แบ่งปัน

ณ บ่ายวันหนึ่งช่วงเดือนเมษายนของปี 2018 ที่ผ่านมานี้มีสายเรียกเข้าจากพี่ป๊อบเจ้าของบริษัทโปรไซเคิล มาตามปกติเพราะเรา 2 คนคุยกันค่อนข้างบ่อยแต่วันนี้มีความพิเศษคือ พี่ป๊อบได้สอบถามผมว่าปีนี้จะไปปั่นทริปประเพณีของ Pinarello ที่เป็นงานแข่งประจำปีของทางบริษัท Pinarello ที่เมือง Treviso ประเทศอิตาลีไหม ผมบอกไปพี่ก็ไป แต่พี่ป๊อบบอกว่าปีนี้จะมีความพิเศษแต่การเดินทางค่อนข้างจะยาวนานนะสนใจไหม ไปทำ Visa ของภรรยามาให้เรียบร้อยนะ ผมก็บอกว่าไหนพี่ลองเล่าหน่อยว่าคือที่ไหนอะไรบ้าง พีป๊อบก็บอกว่าประสบการณ์ของเราปีนี้คือเราจะไปปั่นเที่ยวที่ Dolomite ประเทศอิตาลีก่อน คุณเดียร์เคยได้ยินไหมผมก็บอกว่าเคยได้ยินจากชื่อหมวกที่พี่เคยนำเข้ามาพวก Kask Protone รุ่น Limited แหละ แต่สถานที่จริงผมยังไม่เคยได้เห็นได้สัมผัสมานะ แถมเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจ แต่ผมจะไหวรุเปล่าอ่ะพี่ปีนี้ผมไม่ได้ซ้อมเลย แถมปีนี้ผมยังรักษาอาการบาดเจ็บกระดูกคอเคลื่อน แล้วก็อาการออฟฟิศซินโดรม ทำให้เกินอาการเจ็บที่ช่วงบ่า ไหล่ และ หลังเนื่องจากการใช้งานของร่างกายที่ค่อนข้างหนักแต่ผมจะลองไปรักษา และ ของวีซ่าเมียผมก่อนนะ แต่พี่พอจะมีรูปไหมว่าสถานที่เป็นอย่างไรบ้างส่งๆมาให้ดูหน่อย และ ผมก็นั่งทำงานต่อไปจนมี Massage Line เด้งเข้ามา พี่ป๊อบส่งรูปมายั่ว

1.Passo Gardena (Google Pic)2.Passo Campolongo (Google Pic)3.Passo Pordoi (Google Pic)4.Passo Sella (Google Pic)5.Passo Dello Strelvio : Italian Trip Hightlight* (Google Pic)6.Lake Cancano (Google Pic)7.Passo Gavia & Montirolo (Google Pic) 8.Lake Como (Google Pic) วันพักผ่อนของทริปนี้9.Treviso Pinarello Factory & Grandfondo Pinarello (ปิดท้าย ก่อน กลับไทย) พร้อมทั้งบอกโอกาสดีๆ แบบนี้ อาจจะไม่ได้มีมาบ่อยๆนะ ผมก็อึ้ม เป็นการบิลด์ที่แม่มโหดจริงอยากไปวุ้ยแต่เราจะไหวไหมนะ พร้อมกับนึกในใจแล้วดูรูปไป คิดไปเออ แม่มสวยจริงวุ้ย เอาๆ ไปๆ เดี๋ยวไปตะล่อมๆ ของโอ๋ก่อนจะพูดไงดีนะ รถก็ต้องซื้อใหม่ แถมยังต้องห่างกันนานพอสมควรด้วย 10 วันจะมีคนงอแงไหมนะ ตกเย็นผมก็ไปบอกโอ๋ว่า พี่ป๊อบชวนไปอิตาลีอีกแล้วนะงาน Pinarello แหละแต่ปีนี้อาจจะไป Dolomites ก่อน ระยะเวลา 10 วันนะโอเคไหม พร้อมทั้งเดินจากไปแบบมีชั้นเชิงชาย (ในใจคิดว่าหึหึ ไม่รอดหรอก ยังไงก็จะไป แต่จะหาวิธีไหนให้ประณีประนอมที่สุด) คืนวันนั้นผมให้โอ๋ดูรูปที่พี่ป๊อบส่งมาให้ แต่ก็ไม่ได้มีแผนการอะไรเพิ่มเติม โอ๋บอกว่าสวยดี แล้ว ถามกลับมาว่าอยากไปไหม ผมก็ตอบไปว่าอยากไปนะ แต่การที่เราบาดเจ็บอยุ่ แล้ว ก็ไม่ได้ซ้อมเลยกลัวจะไปเป็นภาระให้คนอื่นเขา แล้วก็เผลอไปหลับไป . ในเช้าวันรุ่นขึ้นโอ๋ก็ปลุกในทุกๆเช้าเหมือนทุกวัน พร้อมทั้งบอกว่า ตัวเองไปสิเดี๋ยวที่ร้านเค้าจะดูแลแทนให้ไม่ต้องห่วงอะไรไปพักผ่อนและเที่ยวให้สนุกเพราะใน 1 ปี จะมีสักครั้งที่ผมได้หยุดพักแบบเต็มๆ ก็ตอนผมได้ไปทริปต่างประเทศนี่ละแถมไปเก็บเกี่ยวบรรยากาศรูปสวยๆมาเขียนบรรยายความรู้สึกให้เพื่อนๆ ลูกค้าได้อ่านกัน ถือว่าเป้นประสบการณ์ที่หลายๆคนถวิลหานะ ผมก็โอเค ไปนะ พร้อมทั้งโทรบอกพี่ป๊อบว่าโอเคผมไปด้วย เอกสารการเดินทาง Visa ผมพร้อมแล้วที่ทำไว้ปีที่แล้วยังไม่หมดอายุ เลยไม่ต้องเร่งรีบอะไร แถมทริปนี้มีพี่หนุ่ย ซี้เก่าจากปีที่แล้วไปด้วยกัน แล้วก็เป็น Roomate กันเหมือนเดิมด้วยน่าจะโอเคนะในใจคิด แล้วเวลาก็ผ่านไป ก่อนวันเดินทาง 2 วันผมพึ่งได้มีโอกาสเตรียมของเตรียมตัวที่จะเดินทาง แต่ของที่มีอยู่เรียกว่าไม่ต้องหาใหม่สบายๆมีครบ ปีนี้เน้นมาม่า หมูทุบ หมูสวรรค์ กล้วยตาก ไปเต็มอัตรา ประสบการณ์จากปีที่แล้วที่กินไม่ได้เลยอยู่ได้ด้วยผลไม้ และ น้ำผลไม้ แต่ปีที่แล้วไม่กี่วันเอง ปีนี้ยาวต้องตุนเสบียงรบเยอะๆหน่อยหลังจากที่โอ๋จัดกระเป๋าให้เสร็จผมเองก็มีหน้าที่ซักรองเท้า หมวก แว่น ชุด สำหรับปั่นที่อิตาลี พร้อมทั้งเตรียม Power Gel ไปแบบเต็มอัตราคิดว่าเป็นไงเป็นกันไหวแค่ไหนเอาแค่นั้น ไหนๆก็ไหนๆแล้วมานั่งกลัวให้เสียโอกาสเปล่าๆ พร้อมทั้งเดินหน้าทำงานต่อ ก่อนวันเดินทางก็รู้สึกเหงาๆนะ เพราะตั้งแต่ที่โอ๋ต้องออกจากงานมาผมเองก็เรียกว่าตัวติดกันไปไหนไปกัน ถึงขั้นกินอะไรไม่ค่อยลงเลยล่ะ แต่ก็ไม่ได้บอกโอ๋เพราะกลัวจะใจหายเหมือนที่ผมเป็นอยู่เหมือนกัน ^_^ ไหนๆจะไปแล้วก็ขอไปแบบหล่อๆหน่อยละกัน 55 ยังแอบมีเชิงอีกนะ ผู้ชายก็แบบนี้อ่ะเนอะปากแข็ง มีมาดตลอดผมมั่นใจเป็นกันทุกคนแหละ คืนวันเดินทางโอ๋อยากไปส่ง พ่ออยากไปส่งแต่ผมเลือกให้โอ๋เป็นคนไปส่งเพราะหลายทริปแล้วที่ไม่ได้ไป เพราะเช้าต้องทำงาน แต่ตอนนี้มาช่วยดูแลที่ร้านแล้วก็ไปส่งได้สบาย ไม่ต้องกังวลอะไรละเดินทางถึงสวุรรณภูมิก็ถ่ายรูปเก็บไว้เป้นที่ระลึกก่อนเดินทางสักรูปนั่งคุยคุยกันสักพักก็เดินไปเช็คอินรอคนที่จะเดินทางไปทริปนี้ด้วยกันมารวมตัวกัน แต่เหลือแค่ผมที่มาเช็คอินช้าสุด คนอื่นๆ เข้าไปด้าสนในกันหมดแล้ว แต่ยังมีเวลาผมจึงยืนรอพี่ป๊อบที่ไปส่งแฟนและกำลังจะเดินกลับมาเพื่อเข้าไปด้านในพร้อมกับผม หลังจากผมบอกลาโอ๋ กับ ดิว ก็ถึงเวลาเข้าไปด้านในก่อนเดินทางในค่ำคืนนี้ในแบบ 6/3/6 คือ นั่งเครื่อง 6 ชั่วโมง รอต่อเครื่อง 3 ชั่วโมง แล้วก็เดินทางอีก 6 ชั่วโมงเพื่อไปลงที่ Venezia ประเทศอิตาลีระหว่างที่อยู่ที่ดูไบ แก้เบื่อเดินหาอะไรเล่น แล้วก็นั่งรอหน้าเกต กับ พี่หนุ่ย 2 คน เลยถ่ายรูปเล่นสักหน่อย พลังของ 10 วิยังคงมีอยู่จริง แถมมีอินเตอร์เนตแล้ว รีบส่งข้อความหาโอ๋ทันทีด้วยความคิดถึง ปกติโอ๋จะเป็นคนที่คอยสั่งโก้โก้ให้ผมเลยส่งให้โอ๋ดูบ้างชื่อน่ารักๆจากพนักงานที่ดูไบเขียนให้ แล้วก็ส่งอาหารมื้อแรกให้ดู Shack Burger เจ้าประจำความสนุกของอาหารทริปนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วพร้อมทั้งหัวเราะกันตามประสา เพราะโอ๋รู้ว่าผมไม่ชอบทานพวกนี้อยู่แล้ว แต่ต้องเจอแบบนี้ตลอด 10 วันแน่ๆ 555  หลังจากถึง Venezia แล้วก็มีรถจากทีมงาน One More Ride ไกด์นำทัวร์ของทริปนี้มี 2 คนในวันแรก คือ Andre และ Christian มา Pick Up พวกเราจากสนามบิน Marcopolo เพื่อเดินทางไปรับรถจักรยานคันใหม่ที่ Pinarello Factory เมือง Treviso เรียกว่าไม่ทันได้พักก็เดินทางต่ออีก 1 ชั่วโมงทันที อ่ะเป็นไงเป็นกันขอนั่งหน้าแล้วกันนะผมเมารถง่าย แถมอากาศในเมืองจัดว่าร้อน 27-30 องศาต้องมี แดดเปรี้ยงๆ แต่แปลกที่ไม่เหนียวเหนอะหนะแบบบ้านของเราแหะหลังจากนั่งรถเปิดกระจกไปเพราะแอร์บ้านเค้าแม่มไม่เย็นเลย เหมาะแก่การเมารถมากๆ มองทางชมวิวแก้เมารถไปสักพัก ก็ถึงแล้วโรงงาน Pinarello พวกเราก็เดินเล่นกันสักพักชมบรรยากาศของโรงงานพร้อมทั้งเจอรถคันที่ Chris Froome ขี่ฉลิงแชมป์ Giro 101 ที่ผ่านมาก็รวมตัวกันถ่ายรูปหน่อยละกัน พวกเราเดินเล่นกันสักพักก็ได้เวลารับรถคันใหม่ที่จะใช้ปั่นในทริป Italy ครั้งนี้แว้วเป็น Pinarello Dogma F10 Disc Brake GFP18 Edition สีเฉพาะงานแข่ง Lapina ปีนี้เท่านั้น สวยสมใจผมที่เป็นคนชอบสีฟ้าอยู่แล้วด้วย อีกอย่างผมว่าหลังจากนี้รถ Disc Brake น่าจะกำลังมาละแต่อาจจะไม่ได้ไวมากมายแต่ส่วนแบ่งการตลาดจะเริ่มเยอะขึ้นอย่างแน่นอนพวกเราเลยหามาลองก่อนจะได้บอกลูกค้าได้ถูกถึงฟีลลิ่ง และ สมรรถนะของการเบรคที่เรียกว่าดีกว่า เบรคก้ามปูค่อนข้างชัดเจน ระหว่างรอ Andre กับ Christian แพครถพวกเราเตรียมเดินทางสู่ Dolomites อีก 3 ชั่วโมงพวกเราทั้งล้า ทั้งเพลียก็ต้องบอกว่า หิวกันจนโหยเลยก็ว่าได้ สอบถาม Andre แล้วว่าใกล้ๆมีร้านขาย กาแฟอยู่ Andre จังให้พวกเราไปพักผ่อนและเติมอาหารกันหน่อยระหว่างรอเวลาอาหารมื้อแรกของผมคือ Salad เนื่องจากดื่มกาแฟไม่เป็นเหมือนคนอื่นเขา หลังจากเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมงระหว่างนี้พวกเราคิดว่าน่าจะพักผ่อนก็จนพอแล้ว แถมรถทั้งหมดแพคเสร็จแล้วก็เตรียมเดินทางเข้าสู่เทือกเขาได้ ระหว่างทางผมนั่งรถไปกับ Christian บอกว่าตอนนี้ร้อนนะ แต่อีกสักพักในเขตของ Dolomites จะเริ่มหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ ให้เตรียมเสื้อกันหนาวไว้ก็ดี ผมมีอยุ่ในเป้อยู่แล้วเลยไม่ได้กังวลอะไรที่กังวลคือ เขาอีกแล้วหรอ เมารถแน่นอน หลังจากที่เดินทางกันทรหดกว่า 20 ชั่วโมงของการนั่งรถ นั่งเครื่องบิน พักผ่อน เราพวกเราก็มาถึงที่หมายแล้ว ทุกคนแยกย้ายไปทานอาหารเย็น ผมเองขอตัวอาบน้ำพักผ่อนซดมาม่าดีกว่า จะได้หายเมารถตลอดระยะเวลาเดินทางกว่า 3 ชั่วโมงมันช่างยาวนานเหลือเกินเรียกว่าหมดไส้หมดพุงกันเลยทีเดียว โรงแรมแรกที่พวกเราจะพักกันเป็นเวลา 2 คืน 3 วัน ห้องสวยน่ารัก บรรยากาศดี ไม้สนดูแปลกตาเหมาะแก่การพักผ่อนของพวกเราจริงๆ ขณะนี้เวลา 21.30น. ของอิตาลีท้องฟ้ายังมีแสงแดดลอดออกมาอยู่เลยแต่ความเหงานั้นเริ่มคืบคลานเข้ามา แต่ความเหนื่อยล้านั้นมาเต็มกว่าผมเลยเตรียมอาบน้ำนอนเพราะพรุ่งนี้เช้ามีศึกใหญ่รออยู่ เรียกว่า ตื่นปุ๊บพวกเราก็มีปั่นกันตั้งแต่วันแรกเลย แถมวันแรกมีไต่กว่า 2300m ด้วยสนุกละสิสำหรับคนไม่ได้ซ้อมอย่างผม แต่มาแล้วได้แค่ไหนเอาแค่นั้น วันแรกเรียกว่าหลับมายาก อ่อนล้ามาขนาดนี้ หลับยาวๆ (เวลาของอิตาลีจะห่างกับบ้านเราประมาณ 5 ชั่วโมงในช่วงฤดูร้อน)

เช้าวันที่ 1 ของการปั่น Route – Passo Gardena -> Passo Compolongo -> Passo Pordoi -> Passo Sella ระยะไต่ 2,320m พวกเรารับฟรังบรีฟจาก Andre ก่อนจะเริ่มปั่นกันตอน 10.00น. ผมยังจำได้ดีที่ Andre ได้พูดออกมาว่า ณ ตอนนี้ทุกคน Like a star ได้ใส่ชุดเท่ๆ ได้ขี่รถแพงๆดี แต่ความจริงบนเขาลูกที่พวกเรากำลังจะปั่นไปนั้นมันโหดร้าย แต่ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนทำได้ แต่ในใจผมคิดว่า ผมทำได้นะ แต่ก็คงไม่สุดเส้นทางตลอดระยะทาง 70km ที่เรากำลังจะปั่นแน่นอนแต่หวังว่าจะทำได้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะสามารถทำมันได้พร้อมทั้งยิ้มหัวเราะเฮฮากันไป  พี่นุ พี่เอ พี่เห่า สมาชิกทีม VSBS กับแอคชั่นเท่ๆ หลังจากถึงจุดพักแรก เฮียแอ๊ดหนึ่งในสมาชิกทีม VSBS อีกคนชายที่ผมให้ฉายาว่าเฮียแอ๊ดสุดโหดชายผู้ที่นั่งย่ำ นั่งควงขาโดยที่ไม่มียืนโยกใส่ให้เห็นเลยแต่เฮียแกก็สามารถไปได้เรื่อยๆ โดยไม่มีอาการอ่อนล้าให้เราเห็น น้องพิณสมาชิกทีม BG ก็มาร่วมทริปนี้ด้วย พี่เอกับแอคชั่นเท่ๆ มันๆค่อยๆ คืนคลานมาแบบเต่า แต่แบบว่าเอิ่ม ทุกคนหายไปไหนกันหมด ไม่เป็นไร ปั่นต่อเดี๋ยวก็เจอผมชอบรูปแนวตัดพับแบบนี้นะถือว่าเป็นความทรงจำดีๆที่ผมเก็บไว้เลย ตลอดระยะทางความชันเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 7-11% แต่ช่วงพักขาเราจะได้เห็นเลข 5% ถึงแม้จะเป้นระยะที่ค่อนข้างสั้น แต่เรียกว่าสบายขามากเลยทีเดียวสำหรับผมถือว่าโอเคเลยละ อาจจะมีชั้นระดับ 14+  ขึ้นมาให้เห็นบ้าง แต่การทำถนน ตัดถนนบ้านเมืองเค้าผมว่าปั่นสลบายกว่าบ้านเรามากพอดีเลยทีเดียว ช่วงนี้อาศัยใบบุญเก่าล้วนๆ มาแบบช้าๆ แต่เน้นชัวร์ดีกว่า อาการเจ็บหลังยังไม่เริ่มออกมาให้เห็นก็ลุยต่อกันอีกสักตั้งละกัน  สีหน้าอันย่ำแย่ของผม ก็แหงล่ะ ไม่ได้ปั่นมาเลยตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา รอดมาได้ก็บุญแว้ว จุดพักแรกที่เรียกว่ามี Energy Bar , กล้วย ขนม ลูกพีช ผลไม้ต่างๆ ให้ทาน หลังจากนี้จะไหลลงยาวๆ แล้วขึ้นเขามาแล้ว 1 ลูกกับความชัน กว่า 1000m ถือว่าโหดร้ายสำหรับผม หลังเริ่มตึง คอบ่า ไหล่อาการเจ็บๆเริ่มมาผมจึงตัดสินใจพักไว้ก่อนที่ตรงนี้เดี๋ยววันที่เหลือจะไม่สนุก  เริ่มปั่นต่อเดินทางสู่ Passo Campolongo หลังจาก ผ่าน Passo Campolongo ก็มาถึง Hightlight ของวันนี้ Pasoo Pordoi ระยะทางอีกแค่ 13 กม แต่ต้องบอกว่าขึ้นแบบเดียวพับแล้วพับเล่า แถมพวกเราถูกนวดมาจากเขา 2 ลูกแรกมาแล้ว คนนำทัพที่มาเข้ากล้องคนแรกไม่ใช่ใครที่ไหน พี่นุ ไบค์สเตชั่นของเรานั่นเอง พี่ดวงเจ้าของโรงแรมสวัสดี ชายผู้แข็งแกร่งของทริปนี้ก็มาด้วยเช่นกัน  พี่เม้งสายล่าเนื้อกำลังไล่บดขยี้ตามพี่ดวงมาติดๆ พี่หนุ่ย ยืนโยกเพิ่มแรงส่งเพื่อตัดพับขึ้นไปแบบสวยงาม เฮียแอ๊ดตามมาห่างๆ อย่างห่วงๆ พี่บอยมาเรื่อยๆ แต่ถึงทุกที่เช่นกัน พี่ซ้ง กับ น้องชาน 2 พ่อลูกทีมาร่วมทริปนี้ด้วยกัน พี่ซ้งเป็นคุณพ่อของน้องพิณ BG ด้วยนะครับ แต่ใครจะเชื่อว่าพี่ซ้งอายุ60 กว่าแล้ว ยังดูหนุ่มๆ เหมือน 40 ต้นๆอยู่เลย อยากถามเคล็ดลับจริงๆว่าทำอย่างไร ถึงจะได้แบบนี้  พี่เอ มาเรื่อยๆ เช่นกัน ผมตะโกนบอกพี่เอว่า อีก 3 กม สุดท้ายก่อนถึงยอด Pordoi สู้ๆพี่ พี่เอยิ้มตอบ รวมพลก่อนขึ้นเขาลูกสุดท้าย Passo Sella หลังจากนี้รูปจะน้อยมากเนื่องจากเป็นทางที่ค่อนข้างแคบ และ รถสวนเกือบตลอดเวลาเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ สภาพร่างกายของพวกเราแต่ละคนหลายคนยังไหว แต่หลายคนเริ่มมีอาการของความเมื่อยล้าให้เห็นตะคริวเริ่มมา  พี่ป๊อบช่วยดันหลังให้พี่เห่าเพื่อเพิ่มแรงส่งในทางที่ลาดชัน  ถึงยอด Passo Sella พี่หนุ่ย กับแอคชั่นเท่ๆ

Dolomites Video Day 1 : Credit พี่หนุ่ย

สรุปทริปวันที่ 1 : ความสวยงามของบรรยากาศผมให้ 5 ดาว ระดับการไต่ความชัน ถือว่ากำลังสนุก ไม่ถือว่าโหดร้ายจนเกินไปถ้าได้ฟิตซ้อมเต็มๆคาดว่าทุกคนสามารถผ่านได้ อากาศยิ่งสูงยิ่งหนาว คำนี้ใช้ได้จริง แต่แลกมากับวิวทิวทัศน์ที่เรียกว่าแปลกหูแปลกตา อากาศสดชื่นสูดได้เต็มปอด ความสนุกแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ Andre แข็งแกร่งมากนี่ขนาดไม่ใช่ช่วงที่ดีที่สุดของเค้าแต่เรียกว่าน่าจะจัดจ้านที่สุดในทริปครั้งนี้ แถมทุกคนที่ได้ไปในทริปนี้ผมว่าทุกคนเป็นคนที่รักการปั่นแบบเข้าเส้นกันจริงๆ คุยกันถูกคอ และ ลงตัวได้อย่างง่ายดาย ไม่มีใครถือตัวเลย ผมเองที่เป็นผู้น้อยที่สุดของทริปนี้รู้สึกเลยว่าสนุก และ อินไปกับมันสุดๆ พาร์ทที่ 1 ผ่านไปแต่ยังมีอีกหลายวันที่ผมอยากจะถ่ายทิดให้พวกเราได้รับชมกัน ขอบคุณบริษัทโปรไซเคิลอีกครั้งที่จัดทริปดีๆแบบนี้ วันแรกสนุกมากครับ ความสนุกของวันรุ่งขึ้นจะเป็นเช่นไรโปรดติดตามตอนต่อไป

โอกาส อยู่ตรงหน้า ถ้าไม่ไขว่คว้า

มันจะผ่านมา แล้วก็ผ่านไป

Facebook Comments