แบ่งปัน

ได้เวลา Launch โปรดักสำหรับปี 2018 กันแล้วกับหมวกกันน็อคระดับโลกชื่อดัง Kask จากประเทศอิตาลีที่เรียกกว่าได้รับความนิยมทั่วโลกไม่ว่าจะซีก หรือ ส่วนไหนของโลกใครๆเค้าก็ใช้ Kask กันทั้งนั้น หลังจากที่เปิดตัว Kask Valegro ไปพร้อมๆกับ Team Sky โดยติดพันธะสัญญาของ Team Sky ต้องใช้ และ ทดสอบก่อนใครในโลกเป็นระยะเวลา 6 เดือน มาวันนี้สินค้าเตรียมพร้อมส่งจากประเทศอิตาลีส่งถึงมือ Users แบบพวกเราให้ได้ลองได้สัมผัสกันแล้วผมจึงได้เวลาหาข้อมูลมาเขียนเพื่อให้เพื่อนๆได้อ่าน ได้รับชม เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าเจ้า Kask Valegro นั้นมีเทคโนโลยีอย่างไรบ้าง ว่าแล้วเราก็มาอ่านไปพร้อมๆกันครับ ว่าจะเจ๋ง จะดีสมกับ Concept : Maximum Cooling & Minimum Weight กันไหมมาเริ่มเลยครับ

Kask Valegro อ่านว่า คาสก์ วาเลโกร ได้รับการพัฒนาร่วมกับทีมจักรยานชื่อดัง อย่าง Team Sky นั่นเอง Kask Valegro นั้นได้รับการออกแบบมาภายใต้โจทย์ที่ทาง Team Sky ให้มานั้นคือ ต้องระบายอากาศได้ดีที่สุดขณะปีนเขา และ ระบายได้ดีที่สุดในสภาวะอากาศร้อนจัด ซึ่งก็เหมาะกับสภาวะอากาศของโลกเราในยุคปัจจุบันที่มีความร้อนสูงกว่าสมัยก่อนขึ้นทุกๆปี อีกทั้งยังเป็นผลดีของชาวเอเชียแบบพวกเราที่จะได้ใช้หมวกกันน็อคระดับโลกที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของโซนเอเชียอย่างพวกเราถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีของ Kask Valegro ในความคิดของผมนะ

TECHNICAL DESCRIPTION  รายละเอียดภายนอกวัสดุ Kask เลือกใช้โพลีคาร์บอเนตที่มีความทนทานสูง Kask Valegro ถูกพัฒนาในอุโมงค์ลมเพื่อให้ได้ผลดีที่สุดทั้งในด้านของหลักอากาศพลศาสตร์ และ เพื่อประสิทธิภาพของการระบายอากาศที่ต้องมาควบคู่กัน และการระบายอากาศของ Kask Valegro นั้นจัดว่าเป็นหมวกกันน็อคระดับสูงที่ระบายกาศได้ดีที่สุดใบหนึ่ง ที่มาพร้อมช่องระบายอากาศถึง 37 ช่อง และ มีน้ำหนักเพียง 180g เท่านั้น (Size S) 

ช่องระบายอากาศในรูปแบบใหม่นอกจากจะมีผลเรื่องระบายอากาศได้ดีแล้วยังทำให้เหงื่อที่สะสมแห้งเร็วยิ่งขึ้นทำให้ไม่รู้สึกเหนอะหนะ และ ตัดปัญหาความรำคาญขณะปั่นออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี วัสดุด้านในเป็น Thermoformed ฉีดขึ้นรูปไร้รอยต่อเพื่อคุณสมบัติในการป้องกันในระดับสูงสุด อีกทั้งยังป้องกันไฟฟ้าสถิต ควบคุมความร้อน และ การถ่ายเทความชุ่มชื้น โดยใช้ Resistex Carbon พร้อมกับเทคโนโลยีที่มีความล้ำยุคแผ่นรองคางสายหนังนิรภัยช่วยทำให้สามารถสวมใส่ได้ในทุกๆวันTechnologies

HYVENT :  การออกแบบถูกออกแบบโดยอาศัยหลักอากาศพลศาสตร์หมุนเวียนเพื่อแลกเปลี่ยน และ ถ่ายเทความร้อน
 
HIGH BREATHABILITY : การออกแบบเส้นใยของแผ่นฟองน้ำภายในหมวก ช่วยในเรื่องความรวดเร็วในการระเหยของเหงื่อ ชะลอการสร้างความชื้นบนพื้นผิว และ ยังช่วยรักษาอุณภูมิให้คงที่อีกด้วย
ANTI BACTERIAL : เนื่องจากคุณสมบัติเส้นในด้านในถูกออกแบบมาให้ปกป้องพื้นผิว และ มีคุณสมบัติปกป้องพื้นผิวจากแบคทีเรีย หรือ ฝุ่นละออง ขจัดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคภูมิแพ้ที่น่ารำคาญด้วยเช่นกัน
ANTI STATIC : เนื่องจากใส้ใยมีคุณสมบัติในการนำไฟฟ้า และ สามารถกระจายประจุไฟฟ้าที่สะสมมาจากการออกกำลังกาย จึงทำให้หมดปัญหาไฟฟ้าสถิตที่น่ารำคาญใจ
3D DRY PADDING : การออกแบบฟองน้ำในรูปแบบ 3D PADDING มีส่วนประกอบของวัสดุหลากหลายในส่วนของชั้นต่างๆ แบบ 3 มิติ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ที่มีผลต่อความนุ่ม และ ความสบายขณะสวมใส่
OCTO FIT : Rubberised Micro Dial การออกแบบแบบนี้เน้นให้นิ้วมือสามารถจับได้ถนัด จุดเชื่อมต่อต่างๆแบบลอยตัวรวมกับแผ่นเจลภายในเพื่อความสะดวกสบายแบบสูงสุด และ ได้รับการออกแบบแบบ 180 องศาสามารถขยับได้อย่างอิสระ มีผลทำให้เข้ารูปหัวได้อย่างพอดิบพอดี ในส่วนของโครงสร้างการออกแบบเน้นน้ำหนักที่เบาที่สุด
ECO-LEATHER CHINSTRAP : แผ่นรองคางชนิดหนังสังเคราะห์ ให้ความรู้สึกนุ่ม สบายขณะปั่น และ ไม่ระคายเคืองต่อผิวหนัง
MIT : MIT Technology ได้รับการนำมาใช้กับหมวกกันน็อคของ Kask ในทุกๆรุ่นรับประกันความปลอดภัยสูงขึ้น และ การป้องกันที่สมบูรณ์แบบด้วยชั้นโพลีคาร์บอเนตปลกคลุ่มตั้งแต่หน้าจรดด้านหลัง
IN MOULDING : เทคโนโลยีการขึ้นรูปชนิดใหม่ที่ขึ้นรูปด้วยการฉีดโฟมเพียงครั้งเดียวทำให้มีการผสานกันละหว่างชั้นโพลิสไตรีน(โฟมชั้นใน) และ ชั้นโพลีคาร์บอเนต(ชั้นนอก) ทำให้มีความมั่นใจในการดูดซํบแรกกระแทกได้ดีขึ้น และ สมบูรณ์แบบมากขึ้น
สีที่เปิดตัว และ พร้อมจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ 2018 ที่จะถึงนี้เริ่มด้วยสี Basic สี Base เหมือนทุกรุ่นทั่วไป ส่วนตัวผมชอบการจับคู่สีของทาง Kask ที่ให้สีและจับคู่กันนะ บางทีก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะกล้าแต่ก็เออ เข้ากันดีแฮะแถมยังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายอีกด้วยนะเอ้อ แต่เรามาดูรายละเอียดสีเปิดตัวกันก่อนดีกว่า เรื่องในอนาคตค่อยว่ากันอีกที
1.Kask Valegro Glossy Black : เฉดสีอมตะ ทุกรุ่นทุกยี่ห้อต้องมีมา แต่ก็ขายได้ ขายไม่พอมาตลอดถือว่าเป็นสียอดนิยมที่เรียกว่าแต่งตัวง่ายเข้ากับทุกๆชุด
2.Kask Valegro Glossy White : สียอดนิยมของ พ.ศ. นี้มากี่รอบหมดทุกรอบ หมดทุกรุ่น ถือเป็นสีที่แต่งตัวง่ายอีกตัวหนึ่ง ตัวนี้ถือว่าเป็น One Of My Favorite ของผม และ ของหลายๆคนแน่นอนผมมั่นใจ
3.Kask Valegro Glossy NAVY BLUE : ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา Kask เปิดตัวสีกรมท่า มาถือว่าเป็นเฉดสีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงอีกสีหนึ่ง4.Kask Valegro MATTE NAVY BLUE : หลังจากที่กระแสของสีน้ำเงินได้ผ่านมาช่วงเวลาหนึ่ง Kask ได้มองตลาดที่แตกต่าง ทำสีกรมท่าแบบด้านออกมา ก็ต้องบอกว่าดังเป็นพลุแตกเลย เรียกกันว่าขายกันไม่หวาดไม่ไหวในวันแรกๆ และ จนตอนนี้กระแสได้ติดลมบนแล้วเพราะสีด้านทำให้ดูเท่ และ ดุดัน แต่แฝงไปด้วยความหรูหรา ดูดีมีราคา เป็นอีกสีที่ผมต้องมีไว้ในครอบครองแน่นอน5.Kask Valegro MATTE BLACK : สีดำด้านได้ถูกเปิดตัวเมื่อปีที่แล้ว ก็ต้องบอกว่าเป็นอีกสีหนึ่งที่ขายดีจนเทน้ำเทท่า นักปั่นถวิลหากันเป็นว่าเล่นเอาเป็นว่าของไม่พอจำหน่ายในแต่ละล็อตเนื่องจากความต้องการในตลาดค่อนข้างสูงมากๆเลยทีเดียว ผมว่าสีนี้เป็นอีกสีที่ปังแน่นอน6.Kask Valegro MATTE ANTHARCITE : และ ก็มาถึงสีใหม่สีเทาด้านเป็นอีกสีหนึ่งที่ผมว่าน่าจับตามองมากๆเพราะเป็นเฉดสีใหม่ในท้องตลาดซึ่งยังไม่มีใครเคยทำขายแต่ Kask ชิงเปิดตัวก่อนผมว่าการตลาดของทาง Kask เค้าค่อนข้างดีนะ ผมจึงฟันธงว่าสีเทาด้าน น่าจะเป็นสีที่คนตามหากันจนแทบพลิกแผ่นดินอีกสีหนึ่งแน่นอนเพราะฉะนั้นใครรอ Day 1 ต้องรีบนะครับ ช้าอดหมดแน่นอน7.Kask Valegro Glossy Red : มาถึงเฉดสีสำหรับคนชอบสีสันกันบ้าง สีแดงของทาง Kask เป็นอีกสีหนึ่งที่มีความสด และ ชัดมากถึงแม้จะสวมใส่ในเวลากลางคืน ถือว่าสวยมากๆเลยทีเดียว 8.Kask Valegro Glossy Light Blue : สำหรับคนชอบสีฟ้าบอกเลยว่าของมันต้องมี ของมันต้องจ่ายนะครับ 9.Kask Valegro Glossy Lime : มาถึงสีสุดท้ายสีเขียวอ่อนมะนาว หนึ่งในเฉดสีคู่บารมีของทาง Kask อันนี้ก็เป็นสีที่สวยสีหนึ่งสำหรับคนชอบสีสันสดๆ และ สีเขียว ก็ต้องมีอีกเช่นกันในส่วนของสีพิเศษยังไม่มีความคืบหน้าในการอัพเดทนะครับถ้ามีอัพเดททางร้าน Crazie Bike ของเราจะมาทำการอัพเดทให้ทุกท่านได้รับชม และ อ่านกันแน่นอนครับ
เปิดตารางไซส์สำหรับ Kask Valegro นั้นจะมีขนาดเดียวกันกับ Kask Protone เพราะฉะนั้นทุกท่านมั่นใจได้เลยว่าสามารถซื้อออนไลน์กันแบบไม่ต้องลองไซส์ได้แน่นอนครับ เพราะผมเชื่อว่านักปั่นหลายๆท่านมี Kask Protone ไว้ในครอบครองกันมากกว่า 1 ใบแล้วแน่นอนในส่วนของราคา ณ ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยราคาเนื่องจากสินค้ายังไม่ถึงประเทศของเรา แต่มีการคาดการณ์ว่าจะอยู่ในช่วง 6000-8000 บาท ไม่น่าเกินนี้ เนื่องจากไม่ใช่รุ่นที่จะมาแทน Kask Protone แต่จะมาเป็นสามทหารเสือของทาง Kask คือ Valegro , Protone และ Utopia ตามลำดับ ผมว่าถ้าเรทราคาอยู่ในช่วง 7 พัน นี่สำหรับผมถือว่ากำลังดีเลยทีเดียวไม่สูงจนเกินไป ไม่ต่ำจนเกินไป แต่ทั้งนั้นทั้งนี้รอ ราคาจากทางบริษัท Pro Cycle ผู้นำเข้าหลักอย่างเป็นทางการกันก่อนดีกว่า แล้วพบกันเร็วๆนี้แน่นอนครับ
สรุปความน่าสนใจของ Kask Valegro
    • เป็นหมวกรุ่นใหม่ที่ดีไซน์ออกแบบใหม่ทั้งหมดจึงทำให้มีความน่าสนใจในตัว Product ค่อนข้างสูง
    • เป็นหมวกกันน็อคของแท้ที่ได้รับการรองรับและยืนยันมาตราฐานยุโรป CE EN 1078 ทำให้มั่นใจได้ขณะสวมใส่หากเกิดอุบัติเหตุสามารถป้องกันศีรษะของคุณได้แน่นอน 100%
    • ด้วยน้ำหนักที่เบามาก 180g ที่ Size S หมดปัญหาเมื่อย และ ปวดต้นคอหลังจากการปั่นที่ระยะทาง และ ระยะเวลาอันยาวนาน
    • มีช่องระบายอากาศถึง 37 ช่อง ทำให้ไม่ร้อนแน่นอนขณะสวมใส่
    • ได้รับการออกแบบร่วมกับทีมจักรยานชื่อดังระดับโลกอย่าง Team Sky
    • ได้รับกาออกแบบด้วยหลักอากาศพลศาสตร์ในอุโมงค์ลมที่ได้มาตราฐาน
    • มีอะไหล่ Padding ต่างๆออกมารองรับเรียบร้อย
    • เปิดตัวด้วยสีพื้นมีให้เลือกถึง 9 สีเรียกว่าจุใจกันเลยทีเดียว
    • ราคาคาดว่าจะไม่สูง และ ไม่ต่ำจนเกินไป

และ ก็จบไปอีกบทความแล้วสำหรับ ข้อมูลที่ทางร้าน Crazie Bike ของเราได้ไปตามหามาให้เพื่อนๆ นักปั่นได้อ่าน เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจหวังว่าจะช่วยเพื่อนๆในการตัดสินใจได้ไม่มากก็น้อยครบ สำหรับวันนี้ผมขอบคุณทุกๆท่านมากที่สละเวลาอ่านบทความของผมครับ ผมจะพัฒนา และ จัดหาข่าวสารในวงการจักรยานมาอัพเดทให้เพื่อนๆได้อ่านได้รู้ไปพร้อมๆกันกับผมครับ บทความผมอาจจะออกค่อนข้างช้าเพราะในทุกๆบทความผมตั้งใจหาข้อมูลจากสื่อหลายๆแหล่ง หลายๆที่ อ่าน แล้วทำความเข้าใจในบทความของแต่ละที่ เพื่อมาเขียนให้อ่านเข้าใจงานในรูปแบบของผมครับ ขอบคุณมากๆครับ

อย่าปล่อยให้อะไรๆ เป็นเรื่องของอนาคต เพราะ สิ่งที่กำหนดอนาคตคือ สิ่งที่เราได้เริ่มลงมือทำในวันนี้

Facebook Comments