แบ่งปัน

จะกล่าวถึงแว่นกันแดด ณ ตอนนี้คงต้องบอกว่ายุคและสมัยเปลี่ยนไปอะไรๆ ก็เกิดขึ้นมาใหม่ๆเสมอ จนมาถึงวันนี้บริษัท KASK ผู้ผลิตหมวกกันน็อคชื่อดัง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในหมู่คนรักจักรยาน และ นักแข่งจากทั่วทุกมุมของโลกเนื่องจากนอกจะมีความสวยงามโดดเด่น และ คุณภาพที่ดีจัดว่าสมราคาทุกบาททุกสตางค์กันเลยทีเดียว มาวันนี้ทาง บริษัท KASK ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่าเกิดมาเพื่อคู่กันกับนักแข่งจักรยานนั่นก็คือ แว่นตากันแดด ที่มีชื่อเรียกว่า KOO แทนคำว่า KASK ผมว่าเจ๋งเลยนะ ถ้าจะให้ผมเดา ก็คงหนีไม่พ้นคำว่า COOL ที่เป็นภาษาแสลงติดปากของชาวต่างชาติที่แปรว่าเจ๋ง หรือ สุดยอดนั่นละ และ อีกอย่างการแตกไลน์การผลิตมาผลิตแว่นกันแดดที่ถูกสร้างมาคู่กันกับหมวกกันน็อค KASK ผมว่าต้องมีไม้เด็ด อะไรให้พวกเราได้สัมผัสกันอย่างแน่นอน เรามาเจาะดีเทลรายละเอียดของเจ้า KOO กันไปพร้อมๆกัน ดีกว่าครับKOO จะมีด้วยกัน 2 โมเดลคือ KOO OPEN และ KOO OPEN CUBE ทั้ง 2 รุ่นจะให้เลนส์เหมือนกันจาก บริษัท ZEISS แต่จะมีลักษณะที่แตกแต่างกันอย่างชัดเจนคือ KOO OPEN จะมีกรอบล้อมรอบเหมือนรูปสีเหลี่ยมผืนผ้า และ ใน KOO OPEN CUBE จะเป็นลักษณะของเลนส์ไร้ขอบด้านล่าง ผมว่าทั้ง 2 รุ่นนั้นมีความสวยทั้ง 2 รุ่น แต่ในรุ่น OPEN CUBE ผมว่าน่าจะใส่ง่ายกว่าเนื่องจากเป็นเลนส์ไร้ขอบทำให้ไม่ติดโหนกแก้งซึ่งเป็นลักษณะทั่วๆไปของคนไทยแบบพวกเราที่จะมีโหนกแก้มค่อนข้างเยอะกันอยู่แล้ว และ หลังจากนี้ผมจะเรียกแทนตัวรุ่นนี้ว่า CUBE และ ในรุ่นแรกว่า OPEN นะครับ เพื่อความสะดวกในการเขียนครับเรามาเริ่มที่โมเดลแรกกันที่ KOO OPEN ลักษณะทั่วไปจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีสลักล็อคเลนส์อยู่ที่ด้านข้างตรงคำว่า KOO สามารถเปลี่ยนเลส์ได้ 2 ชนิดคือ เลนส์กันแสงแดด และ เลนส์ใส ที่มีมาให้ในชุด ทั้ง 2 แบบลักษณะของเนื้อเลนส์จะเคลือบด้วยสีฟ้าปรอทใสๆ ส่วนตัวผมชอบนะผมว่าเลนส์ลักษณะนี้เวลาสวมใส่แล้วเคลียร์ชัด และ อีกอย่างเวลามองตรงเข้ามาด้านหน้ามันจะสะท้อนเลนส์รายละเอียดถนนชัดเจน ผมว่ามันเจ๋งมากๆเลยดูหล่อ และ สปอร์ตไปในตัว น้ำหนักตัวแว่นอยู่ที่ 33g จัดว่าไม่หนัก ไม่เบา น้ำหนักกำลังพอดี การออกแบบวิธีการพับเก็บขาแว่นนั้นเป็นจุดเด่นอีกจุดด้วยการหมุน และ พับเก็บ ทำให้สะดวกและ รวดเร็ว ที่สำคัญ มัน Cool มากๆเลยทีเดียวจุดแข็งอีกจุดหนึ่งของทาง KASK คือการกล้าเล่นและออกแบบโทนสีที่แปลกตา แต่ออกมาได้สะดุด และ​ โดนใจใครหลายๆคน รวมทั้งตัวผมด้วย มีให้เลือกจ่ายถึง 12 สีกันเลยทีเดียว เอาเป็นว่าถูกใจใครหลายๆคน และ ละลายทรัพย์ใครหลายๆคนไปพร้อมๆกันในเวลาเดียวกัน สายแฟชั่นนี่ต้องบอกว่าสามารถนำมาแต่งตัวเข้ากับทุกชุดได้เลยนะ ถ้าคุณมีคอเล็คชั่นที่หลากหลาย KOO ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ของคุณได้เลยละ

ในส่วนของ Nose Bridge สามารถปรับละเอียดได้หลากหลาย และ มีสแปร์พาร์ทมาให้ 1 ชุด จัดว่าให้มาคุ้มค่าคุ้มราคาจริงๆหลักการออกแบบ และ การพับเก็บขาในรูปแบบนี้ และ จุดเด่นของการปรับขาในรูปแบบพับขึ้นและลง มีผลต่อการออกเห็นในตำแหน่งต่างๆ โดยเน้นหลัก Air flow แนวคิดนี้ผมให้ 5 กระโหลกเลยนะ ผมว่านอกจากจะเก๋แล้ว ยังมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานมาพร้อมๆกันต่อกันที่เรื่องของจุดสำคัญที่สุดของแว่นตาคือ เลนส์ KOO เลือกใช้เลนส์จากบริษัท ZEISS บริษัทชื่อดังซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีทั้งในวงการกล้องถ่ายรูป หรือ วงการแว่นตาต่างๆ ถือว่าเป็นก้าวสำคัญ และ ก้าวเดินที่ถูกจุดของ KOO นะผมว่า เพราะ ZEISS มีจุดเด่นเรื่องความคมชัดของภาพหลังเลนส์ และ ความสบายตาเวลาที่จ้องมองผ่านตัวเลนส์ในระยะเวลาที่ยาวนาน นี่ก็ถือว่าเป็นจุดแข็งอีกจุดหนึ่งที่ผทคิดว่านักปั่นหลายๆท่านต้องหันมาเลือกใช้ KOOประวัติ Lens Carl Zeissเดิมที คุณคาร์ล ไซส์ (Carl Zeiss) แกเป็นช่างฝนเลนส์ชาวเยอรมันช่างฝนเลนส์ ผมพิมพ์ไม่ผิดหรอก เดิมทีการผลิตชิ้นเลนส์ในยุคแรกๆของอุสหกรรมการผลิตเลนส์ในเยอรมันนั้น ใช้วิธีการหลอมชิ้นแก้วแล้วนำชิ่นแก้วที่ได้มานั่งฝนนั้งขัดกันทีละชิ้น ด้วยความยากลำบาก เพื่อให้ได้ขนาดความโค้งเว้านูนตามทฤษฏีทางฟิสิกส์ของนักออกแบบชิ้นเลนส์ใน สมัยนั้น

คุณคาร์ล ไซส์ (Carl Zeiss) เกิดที่เมืองไวมาร์ เยอรมันนี ศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์และวิชาเกี่ยวกับการมองเห็น (Optics) ที่มหาวิทยาลัยเจนา (Jena University) จากนั้นก็เริ่มเปิดกิจการเล็กๆเป็นของตนเอง คือร้านรับจ้างฝนเลนส์ ผลิตเลนส์สำหรับแว่นสายตาและกล้องจุลทรรศน์

ในปี1846เขาได้พบกับ เอิร์นต์ แอ็บเบ้ (Ernst Abbe) นักฟิสิกส์และเคมี*(ผู้ให้กำเนิดทฤษฏีทางฟิสิกส์ที่เป็นต้นแบบในการผลิต ชิ้นเลนส์ในเวลาต่อมา) และได้ก่อตั้งบริษัท Zeiss ในการผลิตชิ้นเลนส์สำหรับกล้องจุลทรรศน์ที่ใช้ในการแพทย์ร่วมกัน ผลงงานของพวกเขาได้รับการยอมรับและนิยมอย่างมากทั้งในการแพทย์และการทหารใน สมัยนั้น

หลังจากนั้นเขาก็เข้าสู่ฐุรกิจการผลิตเลนส์สำหรับถ่ายภาพยนต์และเลนส์ สำหรับถ่ายภาพ ซึ่งก็ได้รับความนิยมในด้านของคุณภาพอย่างมากมายเช่นกัน
คาร์ล ไซส์ (Carl Zeiss) เกิดเมื่อวันที่11 กันยายน ค.ศ 1816 และเสียชีวิตเมื่อวันที่3 ธันวาคม ค.ศ 1888…

หลังจาก คาร์ล ไซส์ เสียชีวิตลูกชายของเขาก็เข้ามาบริหารกิจการต่อต่อ หลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองเจนาถูกกองทัพพันธมิตรยึดครอง(ไม่ใช่เสื้อเหลืองแต่เป็นอเมริกา) เยอรมันถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคือเยอรมันตะวันตกกับเยอรมันตะวันออก โรงงานของไซส์ก็ถูกแบ่งออกเป็นสองแห่งเช่นกัน คือในฝั่งเยอรมันตะวันออกถูกฝ่ายรัสเซียเข้ายึดครองและเปลี่ยนชื่อเป็น “ไซส์ เจนา” (Zeiss Jena) ผลิตกล้องถ่ายภาพขนาด 35 มม. คุณภาพต่ำถึงต่ำมากแค่ให้ได้รูปก็พอ เพราะฉะนั้นไอ้เลนส์มือหมุนพะยี่ห้อ Zeiss Jena ที่เห็นเขาบ้าๆปั่นราคาให้เราหูตูบกันว่าเป็นเลนส์Zeissเทพๆ จริงแล้วมันก็คือเศษเสี้ยวอารยธรรมที่รัสเซียผลิตเลียนแบบแปลนทาง ด้านออปติกของCarl Zeissที่หลงเหลือเศษๆไว้ในโรงงานเก่าขนหนีสงครามไม่ทันเท่านั้นเอง ผลิตกันตามมีตามเกิดมั่วๆกันระหว่างนักฟิสิกส์ชาวเยอรมันกับรัสเซีย

ส่วนลูกชายและผู้สืบทอดในรุ่นต่อๆมา ก็อพยพหนีระบบสังคมนิยมคอมมิวนิตส์มาตั้งโรงงานใหม่ในฝั่งเยอรมันตะวันตก และตั้งชื่อโรงงานใหม่ว่า “Carl Zeiss AG” ผลิตเลนส์ที่มีคุณภาพชั้นดีตรงตามทีคาร์ล ไซส์ (Carl Zeiss)เคยตั้งปณิทานเอาไว้ก่อนเสียชีวิต ดังนั้นเราจึงเมักเห็นได้ว่า เลนส์จากคาร์ล ไซส์ (Carl Zeiss)ที่สกรีนใต้กระบอกเลนส์ทุกตัวว่า Made In West Germany จะมีราคาสูงมาก เพราะมันคือต้นแบบจากจิตวิญญานของคุณคาร์ล ไซส์ (Carl Zeiss)จากรุ่นสู่รุ่น…..มันคือของแท้และดั่งเดิม

ในปีค.ศ. 1946(เกล็ดเล็กเกร็ดน้อยนะ ในปีนี้เป็นปีที่ จอร์จ วอล์กเกอร์ บุช (George Walker Bush) หรือGeorge W. Bush เพิ่งเกิด) บ.จากญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า Kyocera ซึ่งเป็นผู้ผลิตกล้องถ่ายภาพภายใต้ยี่ห้อ Yashica ได้ติดต่อทางการค้ากับ Carl Zeiss AG ให้ช่วยออกแบบและควบคุมคุณภาพการผลิตเลนส์ให้ โดยมีฐานการผลิตอยู่ในญี่ปุ่นเพื่อเป็นการลดค้าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง จึงได้มีการทำข้อตกลงกันให้ผลิตเลนส์ที่มีชื่อแบรนด์ของCarl Zeissในญี่ปุ่นได้(จึงมีเลนส์Carl Zeissรุ่นต่างๆที่สกรีน Made in Japan ในราคาที่ถูกลงจากเดิมในเวลาต่อมา)…

ปัจุบัน ทุกๆอย่างทั้งโรงงานทั้งจิตวิญญานและปณิทานของคุณคาร์ล ไซส์ (Carl Zeiss) ได้เลือนหายไปจากโลกแห่งการถ่ายภาพหมดสิ้นแล้ว เพียงเพราะระบบธุรกิจแบบทุนนิยม เงินทองมีค่ามากกว่าเกียรติยศศักดิ์ศรีและความตั้งใจจริงของบรรพบุรุษ….

และจงเชื่อมั่นไว้เสมอว่า คุณภาพของภาพถ่ายไม่ได้อยู่ที่อุปกรณ์ที่คุณใช้ แต่มันอยู่ในภาพที่คุณสื่อมันออกมาจากหัวใจของคุณเอง….คิดก่อนถ่ายและ อธิบายความหมายของสิ่งที่คุณจะถ่ายให้ได้……เท่านั้นเอง

บทความประวัติความเป็นมาจากเพจ กล้องเก่าเล่าเรื่องใหม่ผมเองก็เป็นคนที่เล่นทั้งกล้องและแว่นกันแดด และ ได้ทดลองผลิตภัณฑ์ของ ZEISS และ ผมเองก็ยอมรับว่า ZEISS นั้นมีจุดเด่นเรื่องความคมชัด เรื่องการให้โทนแสงและเงา ที่สามารถทำได้ดีแม้แสงจะน้อยนิดก็ตาม แว่น KOO OPEN ผมได้ทดลองสวมใส่และใช้งานเป็นระยะเวลามากว่า 1 ปี ก็ต้องยอมรับว่าผมเองเป็นนักปั่นที่ชื่นชอบการปั่นในช่วงเวลาพบค่ำ ก็ต้องบอกว่า KOO OPEN ทำได้ดีมาก แม้แสงจะน้อยมากก็ตาม ถนน ถ้ามีไฟถนนจัดว่าเพียงพอ ในช่วงเวลาพบค่ำที่พอมีแสงสว่างบนถนน ก็ทำได้ดีจนน่าตกใจ และ ประทับใจไปพร้อมๆมาดูสาวๆใส่แว่น KOO OPEN กันบ้างเริ่มด้วยคุณป๋อมแป๋มจากทีม BG MEDIA สวยสตรองมากมาย ต่อด้วยคุณกิ๊ฟสาวน้อยขาแรงจากทีม BG MEDIA เช่นกันครับ ต่อกันด้วยรูปสวยๆจากทั่วทุกมุมโลก จากเพจ KOO WORLD ต่อกันที่ KOO OPEN CUBE ที่พึ่งเปิดตัวถือว่ามาในโฉมใหม่จัดว่าไฉไล ดูสปอร์ต และ ทันสมัยมากขึ้น ถึงไทยเมื่อไหร่ ผมจัดมาใช้แน่นอน มาวันนี้เรามาชมความงามไปพร้อมๆกันในรูปแบบ JPEG จากสื่อต่างประเทศกันก่อนนะครับ ของถึงร้าน Crazie Bike เมื่อไหร่ ผมถ่ายรูปความงามให้ชมกันอีกครั้งนะครับจากนายแบบหน้าตาหล่อเหลา หนวดเครางามๆแบบนี้ ใส่ออกมาแล้วหล่อได้เรื่องเลยทีเดียว ผมว่าผมชักตื่นเต้นแล้วสิ กับ กระแสแฟชั่นของปี 2018 ที่จะถึงนี้ครับมันน่าจะสนุกสำหรับใครหลายๆคน ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว

 หลักการออกแบบ และ แนวคิดต่างๆนั้นไม่ได้ต่างจาก KOO OPEN มาก จะแตกต่างกันที่ OPEN CUBE นั้นจะไร้กรอบในส่วนด้านล่างของเฟรมแว่น จึงมีลักษณะที่ดูทันยุค และทันสมัยมากขึ้น ที่สำคัญดูสปอร์ต และ หล่อขึ้นมากเลยทีเดียว อุปกรณ์ที่แถมให้ในกล่องยังคงมี Glasses Lens , Clear Lens และ Nose Bridge มาให้ 1 ชุดเหมือนรุ่น OPENมีให้เลือก 12 สีจุใจเช่นเคย  สวมใส่คู่ KASK PROTONE แล้วมันดูเข้ากันดีจริงๆ เห็นแล้วน้ำลายไหล อยากใส่แว้วววสรุปข้อดีของ KOO OPEN และ KOO OPEN CUBE

  • เป็นแว่นกันแดดที่ดูดีแล้วก็ทรงสปอร์ตทั้งคู่
  • ผลิตที่ประเทศอิตาลี
  • ใช้เลนส์ ZEISS มั่นใจได้เลยเรื่องความคมชัด
  • มีให้เลือกหลายสี ถูกใจสายแฟชั่น
  • น้ำหนักจัดว่าโอเค เพียง 33 กรัมเท่านั้น
  • สามารถปรับขนาดของดั้งจมูกได้
  • สามารถปรับขาขึ้นลงทำให้มีความถนัดในการสวมใส่แม้จะอยู่ในตำแหน่งการปั่นที่แตกต่างกันออกไป
  • ผลิตโดย KASK สวมใส่กับหมวกกันน็อคของ KASK แล้วเข้ากั๊น เข้ากัน
  • มีเลนส์ PhotoChromic ให้เลือกใช้ (ซื้อเพิ่ม)
  • ราคา 6,500 บาท จัดว่าไม่แพงสำหรับแว่นกันแดดยุคนี้สมัยนี้

แว่นกันแดด ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญของการออกกำลังกายชิ้นหนึ่ง เพราะ ดวงตาของเราเป็นหนึ่งในประสาทสัมผัสที่สำคัญของร่างกายการเลือกแว่นกันแดดดีๆ มีผลต่อการถนอมสายตา และ มีผลต่อการมองเห็นของเรา ผมจึงให้ราคากับอุปกรณ์ทุกสิ่งที่ใช้ในการออกกำลังกายนะครับ หวังว่าเพื่อนๆทุกคนจะได้รับข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจไม่มากก็น้อยจากบทความนี้นะครับ สำหรับวันนี้ผมขอขอบคุณทุกท่านที่เสียสละเวลามาอ่านบทความของผมอีกครั้งหนึ่งผมสัญญาว่าถ้ามีอะไรดีๆที่น่าสนใจผมจะหาข้อมูลมาให้เพื่อนๆได้รับรู้ไปพร้อมๆกันครับ สวัสดีครับ

” ความแข็งแกร่ง ”

ไม่ได้มาจาก ความสามารถทางด้านกายภาพ

แต่มาจาก ” ความตั้งใจ ”

ที่คนอื่นไม่สามารถเอาชนะได้

Facebook Comments