้เราเองไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้กันทุกคนอยู่แล้ว ผมจึงคิดว่าการออกกำลังกายจะช่วยให้เธอดีขึ้นแน่นอน และ ในช่วงกลางปีที่ผ่านมาโอ๋เองก็ตรวจพบก้อนเนื้อที่เต้านมเช่นกันในวันที่ผมรู้เรื่องต้องบอกเลยว่า ผมค่อนข้าง feel down มากกับสิ่งที่เธอได้รับ และ ต้องมาเจ็บตัวผมคิดเสมอว่าสิ่งที่ผมเป็นนั้นอยากให้เกิดขึ้นกับตัวผมเพียงแค่คนเดียว คนในครอบครัวไม่อยากให้ไปเกิดขึ้นกับใครอีก แต่เดชะบุญผลตรวจที่ออกมาเป็นเพียงแค่เนื้องอกชนิดร้ายแรงเท่านั้น ไม่ต้องทำการรักษาโดยการใช้ เคมีบำบัด หรือ ฉายแสงใดๆ ทั้งสิ้น แต่ต้องตัดก้อนเนื้อร้ายออกไปให้มากที่สุด ถึงจะเจ็บตัวหน่อย แต่ผมก็มองว่าเป็นอะไรที่คุ้มค่ามาก ถ้าเทียบกับการรักษาด้วยการให้คีโมแน่นอน ผมจึงเลือกการปั่นจักรยานให้โอ๋เป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่ Crazie Bike และ มอบสุขภาพร่างกายที่จะแข็งแรงและดีขึ้นไปต่อไปนับจากนี้ และ ในทุกๆครั้งที่ผมออกปั่นจักรยาน ผมได้เห็น คู่รักที่เค้าสามารถปั่นด้วยกัน ผมก็มีความรู้สึกว่าสักวันหนึ่งผมคงจะมีโอกาสแบบนี้กับเขาบ้าง และ วันนั้นก็มาถึงกับตัวผมโปรเจคนี้จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา ^_^ และ แล้วก็ถึงวันสุดท้ายของการทำงานผมก็ไปรับโอ๋พร้อมบอกว่า พรุ่งนี้เริ่มงานที่ใหม่แล้วนะพร้อมรึยังในเวลางานอาจจะมีปากเสียงกันบ้าง แต่ในงานก็คือในงานนะอยากให้เข้าใจและแยกความสัมพันธุ์ส่วนตัวแยกออกจากกันก่อนเดี๋ยวทุกคนจะว่าได้พร้อมเสียงหัวเราะและรอยยิ้มกันไป ก็มีความสุขไปอีกแบบนะออลืมบอกว่าในช่วงที่โอ๋ยังทำงานผมก็พาวิ่งออกกำลังกายในหมู่บ้านบ้าง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์บ้าง ถึงจะไม่มากแต่ก็ยังได้ใช้เวลาร่วมกันจึงทำให้โอ๋เข้าใจดีว่าการออกกำลังกายนั้นเป็นส่วนสำคัญสำหรับชีวิตของผมจริงๆ และ พยายามปรับตัวเข้ามาเพื่อจะได้มีเวลาร่วมกันบ้าง ผมดีใจนะที่โอ๋คิดแบบนี้ แถมที่สำคัญ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของผมค็อปเตอร์ ก็ได้มาออกกำลังกายด้วย ถือว่าดึงเวลาจากการเล่นเกมส์จากจอคอมพิวเตอร์ และ ไอแพดได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ผมแอบดีใจนะที่เริ่มทำให้สมาชิกในครอบครัวหันมาออกกำลังกายกันได้ แล้วที่สำคัญ สิ่งที่คนหลายๆคนไม่เชื่อคือการถ่ายรูปโดยการตั้งเวลาถ่าย 10 วินาที ซึ่งเพื่อนๆหลายๆคนจะเห็นรูปในบทความต่างๆของผม แล้ว อาจจะไม่เชื่อว่าทำได้ด้วยหรอ รวมทั้งตัวโอ๋เองที่สงสัยว่าเวลาผมไปไหนมาไหน มักจะมีรูปเก๋ เท่ๆ มาตลอดใครเป็นคนถ่ายให้ ต้องมีแน่ๆ (ผู้หญิงก็แบบนี้อ่ะเนอะ) ผมบอกมีที่ไหนละ สุดท้ายตอนนี้เธอได้เห็นถึงความสามารถพิเศษของผม แล้วก็หัวเราะพร้อมบอกเออทำได้จริงด้วย เป็นการคลายปมอีกจุดของผมไปในตัวด้วย นี่ก็เป็นอีกจุดที่ผมแอบดีใจว่าเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันทำแอคทิวิตี้ด้วยกันมันให้อะไรหลายๆ อย่างกลับมาในชีวิตคู่ได้มากมายเลยจริงๆ

ก่อนการออกกำลังกายทุกครั้งผมจะบอกทุกคนเสมอว่าการยืดเส้น ยืดสายต้องทำทุกครั้ง และ ต้องวอร์มก่อนในทุกๆครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดการบาดเจ็บขณะออกกำลังกาย

 นอกจากจะได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์ขณะการออกกำลังกายแล้วยังได้รูปสวยๆ สำหรับการเก็บความทรงจำดีๆ แถมยังได้สุขภาพที่ดีเป็นสิ่งตอบแทนผมว่าไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้แล้วครับในความคิดของผม แต่ทุกอย่างต้องทำด้วยความชอบนะ อย่าทำเพราะฝืนมันจะได้ผลดีกลับมาเสมอ ผมเอ่ยกับโอ๋บ่อยๆ ไม่รู้เบื่อบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้สิ จะว่าไปผมเองก็เป็นคนขี้บ่นเหมือนกันนะนี่ หึหึกลับมาที่งานประกอบในเช้าวันที่จัดว่าวุ่นวายมากวันหนึ่ง วันอาทิตย์เป็นวันปิดร้านพอดี ช่วงเช้าดิวจังออกปั่น ถือเป็นการรอน้ำยาเคลือบแก้วเซ็ตตัวไปในตัว (ผมชอบเฟรมที่เคลือบแก้วนะ มันทำให้เราเช็ด และ ดูแลรักษาความสะอาดง่ายกว่ายิ่งเป็นเฟรมสีด้านนี่ยิ่งดีเลย) หลังจากดิวกลับมาก็เดินสาย ต่างๆ และ รอผมไปหาแฮนด์ และ กางเกงปั่นให้โอ๋ หลังจากของครบก็เริ่มงานได้เพราะเย็นนี้ต้องได้ออกซิ่งทริปแรกแล้ววว เพราะของมันร้อน ในรถขนาดเล็กทั้ง Size XS และ S มีการทำ Fork Offset อยู่ที่ 53 และในขณที่ Size M,L,XL จะมี Fork Offset อยู่ที่ 43 ของระยะ Wheelbase ทำให้มีผลต่อการคอนโทรล์ที่นิ่ง มั่นคง และ คมมากในทุกๆวงเลี้ยว ในจุดเล็กๆน้อยก็ยังใส่ใจในรายละเอียดผมว่าโอเคเลยทีเดียว และ ที่สำคัญ ล้อไม่ติดรองเท้าแน่นอนในวงเลี้ยวแคบๆ  และแล้วก็รวมร่างเสร็จสมบูรณ์เตรียมออกปั่นทริปแรกได้ ชุดพร้อม รถพร้อม กายพร้อม แล้วใจละพร้อมไหม เพราะโอ๋ไม่ได้ปั่นจักรยานเลยกว่า 25 ปีตั้งแต่รถล้มครั้งสุดท้ายในวัยเด็ก แต่ผมบอกโอ๋เสมอ ทุกๆคนทำได้ขอแค่ตั้งใจ แล้วก็ทำด้วยความชอบ ทำด้วยความรักที่จะทำในสิ่งนั้นๆ แล้วก็ถ่ายรูปได้เป็นอันเสร็จพิธีงานประกอบของร้าน Crazie Bike หลังจากถ่ายรูปเสร็จด้วยเวลาที่จำกัดประกอบกับในวันแรกผมยังไม่มั่นใจว่าโอ๋จะใส่คลีทได้เลยทำการฟิตติ้งในเบื้องต้นให้จากที่ประเมินด้วยสายตาในวันแรกหลักอานเยื้องหลังทำให้ Position ของการนั่ง และ ควงขายังทำออกมาได้ไม่ดีนักแต่ก็จะหมดวันแล้วออกปั่นก่อนแล้วกันพี่เปรมเตรียมนำขึ้นรถให้ ขณะที่ตัวผมเองก็เตรียมความพร้อมในหลายเรื่องๆ ทั้งตัวโอ๋และตัวผม สรุป เหนื่อย x 2 จริงๆ แต่ก็เป็นความตั้งใจของผมแล้วหนิเป็นไงเป็นกันถึงที่หมายพลังของ 10 วิเช่นเคยถ่ายรูปแล้ว เตรียมตัวออกปั่นได้ วันแรกที่ผมตั้งใจไว้คือ 10 กม. หรือ 15 กม. ไม่เกินนี้แน่นอนเพราะโอ๋ห่างหายจากการออกกำลังกายมา ประกอบกับความประหม่ากว่าจะออกขี่ได้ต้องมีครึ่ง ชั่วโมง หลังจากทดลองขึ้นๆลงจนมีความั่นใจแล้ว ได้เวลาออกรอบสรุปผลประกอบการในวันแรกปั่นได้ 25กม. ที่ความเร็ว 18-20กม./ชั่วโมง สำหรับผมถือว่าพอใจนะทำได้ดีกว่าที่คาดหวังไว้เยอะเลย และ คงสนุกมากขึ้นเรื่อยๆแน่ ที่ได้ยินคำว่า ” รู้สึกดีจังเลยที่ได้ปั่นอยู่ข้างๆที่รัก ” ไม่คิดว่าจะมีวันนี้เพราะจักรยานค่อนข้างมีราคาแพงไม่กล้าปั่นเพราะกลัวจะเป็นการสิ้นเปลือง และ ลำบากที่รักเปล่าๆ ผมเลยบอกคำพูดที่ผมมักจะพูดกับลูกค้าเสมอว่า ” จักรยานน่ะ ไม่แพงหรอก ถ้าเราซื้อ และ เราใช้มันอย่างคุ้มค่า ” แต่ต้องทำให้พอดี และ ดีพอจนตัวเราเองไม่ลำบากจนเกินไป ถือซะว่าเราซื้อสุขภาพให้ตัวเองดีกว่าไปซื้อยากินแล้วกันเนอะ โอ๋ได้ยินแบบนี้ก็อมยิ้มตามระเบียบ เพราะผมเองไม่ใช่คนชอบหยอดคำหวาน แถมพูดจาห้วนๆ ด้วยซ้ำ แต่ผมมักจะมีแนวคิดดีๆให้กับทุกๆคนเสมอ เป็นไงล่ะพอได้ใช่ไหมล่ะ เด็กน้อยคนเมื่อวันนั้นเติบโตกว่าที่โอ๋รู้จักเมื่อตอนนั้นแล้ว ผมพูดพร้อมกับอมยิ้มแบบทะเล้นๆ กลับคืนบ้าง โจทย์ที่ 2 คือ การใส่คลีทขณะปั่น ตอนแรกผมคิดว่าจะให้ปั่นสักพักแล้วค่อยให้ใส่แต่พอนึกไปนึกมาใส่เลยแล้วกันเพราะทุกคนเคยล้มมากันหมดเดี๋ยวหาปลอกแขนปลอกขาให้ใส่จะได้ไม่เป็นแผลตอนล้มเอาก็ได้ หวยออกที่ fi’zi:k R1 Infinito เพราะผมว่ามันสวยที่สุดในสายตาผมตอนนี้นะ แถมสีขาว เหมือนของผมเป๊ะเลยด้วย หลังจากที่เลือกรองเท้าได้ น้องเจย์ fitter คนเก่งของร้าน Crazie Bike ของเราก็ได้ทำการติดตั้งคลีทให้ พร้อมทั้งยังวัดจุดต่างๆ เพื่อทำการ fitting ในแบบของน้องเจย์ให้โอ๋ด้วยเช่นกัน  น้องเจย์ฝึกสอนการปลดและการใส่คลีทเบื้องต้นพร้อมทั้งสอนการ กด และ ดึงด้วยการให้ทำ One leg spin วันนั้นออกปั่นถนนไม่ทันเพราะลูกค้าที่ร้านค่อนข้างเยอะเลยทำให้ฟ้าเริ่มมืด หมดเวลาแล้วสิ แต่ผมก็สานต่อหน้าที่ด้วยการสอนปั่นบนเทรนเนอร์ พร้อมทั้งสอนการควงขาที่ใช้รอบขามากกว่าการกดอย่างเดียวที่เรียกว่าเป็นงานถนัดของผมเลยหลังจากวันที่ติดตั้งคลีทงานถนนก็มาถึงความประหม่าเกิดขึ้นหนักกว่าเดิมไม่กล้าออกรถ ผมสอนและพยายามวิ่งดัน และ คอยจับขณะจอด แต่โอ๋ทำได้ดีมาก ผมจึงบอกว่าแรกๆยังไม่ต้องสนใจว่าจะใส่ข้างซ้ายอย่างไรให้ควงขาไปเรื่อยๆพอรถมีแรงเฉื่อยจนเรามั่นใจว่าสามารถทรงตัวแล้วก็ให้พลิก Clipless มาเพื่อใส่ขาซ้ายแล้วควงต่อได้เลย ส่วนบันได Clipless ผมเลือก Look Keo Classic 3 เนื่องจากยังไม่ใช่ขาแรงอะไรแถมยัง ถอด และ ใส่ง่ายสุดๆด้วยหลังจากทดลองปั่นอยู่สักพัก ถอดๆใส่ๆ ที่จุดจอดรถ ผมก็คอยปั่นอยู่ข้างๆ ผมทั้งถ่ายรูปเล่นให้โอ๋ดูเพื่อเก็บเป็นความทรงจำ และ ดู Position การปั่นหลังทำการ fitting มา ท่าทางออกมาดูสวยงามขึ้น แถมโอ๋ยังจับสัมผัสได้ว่าการควงขานั้นทำได้ง่ายขึ้นและดูสมูธขึ้นทำให้รถเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นในขณะที่การออกแรงกระทำกับลูกบันได้นั้นน้อยลงก็แหงล่ะ จากการที่เราต้องออกแรงกดอย่างเดียว เราทำได้ทั้งดึง แล้วก็กด เลยทำให้เราออกแรงขณะปั่นได้สมบูรณ์แบบมากขึ้น ถือว่าจับสัมผัสได้เร็วนะ น่าประทับใจ Zone หัวใจยังคงอยู่ที่ Zone 3 เพราะความสม่ำเสมอในการปั่นออกกำลังกายยังไม่เพียงพอ แต่ผมบอกกับโอ๋ว่า โอ๋จะทำได้ดีขึ้นในทุกๆวันแน่นอนผมมั่นใจ พร้อมกับปลอบและให้กำลังใจไปในตัว

สรุปทริปวันที่ 2 ใส่คลีทวันแรกล้มเบาตามคาดเพราะลืมที่จะก้าวขาซ้ายลงขณะจอด แต่ความเร็วทำได้ดีขึ้น อยู่ในช่วง 19-21 กม./ชั่วโมง Zone หัวใจยังคงที่ อยู่ที่ Zone 3 นิดๆ ไม่มากไม่น้อยสำหรับผมที่เป็นคนหัวใจ Zone สูงอยู่แล้วแต่การปั่น Base Training จะต้องทำให้หัวใจของผมและโอ๋แข็งแรงขึ้นแน่นอน ระยะทำการ 25 กม.เหมือนวันแรก  วันที่ 4 ของการปั่น วันนี้พาออกมาไกลหน่อยเริ่มต้นที่ บางไทร เพื่อไป สถานีรถไฟบางปะอิน อยากได้ระยะทำการสัก 30-40 กม. ถือเป็นการต่อสู้กับขีดจำกัดของตัวเองครั้งแรก วันที่ 2 ของการใส่คลีทด้วย ผมไม่ได้คาดหวังเรื่องระยะทำการอะไรมากมาย อยากให้ลองสู้กับลิมิตของตัวเองแต่ได้แค่ไหนก็แค่นั้นสรุปประจำวัน วันนี้ทำได้ดีขึ้นเพราะอากศในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่ดี ลมเย็นๆ เบาๆ สบายๆ ทำให้ได้ระยะทำการ 30 กม. ตามเป้าหมาย แถมหัวใจอยู่ใน Zone 2 ถือว่าทำได้ดีขึ้นการควงรอบขาสมูธขึ้นการขึ้นเกียร์ช่วงรอยต่อ ก่อนขึ้นสะพานและทางราดชัน เริ่มมีการชิฟขึ้นและลง จากการสังเกตุการเปลี่ยนเกียร์ของผมถือว่ามีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีผมรู้สึกประทับใจนะ โอ๋ถือว่าหัวไวมาก และ มีความตั้งใจมากกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยหลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้กว่าหนึ่งเดือนแล้วที่ เราสองคนได้มีแอคทิวิตี้ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นการทำงานด้วยกันที่ร้าน หรือ การปั่นจักรยานด้วยกันวนทุกๆวันที่เราสองคนสามารถทำด้วยกันได้ผมมั่นใจว่าสิ่งต่างๆ ที่เราทำด้วยกันมาเริ่มส่งผลให้เราได้มีการพูดคุยกันในทุกๆวัน จากเมื่อก่อนที่เราสองคนไม่ค่อยได้คุยกันเนื่องจากการทำงานที่ห่างกันบ้าง ชิดกันบ้าง คุยกันบ้าง มีเวลาด้วยกันบ้าง ไม่มีเวลาให้กันบ้าง จนเกิดระยะต่างๆ ที่ทำให้เราสองคนนั้นไม่ได้คุยกัน และ สนใจกันมาระยะหนึ่งแต่วันนี้กิจกรรมต่างๆที่เราสองคนนั้นทำด้วยกัน มันทำให้เราทั้งสองคนนอกจากจะได้สุขภาพที่ดี แล้ว ยังมีความรัก และ ความเข้าใจกันในทุกๆเรื่อง ผมว่ามันเป็นอะไรที่วิเศษสุดๆไปเลยละ ทั้งหมด ทั้งมวลเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตผมจริงๆ ผมจึงอยากถ่ายทอดแรงบันดาลใจของผมไปยังเพื่อนๆนักปั่นทุกท่าน และ หวังว่า Story of life และ Story Of love ของผมจะทำให้เพื่อนๆรักการปั่น และ ออกกำลังกายเพื่อตัวเรา และ คนที่เรารักเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงทั้งในวันนี้และในวันข้างหน้า เพราะฉะนั้น มาออกกำลังกายกันเยอะๆเถอะครับพวกเราทั้งสองคนจะยังคงออกกำลังกายทั้งการวิ่ง ทั้งการปั่น ทั้งการเล่นกีฬาต่างๆ เพื่อสุขภาพที่จะดีขึ้นในทุกๆวัน และ จะส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นให้ทั้งลูกและหลานของพวกเราได้หันมารักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ดังคำขวัญที่เราได้ยินกันจนติดหูว่า ” กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ ” ขอบคุณเพื่อนๆทุกท่านที่สละเวลามาอ่าน Blog ของผม และ หวังว่า Blog ของผมจะสร้างแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆหลายๆคนหันมาออกกำลังกายกันนะครับสรุปข้อดีของการมีกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว

  • มีสุขภาพที่แข็งแรงมากขึ้น ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บรบกวนใจ
  • ได้พูดคุยและสนทนากันมากขึ้นทำให้มีความเข้าใจกันและกัน
  • มีรูปร่างเพรียวบาง และ ดูอ่อนกว่าวัยอยู่เสมอ
  • อยากทานอะไรก็ทานได้ เพราะมีระบบเผาผลาญที่ดีเยี่ยม แต่ทั้งหมดทั้่งมวลต้องอยู่ในความพอดีนะครับ
  • ไม่ต้องหาร 2 ราคาอุปกรณ์จักรยาน แต่จะเป็นคูณ 2 แทน 555 อันนี้ถือว่าเป็นข้อดีหรือเปล่านะ
  • มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นผมว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับผมเลยละ

ชีวิตไม่ได้ถูกสร้างมาพอดี

เหมือนจิ๊กซอว์

ต้องยอมหัก ยอมงอบ้าง

มันถึงจะเข้ากันได้ดี

Dearima craziebike

Facebook Comments