แบ่งปัน

เพื่อนๆนักปั่นหลายๆท่านคงทราบกันดีอยู่แล้วว่ากีฬาจักรยานนั้นได้มีการทำ Bike Fitting เพื่อปรับความเข้ากันได้ของผู้ขี่จักรยานให้เข้ากับรถจักรยานคันโปรดของนักปั่นแต่ละท่านนั้นๆ และในการปรับแต่งนั้นจะเป็นค่าเฉพาะและเจาะจงสำหรับนักปั่นท่านนั้นๆด้วย ซึ่งก็เป็นเพราะลักษณะสรีระ และ กล้ามเนื้อ ความยืดหยุ่นต่างๆ ของร่างกายแต่ละบุคคุลมีความซับซ้อน และ ไม่มีทางเหมือนกันได้ 100% แต่การทำ Bike Fitting นั้นหลายๆคนยังมีความเข้าใจผิดว่าทำแล้วจะต้องปั่นดีขึ้น แรงขึ้น ถ้าถามผมว่าปั่นดีขึ้นไหมใช่ดีขึ้นสบายขึ้นแน่นอน แต่ถามว่าแรงขึ้นไหมการออกแรงกระทำต่อลูกบันได อาจจะทำได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยขึ้นแต่ก็ไม่น่าจะทำให้แรงขึ้นจนผิดหูผิดตา ผมยังให้ความสำคัญกับการฝึกซ้อม และ การพักผ่อน การกินอาหารที่ดีมากเป็นอันดับต้นๆ เหมือนเดิมซึงงถ้าเราไม่ใช่นักกีฬาสายอาชีพผมอยากให้ทุกคนมุ่งหวังถึงการได้ออกกำลังกายไปพร้อมๆกับเพื่อนฝูงเป็นอันดับต้นๆ เราจะมีความสุขกับการออกกำลังกายมากถึงมากที่สุดแน่นอนครับBike Fitting คืออะไร ถ้าจะให้แปลตรงตัวก็ Bike แปลว่าจักรยาน Fitting การปรับสมดุล รวมกันก็คือการปรับสมดุลของร่างกายเพื่อความเข้ากันได้กับจักรยานคันโปรดของคุณ และ การทำ Bike Fitting จำแนกออกแบบ 2 ประเภท คือ 1.Static Bike Fitting : เป็นการปรับเบื้องต้นโดยใช้ประสบการณ์ของ Fitter ควบคู่กับเครื่องมือวัดต่างๆ เช่นไม้วัดองศา เลเซอร์ และ การมาร์คจุดต่างๆบนร่างกาย การฟิตติ้งในรูปแบบนี้จะเป็นการปรับการโดยการประมาณ และ การคาดคะเนโดยอาศัยประสบการณ์ของ Fitter เป็นตัวชี้วัดการปรับจูนต่างๆ ระหว่างตัวเจ้าของรถจักรยาน และ จักรยานโดยไม่มีการเคลื่อนที่ และ การเคลื่อนไหว จึงทำให้มีโอกาสที่จะมีความคลาดเคลื่อนได้ เพราะระหว่างที่เราปั่นจักรยานตัวเราจะมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา และ ในระหว่างที่เราทำการปรับในรูปแบบนี้ในบางครั้ง ในบางเวลาที่เราทำการปรับจูน ตัวผู้ใช้อาจจะนั่งขยับไป ขยับมาทำให้มีผลต่อการคลาดเคลื่อนได้อย่างที่กล่าวมาในข้างต้น แต่การ Fitting ในรูปแบบ Static นี้ค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างสูงเนื่องจาก ราคาที่ไม่สูงมากนัก จนนักปั่นหลายท่านสามารถเอื้อมถึงได้ และ การ Fitting ในรูปแบบนี้ทางร้าน Crazie Bike ของเราก็มี Fitter คนเก่งหรือน้องเจย์คอยให้บริการอยู่เช่นกัน การ Fitting ในรูปแบบ Static จะมีการตรวจร่างกายเบื้องต้น และ มาร์คจุดหมุน หรือ ข้อต่อต่างๆ ของทางร่างกายเพื่อปรับองศาการปั่นเพื่อให้เกิดความสบายขณะปั่น หรือ การปรับเพื่อหาจุดกดที่ออกแรงกระทำต่อลูกบันไดให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยเช่นกัน หลายๆท่านคนเคยได้ยินคำพูดที่ว่าการปั่นจักรยานต้องเป็นแรงกดและแรงดึง ไม่ใช่แรงถีบ เพราะการถีบทำให้สูญเสียแรงที่จะกระทำต่อลูกบันไดไปหลายวัตต์ได้เลยทีเดียว การฟิตติ้งจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราหาจุดกด และ ท่านั่งองศาปั่นเพื่อลดอาการบาดเจ็บที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตให้กับนักปั่นได้ด้วยนะเอ้อ แต่ตัวนักปั่นเองก็ต้องบอกลักษณะของร่างกายความเข้มข้นของการฝึกซ้อม และ ที่สำคัญอาการบาดเจ็บต่างๆที่เคยได้รับมาขณะปั่นจึงจะช่วยให้ Fitter ทำงานได้ง่ายมากขึ้น และ ปรับจูนเพื่อหาจุดลงตัวให้กับตัวนักปั่นเองด้วยเช่นกัน อย่าอายที่จะบอกว่าเรามีอาการตรงนี้ ตรงนั้น เพราะทั้งหมดทั้งมวลส่งผลต่อตัวนักปั่น และ ความสุขขณะปั่นของตัวนักปั่นเองด้วย  2.Dynamic Bike Fitting : การฟิตติ้งในรูปแบบ Advance หรือ เริ่มลึกในภาษาของพวกเรา เพราะตัว Fitter นั้นต้องไปเรียนเพิ่มเติมถึงเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา และ การใช้เครื่องมือต่างๆ ทำให้มีต้นทุนที่ค่อนข้างสูงกว่าการทำ Static Bike Fitting ทั่วไป ราคาของการให้บริการจึงค่อนข้างสูงตาม แต่ผลที่ได้ถือว่าทำได้ดีมากกว่า Static Bike Fitting อย่างเห็นได้ชัดมากๆเช่นกัน เพราะการทำ Dynamic Bike Fitting ไม่ใช่ว่าใครๆก็ทำได้ นอกจากต้องไปเรียนเพื่อให้ได้รับใบรังรองต่างๆ เพื่อใช้เป็นใบผ่านในการเริ่มต้น แล้ว ยังต้องเรียนกันถึง 2-3 รอบเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากทางสถาบันเพื่อเป็นใบเบิกทางในการซื้อเครื่องมือ และ อุปกรณ์เรียกว่าไม่ง่ายกันเลยทีเดียว สำหรับในบ้านเรามี Fitter เก่งๆมากมายที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของบ้านเราที่ได้รับการยอมรับจากสถาบันชื่อดังต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับในวงการจักรยานอย่างที่เราเห็นจนชินตากันคือ Retul แต่สมัยนี้มีอีกหลายยี่ห้อซึ่งผมยังไม่เคยได้สัมผัสผมขอเอ่ยถึงแค่เฉพาะ Retul แล้วกัน เพราะผมเองมีประสบการณ์ตรงมาแค่เฉพาะยี่ห้อ Retul เท่านั้น และ Fitter ผมขอเอ่ยถึงเฉพาะ พี่เอ Physio Bike fit เพราะเป็น Fitter ที่ผมวางใจใช้บริการในช่วงหลังๆมาเนื่องจากพี่เอมีความเชี่ยวการเกี่ยวการการตรวจร่างกาย และ ที่สำคัญพึ่งไปจบหลักสูตร Physio จากสถาบัน Havard Medical School มาด้วยผมเลยให้ความมั่นใจเป็นพิเศษ การปรับในรูปแบบ Dynamic Bike Fitting จะเป็นการปรับแบบเคลื่อนไหวคือเราสามารถเห็น Movement โดยใช้ Motion Sensor และ เครื่องมือต่างๆในการปรับจูนทำให้มีความแม่นยำอย่างสูงขณะปั่นเปรียบเสมือนว่า Fitter เป็นผู้กำหนดโดยใช้เครื่องมือเป็นไม้บรรทัดในการขีดเส้นทำให้เราสามารถขีดเส้นได้จรงยิ่งขึ้น หรือ จะเปรียบเสมือนไมล์จักรยานที่ขณะปั่นเราไม่ต้องมานั่งคาดเดาว่าตอนนี้ความเร็วเท่าไร หัวใจเต้นเท่าไร แต่เรามาสารถมองผ่านจอมอนิเตอร์ได้เลยทำให้ Fitter สามารรถทำงาน และ สื่อสารกับนักปั่นได้มากยิ่งขึ้น ผมว่ามันเป็นอะไรที่เจ๋ง ที่คูลมากๆเลยละ มันทำให้ความอยากรู้อยากเห็นของผมเพิ่มพูนมากขึ้นไปอีก เพราะ การทำงาน และ สื่อสารร่วมกับพี่เอ มีอะไรให้ผมอยากรู้อยากเห็นอีกเยอะเลยPhysio Bike Fit : ตั้งอยู่ที่ Red Baron Cycling ก่อนเข้ารับบริการผมได้ทำการนัด กำหนดวันที่จะเข้ารับบริการตามคิวปกติ (การทำ Bike Fitting แนะนำให้นัดคิวล่วงหน้าเพราะในแต่ละเคสใช้เวลากัน 3-6 ชั่วโมง แต่สำหรับพี่เอรับเพียงวันละ 1 คิวเท่านั้น) จึงได้คิวหลังจากวันนัด 1 เดือน เพราะคิวพี่เอค่อนข้างแน่นมากๆ และ ละเอียดมากๆ จึงทำให้ได้ความไว้วางใจจากนักปั่นมากหน้าหลายตา ก็อย่างว่าละของดีก็แบบนี้ล่ะต้องอดใจรอกันหน่อย ถึงวันนัดคิว ก็เดินเข้าห้อง บรรยากาศโดยรวมทั่วไปก็แล้วแต่ Fitter เนอะ ว่าจะตกแต่งในรูปแบบไหนเดินเข้ามาก็พอเจแอุปกรณ์สำหรับการ Fitting ต่างๆในรูปแบบDynamic Bike Fitting   มีแฮนด์และเบาะเตรียมพร้อมสำหรับลูกค้าเผื่อต้องการหาขนาดและไซส์ที่ต้องการอย่างลงตัว  ในส่วนของ Shifter มีทั้ง Shimano และ Sram ให้เลือกใช้งานเผื่อทำการ Sizing หาขนาดรถ  สเตมจะสั่น จะยาว มีหลายหลาย ทั่วๆไป ในส่วนของกล้ามเนื้อ และ ชื่อกล้ามเนื้อมัดต่างๆ อันนี้ผมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ก็นะ บางอย่างเรารู้แค่พอทำให้เราทำงาน และ สื่อสารกับลูกค้าง่ายยิ่งขึ้นพอเพราะถ้าจะรู้ลึกจริงๆ คงต้องไปเรียนเพิ่มเติมอย่างแน่นอน เมื่อสายตาสอดส่องไปเจอเจ้ากระดูกส่วนนี้ ผมเลยหันไปถามพี่เอว่ามันคืออะไรพี่ พี่เอบอกว่าเป็นกระดูกช่วงสะโพกและก้นของเรานั่นละ ผมเลยจับมาพลิกไปมาดูแล้วก็ให้ความสนใจว่าตรงไหน คือ Sitbone และ ตรงไหนคือก้นกบ พี่เอก็หยิบแล้วมาอธิบายว่า ในส่วนของการทำงานของกระดูกในส่วนนี้จะมี 2 แบบ คือ การยืน และ ขณะนั่งในรูปนี้คือกระดูกของเราในขณะยืนเราจะเห็นว่าส่วนที่ต่ำที่สุดหรือ Sitbone นั้นจะขยับกลับไปด้านหลังเล็กน้อย พอเราทำการนั่งและก้มให้อยู่ใน Positon ของการปั่น กระดูก Sitbone ก็จะยื่นออกมามากที่สุด และเราจะเห็นถึงการกดทับของเส้นประสาทที่เป็นส่วนใสๆในรูป ถ้าเราทำการเซ็ตติ้งไม่ถูกต้องจึงมาปัญหาของการบาดเจ็บ หรือ อาการเหน็บชาที่นักปั่นหลายๆท่านเกิดขึ้นรวมทั้งตัวผมด้วย การทำ Fitting นั้น ถ้าเราขยับเพียงเล็กน้อย เช่นการขยับคลีท อาจจะส่งผลต่อ Position การนั่ง การกดของตัวเราได้แม้เพียง 1 มิลลิเมตรก็เกิดขึ้นได้เพราะฉะนั้นเราจึงต้องให้ความใส่ใจในจุดนี้ด้วยนะครับ เส้นขาว 2 เส้นเปรียบเสมือนเส้นประสาทต่างๆที่ยาวไปสู่น้องรักของท่านชายจะอยู่ในส่วนปลายขององคชาติ (หวังว่าคงไม่ลามกนะครับ) แต่ในส่วนของผู้หญิงนั้นจะอยู่ใกล้กว่า และ สั้นกว่าคือ ในส่วนของคลิสตอริส จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือกใช้เบาะของผู้ชายและผู้หญิงนั้นต่างกันด้วยเหตุผลต่างๆ ในบางประการ และ ที่สำคัญคือ กระดูกเชิงกราน หรือ Sitbone ของผู้หญิงจะกว้างกว่าของผู้ชายอย่างเราอย่างน้อย 3cm หรือ ข้างละ 1.5cm พี่เออธิบายอย่างเมามัน พร้อมทั้งทำท่าทางประกอบการสอนให้เห็นภาพอย่างง่ายดาย ในส่วนของตัวผมเองก็ตั้งใจรับฟังอย่างเมามันด้วยเช่นกัน ถือเป็นความรู้ที่ผมแสวงหามาตลอดเลยทีเดียว คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มงานนี้เริ่มต้นการ Fitting ด้วยการตรวจร่างกายเหมือนในแบบทั่วๆไป ใน Static ก็ต้องตรวจร่างกายก่อนทำการ Fitting เช่นกันเพราะเป็นการตรวจเช็คอาการบาดเจ็บต่างๆ และ ลักษณะของการยืดหยุ่นต่างๆ การทำงานของเส้นเอ็น มัดกล้ามเนื้อ มวลกล้ามเนื้อ ในส่วนนี้ค่อนข้างลึกละ ผมเองก็เริ่มมึนๆ นั่งฟังแบบเออๆ ออๆกันไป แต่ก็ยังรับฟังอยู่นะถือว่าเป็นความรู้เกี่ยวกับร่างกายของโอ๋ด้วย ผมเองก็อยากรู้เช่นกันว่าที่ผมสังเกตมานั่นจะคล้ายๆ หรือ เหมือนที่พี่เอตรวจสอบให้ไหม เริ่มด้วยการยกขาขั้นและก้มหลังลง แบบไม่ฝืน สรุปว่าเส้นหลังขาตรงกล้ามเนื้อแฮมสตริงตรึงเปรี๊ยะก็แหงละ ไม่ค่อยชอบยืดเส้นหลังออกกำลังกาย โจทย์ที่พี่เอให้มาแก้ไขคือ การ Streching หรือ การยืดเส้นหลังการออกกำลังกาย เพื่อลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บหลังออกกำลังกาย  สังเกตได้ว่าโอ๋ทำการยกขาช่วงขาจะไม่สามารถตรงเหยียดได้จนสุดเป็นเพราะเส้นเอ็นได้ดึงไว้ทำให้ไม่สามารถยืดเหยียดได้สุดนั่นเอง  ตรวจสอบการทำงานของขาขณะบิดซ้ายและบิดขวา ทำงานได้ปกติ แต่พบความไม่แข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพก ให้ทำการพัฒนากล้ามเนื้อในส่วนนี้ และ หลังล่างให้แข็งแรงเพื่อประโยชน์ในการปั่นระยะไกล และ ทางเขาได้การบ้านมาทำอีกแล้ว !! เหนื่อยแน่ 55 ผมแอบนึกขำในใจ เพราะตอนเราพูดไม่เชื่อ ต้องถึงมือ หมอ ถึงจะตบปากรับคำ แต่ก็โอเค ผมบอกโอ๋เสมอที่พามาไม่ได้กะให้เป็นนักปั่นที่เก่งกาจอะไร แต่อยากให้รู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้น แล้วก็ไม่อยากให้บาดเจ็บขณะปั่นจักรยานเดี๋ยวจะพาลไม่อยากปั่นอีก ประเด็นนี้คือประเด็นสำคัญที่สุดของการฟิตติ้งของผมนะ กดเส้นที่หน้าแข้งเพื่อตรวจสอบหาว่าเคยมีการบาดเจ็บมาก่อนรึเปล่า ตรวจในส่วนของฝ่าเท้าด้วยเช่นกันพบอาการผิดปกติของความไม่แข็งแรงของเส้นหน้าแข้งและฝ่าเท้าที่ไม่ใช่สิ่งผิดปกติเพราะความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และ เส้นเอ็นในส่วนนี้ยังมีไม่เพียงพอ เป็นเห็นผลให้เท้าล้มเข้าขณะยืน มีผลแน่นอนถ้าออกกำลังด้วยการวิ่ง ต้องหา Insole มาช่วยพะยุงไว้ หรือ ให้ออกกำลังกายโดยการใช้ปลายเท้ายืนจิกที่บันได แล้วทำการเกร้งตัวเพื่อยกตัวขึ้นและลงเป็นการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนนี้เช่นกัน แต่ในส่วนของจักรยานไม่มีผลมากมายแต่พี่เอบอกว่าอยากให้ออกกำลังกายอย่างที่กล่าวไว้เพราะเป็นผลที่ดีมาก ในการเดิน เหินในวันปกติด้วย ทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพกโดยการออกแรงต้านแรงกระทำที่พี่เอจะออกแรงกดลงมาที่ขาว่าจะทนได้แค่ไหน สรุปความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพกมีมัดกล้ามเนื้ออยู่บ้าง (น่าจะมาจากที่เคยสควอท) แต่ก็ยังไม่แข็งแรงอาจจะเป็นเพราะห่างหายมานาน และ ความไม่สม่ำเสมอของการออกกำลังกาย พี่เอจึงให้ไปทำ Planking , Side Plank และ Side Kick เพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในส่วนนี้งานยากยังคงมีมาต่อเนื่อง แต่ผมรับปากพี่เอว่าผมจะคอยดู คอยเทรนให้เพราะผมเองก็อยากฝึกในรูปแบบนี้อยู่พอดีต่อด้วยการเลือกขนาด และ การวัดเท้า พี่เอ บอกว่าการเลือกรองเท้ายากมากคนส่วนใหญ่มองแค่ขนาด หรือ Size ที่เป็นตัวเลขหลักๆเพียงแค่ 37-47 แต่ไม่ได้คำนึงว่ารองเท้าแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อนั้นม่การวัดที่ต่างกันโดยแสดงวิธีการวัดให้เราดูด้วยในส่วนของรองเท้า Zone ยุโรป จะวัดแบบนี้คือวัดตั้งแต่ด้านหลังตรงกลางส้นไปจนถึงฝ่าเท้า เช่น Adidas เป็นต้น  ในส่วนของรองเท้าจากประเทศญี่ปุ่นหรือ Zone เอเชียจะวัดแบบนี้พร้อมแสดงท่าทางของการวัดให้พวกเราได้เห็นกันแบบชัดๆ มีผลให้การเลือกรองเท้าในแต่ละยี่ห้อให้วัดจริงจากพื้นด้านในเป็นขนาด mm และ ต้องทำการสอบถามก่อนการเลือกซื้อทุกครั้ง (ผมเองจะบอกและแนะนำลูกค้าเสมอว่าให้วาดรูปเท้า และ วัดกว้างยาว ถ่ายรูปเท้าให้ผมดูหน่อย) ผมว่าตรงนี้ค่อนข้างเป้นประโยชน์นะเลยเอามาให้ทุกคนได้รับทราบกันว่าให้วัดขนาดเป็น mm สำคัญสุด ^_^ถอดพื้นรองเท้ามาทางขนาดพอดีเป๊ะ ผมบอกแล้วผมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับทุกคนเสมอรวมทั้งภรรยาผมด้วยต่อด้วยการวัดก้นหาขนาดเบาะจบที่ 14cm เบาะที่เลือกใช้ขนาด 14.5cm เป็นอันเลือกถูกขนาด แต่ก็ต้องมาดูอีกว่าเบาะที่เลือกให้จะเหมาะกับโอ๋ไหม  วัดความกว้างของหัวไหล่ 32.5cm เล็กมาก ถึงมากที่สุด ตอนนี้ใช้แฮนด์ขนาด 36cm พอรับได้ แต่โจทย์ของผมคือต้องหาขนาด 34cm Reach 65mm ให้โอ๋เรียกว่างานนี้งานช้างเลยทีเดียว แต่พี่เอบอกว่าอันนี้ใช้ได้ใช้ไปก่อนหาได้ค่อยว่ากันตรวจสอบความยืดหยุ่น และ ความแข็งแรงของร่างกายท่อบนถือว่าสอบผ่าน แต่ท่อนล่างยังคงต้องพัฒนาเพิ่มอย่างที่พี่เอคาดการณ์ไว้เริ่มด้วยการสควอทแบบแยกมือขึ้นเหนือศรีษะท่านี้ถือว่าสอบผ่านเพราะโอ๋เคยทำอยู่ในช่วงก่อนนี้แต่หลายเดือนแล้ว ก็นะมียุบๆกันบ้าง การออกกำลังกายต้องมีความสม่ำเสมอถึงจะแสดงผลที่ดีให้กับตัวเราผมแอบกระซิบ และ หัวเราะ อิอิ ใส่ สควอทขาเดียว เห็นได้ชัดเลยว่าความแข็งแรงของฝ่าเท้า และ ขาของโอ๋มีผลอย่างที่พี่เอบอกจริงๆ โอ๋ทรงตัวแทบไม่อยู่ แต่ทุกปัญหามีทางแก้ไขเสมอ เตรียมตัวฝึกฝนสร้างความแข็งแรงได้เลย ผมจัดให้ ผมกล่าวบอกพี่เอไป พี่เอชี้พร้อมอธิบายว่ากล้ามเนื้อ และ เส้นเอ็นของร่างกายมนุษย์นั้นฉลาดมากดังจะเห็นได้ว่าตอนที่เราออกกำลังกาย หรือ ยกน้ำหนักในส่วนที่เรียกว่าเกินลิมิตตัวเองร่างกายจะมีกล้ามเนื้อหรือพยายามดึงกล้ามเนื้อมัดอื่นมาช่วยเสมอ แบบที่คนเล่นกล้ามมักชอบพูดกันว่าอย่าโกงให้โฟกัสและยกให้ได้เท่าที่เราไหว ผมว่าจริงนะจุดนี้ เพราะถ้าเราโกงบ่อยๆ เราอาจจะเกิดการบาดเจ็บในกล้ามเนื้อส่วนที่เราไม่สามารถควบคุมได้ เคสนี้ของโอ๋ก็เช่นกัน ถ้าเราพัฒนากล้ามเนื้อและเส้นเอ็นในจุดนี้ได้โอกาสที่เราจะเกิดอุบัติเหตุ หรือ ความผิดพลาดขณะออกกำลังกายก็น้อยลงได้เช่นกันผมตั้งใจ และ หวังว่าจะทำให้เธอแข็งแรงทั้งร่างกาย และ จิตใจ ตามที่ตั้งเป้าไว้ในช่วงแรกที่เริ่มให้โอ๋ออกกำลังกายหลังจากตรวจร่างกายเสร็จก็มาถึงขั้นตอน Zin หรือ การเก็บค่าต่างของรถจักรยานก่อนการปรับแต่งด้วยการ Dynamic Fitting ถูกอย่างทำได้อย่างถูกต้องและแม่นยำเพราะเรามีเครื่องมือต่างๆที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วย หลังจากเก็บค่าต่างๆเสร็จแล้วก็ถึงเวลาขึ้นปั่นได้พี่เอจะประเมินด้วยสายตาก่อน และ ได้สอบถามถึงอาการบาดเจ็บ หรือ อาการต่างๆเบื้องต้นก่อนว่ามีอาการผิดปกติตรงจุดไหนบ้างที่โอ๋สามารถบอกได้โอ๋บอกว่ามีอาการเจ็บที่มือช่วงระหว่างนิ้วโป้ และ นิ้วชี้ จะเกี่ยวกับการเปลี่ยนใช้ถุงมือไหม พี่เอบอกว่าก็เกี่ยวนะแต่ดูจากท่าทางการปั่นของโอ๋แล้วสันนิษฐานได้ว่าน้ำหนักทั้งหมดโอ๋โหลดลงที่มือส่วนใหญ่จึงมีผลทำให้มือกดลงที่ Shifter เยอะมากจึงทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ พร้อมทั้งทำท่าทางประกอบให้โอ๋เห็น แล้วพี่เอก็บอกว่า Core Body หรือ แกนกลางร่างกายนั้นยังแข็งแรงไม่พอให้ฝึกการ Planking เยอะๆ จะช่วยในจุดนี้มากเลยทีเดียวแต่เดี๋ยวพี่ปรับให้ช่วยไปก่อนแต่การฝึกเพื่อพัฒนายังคงต้องไปต่อนะพี่เอกล่าวปิดท้าย ลักษณะของมือเป็นตามที่พี่เอบอกจริงๆ น้ำหนักต่างๆกดลงแบบโถมลงที่มือ ผมก็สังเกตุนะหลังจากที่ได้หลักอานตรงมา นิวปรับให้ ระยะและท่าทางยังดูเอื้อมๆไปนิด โอ๋บ่นว่าเมื่อคอ บ่า ไหล่บ่อยๆ แต่ก็ใกล้วันนัด Fitting ผมเลยให้ทนไปก่อนเดี๋ยวให้พี่เอปรับทีเดียวแล้วกันนะเริ่มต้นด้วยกา Dynamic Fitting ด้วยการติด Motion Sensor เพื่อตรวจสอบการ Movement ของส่วนต่างๆของร่างกายขณะปั่นแบบ Realtime ผมว่าจุดนี้ผมชอบนะมันดูใช้งานได้จริง แล้วก็ที่สำคัญตรงจุดเกิดเหตุ อ่อลืมอวด พี่เอชมรอบขาของโอ๋ถือว่าเนียนสมูธและสวยงามมาก ผมแอบดีใจนะที่ผมเป็นคนสอนให้โอ๋ปั่นเติมรอบขา แล้วก็ควงใบเล็กให้เนียนๆ มาตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา มีคนชมแบบนี้ที่นอกเหนือจากผมโอ๋ก็ยิ้ม และ ดีใจ พร้อมทั้งมีกำลังใจในการฝึกซ้อมต่อแน่นอนผมมั่นใจเลยพอเราทำการตรวจสอบค่าต่างๆด้วยเครื่องมือที่ Hitech เราก็จะทราบค่าต่างๆกันแบบชัดๆ แบบ Realtime ทำให้ Fitter ทำงานได้ง่ายขึ้นมากมายเลยทีเดียว การตรวจสอบจะตรวจสอบทั้ง 2 ด้าน ซ้าย และ ขวานอกจากรอบขาที่ผมประทับใจแล้ว ผมค่อนข้างประทับใจใน สโตรก การขึ้นลงของขาถือว่านิ่งทีเดียว ไม่แกว่งหรือ กางออก แต่พี่เอบอกชิดเฟรมไปหน่อย เดี๋ยวพี่แก้ให้สบายๆ เรื่องจิ๊บๆ (สังเกตได้จาก เส้นข้างๆ Bike Frame) เริ่มการแก้ไขด้วยการขยับคลีทเพื่อให้ได้จุดกดที่สามารถส่งกำลังได้เต็มรูปแบบ และ แก้อาการเท้าชา หรือ หา Position บนเบาะขณะปั่น แก้อาการเจ็บจากการกดทับไปในตัว ใครจะรู้สิ่งเล็กๆน้อยๆ แค่นี้สำคัญจริงๆนะ ต่อด้วยการขยับ ระยะ Reach ของมือเบรคให้เข้ามาสุดเนื่องจากโอ๋เป็นคนที่มือเล็กมากพี่เอกล่าวไว้ แต่ก็ไม่ผิดแปลกเพราะผู้หญิงก็เป็นแบบนี้เกือบทั้งนั้น และ นี่ก็เป็นเหตุผลที่ผมต้องหาฉฮนด์ใหม่ให้โอ๋ถือว่าเป็นงานช้างของผมมากเลยทีเดียวเพราะในไทยไม่รู้จะมีไหมพี่เอใบ้มาว่ายี่ห้อ Pro มีขนาด 34cm แล้สก็ Reach 65mm อยู่เอ็งลองไปหาดูแต่ก็ไม่รู้ในไทยมีไหมนะ พี่เอกล่าวทิ้งท้ายหลังจากนั้นก็ทำการปรับเบาะเลื่อนขึ้นข้างหน้า 1.5cm ถือว่าโหดแท้ แล้วก็ต่อด้วยทำการวัด Pressure Mapping หรือการหาจุดลงตัวในการลงน้ำหนักให้ลงที่ Load area ของเบาะชนิดนั้นๆ ด้วยเครื่องมือ GebioMized  เราจะเห็นว่าในส่วนการเท่น้ำหนักลงต้องอยู่ในส่วนท้ายของเบาะมากที่สุดเพราะเบาะ SQ Lab จะมี Load Area อยู่ในช่วงท้ายของเบาะ และ การกดทับของน้ำหนักตัวเราต้องไปเทไปด้านหน้าจนเกินไป อาจจะมีบ้างเล็กน้อย แต่ค่าที่ได้ไม่ควรเกิน 150m/bar แบบในรูปถือว่าพอใช้ได้แต่ยังไม่โอเคที่สุด ขยับอีกสักรอบ ปรับให้เบาะเชิดหน้าเล็กน้อยเพื่อป้องกันอาการตัวไหลไปด้านหน้า หลังจากทำการปรับจะเห็นได้ว่าน้ำหนักเริ่มกลับมาอยู่ที่ปลายเบาะแล้วแต่ยังไม่ดีที่สุดพี่เอบอก ลองอีกทีแล้วกัน ปรับครั้งสุดท้ายถือว่าเริ่มถ่ายเทน้ำหนักมาที่ด้านหลังแล้วแต่ที่มีการสัมผัสในส่วนของด้านหน้า อาจจะเป็นเพราะ ผ้าอนามัยที่สวมใส่ในวันนั้นของเดือนโอ๋กล่าวไว้แต่รู้สึกว่าสบายขึ้นมาก พี่เอเลยบอกว่าให้ลองไปปั่นก่อนแบบนั้น ถ้ายังไงหายแล้วให้มาลองอีกครั้งได้ส่วนเรื่องขาที่ชิดเฟรมจนเกินไปที่เอได้ทำการเสริมแผ่นชิมให้ขยับออกมาเล็กน้อยพอไม่เสียอาการ เป็นการแก้ปัญหาของ Fitter ทุกๆคนไม่ได้เรื่องวิเศษอะไร แต่สำหรับบางเคสเท่านั้นใช้ไม่ได้กับทุกคนขึ้นอยู่กับร่างกายของคนที่มา Fitting เป็นหลัก พี่เอบอกผมหลังจากนั้นรถของโอ๋ก็เสร็จสิ้น ผมลืมถ่ายรูปท่าทางหลังจาก Fitting เพราะหิวเลยไปหาของกินกลับมาเสร็จละ แย่เลยยยย แต่สรุปการปรับเซ็ตคร่าวๆดังนี้ เลื่อนเบาะขึ้นหน้า 2.5cm เรียกว่าแทบสุดรางดีนะที่ Load Area อยู่ด้านหลังเบาะทำให้ไม่มีผลต่อการนั่งปั่นแน่นอนพี่เอบอกว่าถ้าไม่ได้หลักอานตรงนี่เซ็ตไม่ลงแน่เนื่องจากองศาท่อนั่งค่อนข้างเยื้องหลังมีผลต่อคนเอเชียพอสมควรแต่ก็มีจุดเด่นมาชุดเชยให้คือ มีหลักอานตรง แล้วก็องศาท่อคอที่ยกขึ้นมารับทำให้เซ็ตง่ายขึ้นอีกนิดถือว่าเป็นจุดเด่นที่ได้เปรียบของ Chapter 2 อีกจุดหนึ่งขยับระยะเบรคดึง Reach เข้ามาให้สั้นที่สุดเพื่อความสบายในการจับเบรค แต่ยังไม่เพียงพอต้องหาแฮนด์ Reach 65mm ปรับเบาะเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อป้องกันตัวไหลไปด้านหน้าขณะปั่นหลังจากเสร็จแล้วหน้าตาก็เป็นเช่นนี้พี่เองกล่าวทิ้งท้ายว่าในช่วงปั่นแรกๆ เอาสบายๆเพื่อการฝึกซ้อมก่อน แต่ช่วงตัวด้านบนของโอ๋มีความแข็งแรงอยู่ให้ไปฝึกทั้งหมดที่กล่าวมาทั้งหมดเพิ่มมั่นใจว่าจะทำให้โอ๋พัฒนา แล้วก็ แหวนที่รองคอทั้งหมด เอาออกหมดได้แน่นอนแต่ทั้งหมดทั้งมวลต้องขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางร่างกายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดหลังจากนั้นก็ทำการ Zin เก็บค่าจักรยานหลังจากทำการปรับแต่งเพื่อเป็น Record ไว้ปรับในครั้งต่อๆไปสรุปข้อดีของการทำ Dynamic Bike Fitting

  • ได้รู้จักและรู้จุดบกพร่องของร่างกายของตัวเองสามารถนำกลับไปฝึกฝนเพื่อพัฒนาร่างกายต่อเนื่องได้
  • ลดความเสี่ยงอาการบาดเจ็บขณะออกกำลังกาย
  • ได้ท่าปั่นที่ถูกต้องแล้วสวยงามตามแบบฉบับของ Fitter คนนั้นๆ
  • ทำให้การปั่นสนุกขึ้นเพราะอาการบาดเจ็บต่างๆหายไป
  • การออกแรงกระทำต่อลูกบันไดทำได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น
  • มีความสบายในการนั่งเบาะขณะปั่นจากการทำ Pressure Mapping

เนื่องจากการทำ Dynamic Bike Fitting มีราคาค่อนข้างสูง ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 6,000 บาท สามารถกลับมา Re Fitting ได้ 3 ครั้ง และ ในรถคันต่อๆไปจะมีค่าใช้จ่าย 4,000 บาท ถ้าถามผมคุ้มไหม ถ้าไม่เป็นการแค่นตัวเองจนเกินไป หรือ การบีบคั้นจนเกินไป การทำ Dynamic Bike Fitting ผมว่าน่าลองนะ แต่ถ้างบประมาณไม่ถึง Dynamic Bike Fitting ผมมองว่าการทำ Static Bike Fitting ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกันในช่วงราคาไม่เกิน 2,000 บาทแล้วก็ผ่านไปอีก Blog ถือว่าเป็น Blog ที่ 2 ของผมในปีนี้แล้ว ที่จะหาความรู้ต่างๆ และ สิ่งต่างๆมาให้เพื่อนได้อ่าน หรือ ได้รับชมกัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับสำหรับการออกกำลังกายของเพื่อนๆ ขอให้มีความสุข และ สนุกในการออกกำลังกายกันทุกคนนะครับ สำหรับใครที่อยากให้ผมหาข้อมูลอะไรตรงไหนมาเขียนให้อ่านสามารถแนะนำได้นะครับ ขอบคุณมากๆครับที่อ่านบาทความของผมในทุกๆบทความครับ ผมมั่นใจว่าผมตั้งใจทำในทุกๆเรื่อง เพื่อประโยชน์ของตัวผมเอง และ เพื่อนๆ ทุกคนที่จะได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกับผมครับ สวัสดีครับและ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมผมจึงเลือกพี่เอให้มาดูแลการ Fitting ให้ภรรยาสุดที่รักของผม ผมว่าไม่ง่ายนะที่จะมีใครคนหนึ่งสนใจ และ เรียนรู้จนได้ใบ Certificated เพื่อมาเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจ และ สิ่งที่ดีในการเปิดรับสิ่งใหม่ๆเสมอเพราะชีวิตไม่ได้ได้มีแค่วันนี้วันเดียว เราจึงต้องเปิดรับแล้วทำตัวเหมือนน้ำไม่เต็มแก้วเพื่อเปิดรับสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ ผมว่าพี่เอเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้ชีวิตของผมนะ ขอบคุณสำหรับความรู้ในครั้งนี้ครับ ขอบคุณมากๆครับ

ถ้าโลกนี้ไม่มีคำว่า

“อุปสรรค”

มนุษย์ก็จะไม่มีทางรู้จักอีกคำที่เรียกว่า

“ความพยายาม”

Facebook Comments