แบ่งปัน
  • ในอุตสาหกรรมจักรยาน ณ เวลานี้ถือเป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่มีความนิยมค่อนข้างแพร่หลาย และ คงไม่มีใครไม่รู้จักอุปกรณ์ที่มีชื่อเรียกว่า พาวเวอร์มิเตอร์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้วัดกำลังของเรา ที่ให้ค่าเที่ยงตรง และ แม่นยำกว่าระบบ ฮาร์ทเรท ที่อาจจะมีค่าความคลาดเคลื่อนได้ตาม สภาพอารมณ์ การพักผ่อน หรือ แม้กระทั่งสภาพอากาศ ทุกๆสิ่งที่กล่าวมาในข้างต้นจะมีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจทั้งสิ้น จึงได้มีการคิดค้นและพัฒนาระบบพาวเวอร์มิเตอร์ ขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือชี้วัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อร่างกาย และ ได้ผลที่ดีและมีความแม่นยำทำให้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั้งในรูปแบบการแข่งขันระดับโลก หรือ แม้กระทั่งนักปั่นบ้านๆแบบพวกเราเองก็ตาม เพราะการฝึกซ้อมด้วย พาวเวอร์มิเตอร์นั้นทำให้นักปั่นมีความพัฒนาไปในทิศทางที่ดี จึงเป็นอุปกรณ์จักรยานชนิดหนึ่งที่เติบโตมากในอุตสาหกรรมจักรยาน ณ เวลานี้ การพัฒนาของค่ายยักษ์ใหญ่ในวงการต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคอย่างเราๆนั้นมีตัวเลือกที่หลากหลาย มาวันนี้ Power 2 Max เปิดตัวพาวเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุด NG Seriesที่มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ถูกพัฒนาต่อยอดเพิ่มเติมจากรุ่น Power 2 Max Type S อาทิเช่นความแม่นยำ และ การเชื่อมต่อที่ทันยุคทันสมัย ทันเหตุการณ์ รองรับการเชื่อมต่อหลากหลายรูปแบบมากขึ้น แต่ยังคงรูปแบบการวัดแรงกระทำในรูปแบบสไปเดอร์ของขาจาน ที่นอกจากจะแม่นยำแล้วยังมีความคงทนของตัวอุปกรณ์ ที่เรียกว่าใช้กันจนลืมเสียกันเลยทีเดียว และ ข้อดีตามที่ทางโรงงานกล่าวอ้างว่าเป็นการวัดพาวเวอร์ในรูปแบบ 2 ขาที่แม่นยำที่สุดของตลาด ณ เวลานี้กันเลยทีเดียว Power 2 Max NG Series นั้นปรับปรุงและแก้จุดด้อยเรื่องการเปลี่ยนแบตเตอรี่สามารถทำด้วยตนเองอย่างง่ายดายได้แล้วในรุ่น NG ECOและ ในรูปแบบ USB Charging ในรุ่น NG ตามสเปคของโรงงานในการชาร์จ 1 ครั้ง จะสามารถใช้งานได้ถึง 150 ชั่วโมง ถือว่าใช้ได้นานเลยทีเดียว ในส่วนนี้ผมถือว่าเป็นการพัฒนาที่ตอบโจทย์ในยุคสมัยอะไรๆ ก็ใช้ USB Charging ในตอนนี้ได้ดีเลยทีเดียวเชียว เพราะว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในโลกยุคปัจจุบันนั้นมีรูปแบบการ Charge Battery ในรูปแบบนี้แทบจะทุกๆอย่างเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นหมดปัญหาเรื่องสายชาร์จหาย มีกันทุกคน มีกันทุกบ้านแน่นอน ^_^การเชื่อมต่อรองรับทั้ง ANT+ และ Bluetooth ทำให้สะดวกในการเชื่อมต่อเพื่อส่งต่อข้อมูลทั้งตัว Bike Computer หรือแม้กระทั่งการเชื่อมต่อกับ Smartphone ตัวเก่งในมือคุณก็ตามทุกสิ่ง ทุกอย่างทำได้แค่ปลายนิ้วสัมผัสเรียกว่ารองรับระบบไร้สายกันได้สมบูรณ์แบบ ผมไม่อยากจะคิดว่าต่อไปการเชื่อมต่อในรูปแบบนี้จะมีความรวดเร็วในการส่งถ่ายข้อมูลในระดับไหนนะ แค่นึกก็สนุกแล้วสิ ในการพัฒนาต่อยอดครั้งนี้มีความแม่นยำ +/- เพียง 1% เทียบจากรุ่นเก่าที่มีค่าความคลาดเคลื่อนอยู่ที่ +/- 2% ตามการกล่าวอ้างของทางโรงงานนะในส่วนของผลทดสอบรออ่านในตอนท้ายนะครับจุดเด่นอีกจุดหนึ่งของ Power 2 Max NG Series คงหนีไม่พ้นเรื่องความแม่นยำในการใช้งานถึงแม้จะอยู่ในสภาพอากาศ หรือ สภาพอุณหภูมิที่แตกต่างกันออกไป และ มีระบบ Auto Zero หรือ การคาริเบรทค่าของระบบพาวเวอร์มิเตอร์เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำ แต่ในทุกๆครั้งที่เรามีการฟรีขา ตัว Power 2 Max NG Series จะทำการคาริเบรทเพื่อหาค่า Zero Offset ให้อัตโนมัติ ถือว่าเป็นจุดเด่นที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยของพาวเวอร์มิเตอร์ชื่อดังจากประเทศเยอรมันพัฒนาเพิ่มเติมต่อยอดในระบบ Left – Right Balance , Pedal Smoothness , Torque และ ในระบบพาวเวอร์มิเตอร์แบบขา 2 ข้าง ก็ได้ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Power 2 Max Type S ที่มีการวัดค่าพลังงาน 2 ข้างแบบเฉลี่ยซึ่งทำให้ได้ค่าเฉลี่ยแบบกลางๆ แต่ใน NG Series นั้นจะได้ค่าที่แม่นยำและแน่นอนกว่าเพราะได้ทำการพัฒนาต่อยอดมาแล้ว และ มีค่าความแม่นยำที่สูงขึ้น +/- 1% ตามคำกล่าวอ้างของทางโรงงาน และ มีน้ำหนักที่เบาลงทำให้ถูกใจ สายไล่เบา  สายเขา ทั้งหลายอย่างแน่นอนเรามาดูความแตกต่างของรุ่น NG และ NG ECO กันดีกว่าว่ามีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจ และ ถูกลดทอนไปบ้างในแต่ละรุ่นของ Power 2 Max NG Series
  • Data Transmission : รองรับระบบ ANT+ และ Bluetooth ทั้ง Power 2 Max NG & Power 2 Max NG ECO
  • Precision : Power 2 Max NG +/- 1% , Power 2 Max NG ECO +/- 2%
  • Temperature Compensation : Power 2 Max NG – TC+ , Power 2 Max NG ECO – TC
  • Power Supply : Power 2 Max NG – USB rechargeable battery , Power 2 Max NG ECO – Battery CR2450
  • Battery Life : Power 2 Max NG – 150 ชั่วโมง , Power 2 Max NG ECO – 400 ชั่วโมง
  • Power : ซึ่งในขาจานในระบบพาวเวอร์มิเตอร์ก็ต้องรองรับระบบนี้นี้ทั้ง 2 รุ่นสิ
  • Cadence : มีระบบการวัดรอบขาในตัวทั้ง 2 รุ่น
  • L/R balance : Power 2 Max NG – Available , Power 2 Max NG ECO – Upgradable*
  • Pedal Smoothness : Power 2 Max NG – Available , Power 2 Max NG ECO – Upgradable*
  • Torque : Power 2 Max NG – Available , Power 2 Max NG ECO – Upgradable*
  • Warranty : Power 2 Max NG – 5 Years , Power 2 Max NG ECO – 2 Years
  • Cost : Power 2 Max NG – 42,000 บาท  , Power 2 Max NG ECO – 23,000 บาท
  • หมายเหตุ Upgradable* – ความสามารถนี้ผมว่าเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจนะสำหรับลูกค้า Power 2 Max NG ECO เพราะคุณสามารถปลดล็อคคุณสมบัติต่างๆได้โดยการจ่ายเงินซื้อเพิ่มโดยการปลดล็อค Software ด้วยการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตโดยเลือกได้ว่าต้องการตัวไหนอย่างไรบ้าง ในราคา 50 ยูโร หรือ ประมาณ 950 บาทเท่านั้น ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี และ เข้าถึงนักปั่นได้ทุกระดับประทับใจกันไปเลยทีเดียวทำไมถึงต้องเลือกใช้ Power Meter : Mikel Zabala หัวหน้าโค้ชของทีม MoviStar ได้กล่าวไว้ว่า     ” พาวเวอร์มิเตอร์ไม่ใช่เพียงแค่อุปกรณ์ที่ให้ข้อมูลการปั่นสำหรับเรา แต่ยังเป็นอุปกรณ์ที่สามารถทำให้เราวิเคราะห์ความคืบหน้า และ ความพัฒนาของการฝึกซ้อมของผู้ใช้งาน และ ยังเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เราวางแผนการฝึกซ้อม เพื่อให้ได้ผลลัพท์ของการฝึกซ้อมที่ดีที่สุด และ พัฒนาได้รับการพัฒนาได้อย่างรวดเร็วที่สุดอีกด้วย “Power 2 Max NG Series นั้นจะมีทั้ง Power With Crank Setและ เฉพาะ Only Power Unit แต่ในบ้านเราจะพูดถึงเฉพาะ Power Unit เท่านั้นนะครับ เพราะได้รับการนำเข้ามาเฉพาะรูปแบบนี้เท่านั้นครับ ในตอนนี้จะมี 2 รุ่นคือ Power 2 Max NG ECO For Rotor3D24 และ For Rotor3D30 ครับผมPower 2 Max นั้นเป็นถูกเลือกใช้โดย Proteams Cycling ถึง 5 ทีม ดังนี้ 
  • MOVISTAR PROCYCLING TEAM
  • VISIT DALLAS DNA WOMAN’S TEAM
  • JLT CONDOR TEAM
  • TEAM CCC SPRANDI PLOKOWICE
  • UAE TEAM

ทำให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพของพาวเวอร์มิเตอร์จากเยอรมันนี ว่าไม่ใช่ของไก่กาอาระเร่ แต่เป็นของดีที่มีโปรทีมเลือกใช้ในการแข่งขันระดับโลก ส่วนตัวผมชอบคำว่า Made in Germany หรือ Made In Europe นะส่วนตัวผมว่ามันขลังดีกับเทคโนโลยีของแถบนี้มันต้องมีดีแน่นอนเกริ่นมากันเยอะแล้วมาดูแกะกล่องและผลทดสอบเชิงลึกจากเวปชื่อดัง DC RAINMAKER กันหน่อยหลังจากบรรทัดนี้ผมจะแปลบทความของ DC RAINMAKER มาให้ทุกท่านได้รับทราบไปพร้อมๆกันนะครับ

General Use Overview 

อย่างที่เราทราบกันไปแล้วว่า Power 2 Max NG ถูกปรับปรุงให้ทุกๆอย่างดูเรียบง่ายขึ้น ทันสมัยขึ้น การเชื่อมต่อที่สะดวกขึ้น และ ความแม่นยำที่มีความคงที่มากขึ้น และ ที่สำคัญการ รีเซตค่า Zero Offset ในทุกๆครั้งที่มีการฟรีขา ถือว่าเป็นจุดเด่นที่น่าชื่นชมของพาวเวอร์มิเตอร์ชื่อดังจากเยอรมันนี มารอบนี้มีการพัฒนาเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่ด้วย USB Caharging Port ทำให้ Users หลายๆท่านถึงกับชื่นชมกันอย่างมากเนื่องจากในรุ่น Power 2 Max Type S นั้นมีความยุ่งยากเรื่องการเปลี่ยนแบตเตอรี่พอสมควร ถือว่าทาง Power 2 Max ทำการบ้านมาดี และ แก้มาได้ถูกจุด ตอบสนองความสะดวกสบายในยุคนี้ได้ดีเลยทีเดียว การใช้งานทาง Power 2 Max อ้างว่าในการชาร์จเต็มที่ 1 ครั้งจะใช้ได้ 150 ชั่วโมง ภายใต้ Micro Usb Port นั้นได้รับการปกป้องจากซีลยางเป็นอย่างดีจึงสามารถกันน้ำ กันฝนได้ แม้คุณจะลืมปิดฝากลับไปหลังจากการใช้งานในระบบ Charging ก็ตาม จุดนี้ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียวเพราะคนเราสามารถลืม หรือ ผิดพลาดสิ่งเล็กๆน้อยๆประเภทนี้กันได้เหมือนกันนะ แต่ก็ยังมีจุดด้อยคือ จุกยางสำหรับปิด Usb Port นั้นไม่มีอะไรเป็นจุดยึด จึงทำให้มีโอกาสสูญหายขณะใช้งานค่อนข้างสูง และ ในมุมกลับกันหากเกิดการสูญหายของจุกยางตัวนี้ตัว Port Usb นั้นจะไม่ได้รับการปกป้องจากเศษดิน หิน ทราย หรือ แม้แต่ฝุ่นชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้แต่จุดนี้ก็ยังไม่ใช่ประเด็นอะไรถ้าเราดูแลเรื่องการถอดและใส่จุกยางอย่างถูกวิธีในทุกๆครั้งหลังทำการ Charging แบตเตอรี่และในการชาร์จทุกๆครั้งไฟจะเป็นสีแดงกระพริบ พอแบตเตอรี่เต็มไฟ LED นี้จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวซึ่งนั่นก็หมายความว่าเริ่มใช้งานได้ ไฟสถานะจะติดขึ้นมาเพื่อบอกเราทันทีเมื่อเราเริ่มทำการหมุนขาจาน โดยจะมีระดับของไฟดังรูปข้างล่างนี้ครับและจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งที่ Users สมควรจะรู้คือ หากต้องการทำการ Power Off ระบบของ Power 2 Max NG ให้เราทำการเสียบสาย Usb เป็นเวลา 2 วินาที แล้วถอดออกจะเป็นการปิดระบบของ Power 2 Max NG และหากต้องการทำการ Power On อีกครั้งให้เราเสียบสาย Usb เป็นเวลา 5 วินาทีระบบจะทำการเปิดตัวเองอีกครั้งถือว่าเป็น Tips & Tricks สำคัญที่ทางโรงงานฝากทางเรามาแจ้ง Users ทั่้วๆไปด้วยครับ เหมือนพาวเวอร์มิเตอร์ในทุกยี่ห้อทั่วไปขั้นตอนแรกเราต้องทำการเชื่อมต่อพาวเวอร์มิเตอร์ กับ Head Unit คู่กายก่อนโดยในเคสนี้จะเป็นการเชื่อมต่อกับ Garmin Edge520  หลังจากทำการเชื่อมต่อสำเร็จแล้วก็ถึงขึ้นตอนการ คาริเบรท เพื่อหาค่าความแม่นยำในการใช้งานระบบพาวเวอร์มิเตอร์หมายเหตุ : Power 2 Max NG จะทำ Zero Offset อัตโนมัติ หลังจากที่เราหยุดควงขา หรือ การฟรีขา ทุกๆ 2 วินาทีมาต่อที่เรื่องของความแม่นยำของ Power 2 Max NGอย่างที่ผมเคยกล่าวไว้นานแล้วว่าคุณอาจจะไม่ต้องยอมเสียเงินจำนวนหนึ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งอุปกรณ์ที่ถูกเรียกว่า พาวเวอร์มิเตอร์ เนื่องจากในตัว Application Strava นั้นได้มีระบบคำนวนคร่าวๆมาให้ซึ่งให้ค่าใกล้เคียงกับความเป็นอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าคุณต้องยอมจ่ายเงินเพื่อให้ได้มาซึ่งอุปกรณ์ชนิดนี้ ผมจึงต้องมีค่า และ ผลทดสอบมาให้ทุกท่านได้อ่าน และ ได้ตัดสินใจว่าสิ่งที่ทุกท่านกำลังจะลงทุนนั้นมันคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ท่าจะยอมควักจ่ายไหม และ มันจะตอบโจทย์ความต้องการของทุกๆท่านไหม เหมาะสมกับการใช้งานของคุณอย่างไร และ ถ้าต้องฝึกซ้อมแบบจริงจังละ คุณจะได้ผลตอบแทนจาก พาวเวอร์มิเตอร์ อย่างไร แม่นยำแค่ไหน เพราะฉะนั้นในการทดสอบของผมจะต้องออกไปทดสอบที่สภาพอากาศจริง กลางแจ้ง สภาพถนนสูงต่ำ เนิน ทางลาด หรือ ทางชัน เพราะการทดสอบในร่มมันง่ายต่อการควบคุมมาก จึงไม่เหมาะที่จะนำผลเทสมาเป็นเครื่องชี้วัดการตัดสินใจ และ คำกล่าวอ้างที่ว่ามีความแม่นยำระดับ +/- 1% และ ไม่จำเป็นจะต้องใช้ระบบแม่เหล็ก และ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่ดีในสภาพอากาศต่างๆ Power 2 Max NG อ้างว่าพวกเขาสามารถรับสภาพในรูปแบบนี้ได้เป็นอย่างดี และ หลังจากนี้เรามาชมผลทดสอบความแม่นยำไปพร้อมๆกันครับในการทดสอบที่จัดว่าเข้มข้นของผมจะแบ่งเป็นคุมวัตต์คงที่ 6 นาที ถึง 11 นาที และ หลังจากนั้นคุณอาจจะสปรินต์ ก็ไม่ก็ทำเซ็ตสปรินต์จากเล็กน้อย ไปจนถึงสปรินท์แบบเข้มข้น เนื่องจากระบบพาวเวอร์มิเตอร์นั้นต้องการแรงกระทำอย่างเข้มข้นเพื่อใช้มาเป็นผลของการทดสอบ กราฟด้านบนนี้ใช้เวลาปรับละเอียดแบบ 3 วินาที เพื่อให้สามารถอ่านค่าได้ง่ายขึ้น ในขณะที่ทำให้เกิดความแตกต่างเล็กน้อยในระดับ 1 วินาที และ เมื่อคุณพูดถึงค่า Max สูงสุดของการกระทำการส่งของข้อมูลแบบ Direct P2M To Head Unit สามารถทำได้ดีแบบไม่น่าเชื่อ มองเป็นช่วงสั้นๆหลังจากนั้นคุณจะเห็นความเป็นจริงของการบันทึกนั้นๆ และ หลังจากนั้นคุณจะเห็นค่าความแปรปรวนเพียงเล็กน้อยใน 1 วินาที (ภายใน 2 วัตต์ ) แต่หน่วยของ NG ก็สามารถแสดงออกมาได้ว่าใน 1 วินาทีต่อมาหลังจากนั้นมันเป็นเพียงการบันทึกค่าความแปรปรวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถือว่ามีระบบการจัดการที่ดีเลยทีเดียวสำหรับค่าความคลาดเคลื่อน + – 1% ตามที่กล่าวอ้างมา สำหรับ Indoor Testing ผมยังไม่เห็นค่าความคลาดเคลื่อน เพราะส่วนใหญ่ค่าความคลาดเคลื่อนต่างๆนั้นจะคลาดเคลื่อนกลางแจ้งเสียมากกว่าการทดสอบถูกทดสอบโดย 3 ปัจจัยเฉลี่ยมีความแตกต่างกันอยู่ 1.7% เนื่องจากสถานที่ที่ต่างกันโดยมีการส่ง และ รับ การบันทึกที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เรามาดูผลเปรียบเทียบพาวเวอร์ทั้ง 3 ชนิดแบบซูมละเอียดกันดูบ้าง จะเห็นว่าพอซูมเข้ามาแล้วจะเห็นความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย และ จะขอซูมเข้าดูอีกสักหน่อย อย่างที่เราทราบกัน G3 นั้นจะไม่ถูกมาคำนวนถ้าเราทำการฟรีขา หรือ หยุดการควงขา ถือว่าเป็นจุดหนึ่งที่หลายๆคนมองข้าม แต่ในอีก 2 รุ่นถือว่าทำได้ดีในระบบพาวเวอร์มิเตอร์ เพราะการหยุดแรงกระทำ หรือ การฟรีขาจะไม่ถูกมาคำนวนในระบบพาเวอร์มิเตอร์ ตอนนี้ผมสามารถมองเห็นอะไรหลายๆอย่างได้จากกราฟแบบละเอียดชุดนี้ในช่วงระยะเวลา 36 นาที จาก 0w ไปจนถึง 836w ทุกอย่างดูตรงไปตรงมา มีที่มา และ มีที่ไปเป็นอย่างในสำหรับ Power 2 Max NG ในช่วงเวลา 8 – 10 วินาที ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยในทางลาดชัน Power 2 Max NG สร้างความแตกต่าง และ ดูราบลื่นกว่าพาวเวอร์มิเตอร์ทุกชนิดใน 3 แบบที่ผมได้นำมาทดสอบ เราไม่สามารถรู้เลยว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริงไหมแต่สิ่งที่เราเห็นคือ 6-7 วินาทีต่อมา และ จับคู่จุดสูงสุดได้อย่างเที่ยงตรงใน 1w ต่อ fliipin wเกี่ยวกับระบบพาวเวอร์มิเตอร์ : ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมานั้นเป็นช่วงที่ตลาดพาวเวอร์มิเตอร์นั้นมีการเติบโต และ มีการเปลี่ยน มีการพัฒนาต่อยอดกันมาจนถึง ผมจึงหันมาให้ความสนใจที่จะเขียนบทความเปรียบเทียบ และ แนะนำเพื่อให้หลายๆท่านได้เรียนรู้ และตัดสินใจกัน หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้นักปั่นหลายๆท่านได้รับรู้ข้อมูล และ นำไปประกอบการตัดสินใจในการจัดหาอุปกรณ์พาวเวอร์มิเตอร์มาประดับบารมี และ ใช้ฝึกซ้อมแบบจริงจังกัน ไม่มากก็น้อยนะครับสรุปข้อดีของ Power 2 Max NGมีการพัฒนาที่โดดเด่นในเรื่องความแม่นยำ +/- 1% 

  • แข็งแรง และ ทนทาน
  • ไม่กลัวแดด มีระบบ TM+ ทำให้มีความแม่นยำแม้จะขี่ในสภาพอากาศแบบไหนก็ตาม
  • มีระบบ Usb Charging ทำให้ค่อนข้างสะดวกในการใช้งาน
  • ใช้งานได้ 150 ชั่วโมง
  • ราคา 42,000 บาท ถือว่าไม่สูง และ ไม่ต่ำจนเกินไป
  • การรับประกันยาวนานถึง 5 ปี
  • รองรับ ระบบ Bluetooth และ ant+ ทำให้การเชื่อมต่อทำได้สะดวก และ รวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีผลในหารอัพเดทผ่าน Application แบบไร้สายอีกด้วยเช่นกัน

สรุปข้อดีของ Power 2 Max NG ECOมีความแม่นยำอยู่ในระดับ +/- 2%

  • แข็งแรง และ ทนทาน
  • ไม่กลัวแดด มีระบบ TM ทำให้มีความแม่นยำแม้จะขี่ในสภาพอากาศแบบไหนก็ตาม
  • เปลี่ยนแบตเตอรี่ง่าย ไม่ต้องถอดขาเข้าออกอีกต่อไป
  • ใช้แบตเตอรี่ Battery CR2450 
  • แบตเตอรี่ 1 ก้อนใช้งานได้ 400 ชั่วโมง
  • อยากได้อะไรเพิ่มเติมสามารถชำระผ่านบัตรเครดิตเพื่อปลดล็อคสิ่งที่ถูกจำกัดไว้ได้
  • ราคา 23,000 บาท จัดว่าเป้นหมัดเด็ดของทาง Power 2 Max เลยสำหรับราคานี้
  • มีการรับประกัน 2 ปี
  • รองรับ ระบบ Bluetooth และ ant+ ทำให้การเชื่อมต่อทำได้สะดวก และ รวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีผลในหารอัพเดทผ่าน Application แบบไร้สายอีกด้วยเช่นกัน

และ วันนี้ก็ได้ผ่านไปอีก 1 บทความที่ผมค่อนข้างตั้งใจจัดทำขึ้นมาเพื่อให้เพื่อนๆนักปั่นได้มีข้อมูลเพื่อเป็นสิ่งที่ใช้ประกอบในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า หวังว่าจะช่วยเพื่อนๆได้ไม่มากก็น้อยครับ ขอบคุณมากครับ

บางคนมีความฝันที่จะประสบความสำเร็จอย่างสวยหรูในขณะที่บางคน กำลังลงมือทำ

Facebook Comments