แบ่งปัน

จากเดิมก่อนหน้านี้ที่ทาง Craziebike เคยรีวิว Bolide Hr ตำนาน Pinarello กับสถิติที่ยังไม่เคยถูกทำลาย ในเวลาที่โลกจารึกไว้สำหรับการขี่จักรยานด้วย 1ชั่วโมง ที่ความเร็วที่เร็วที่สุด ยังคงเป็นสถิติโลก (คลิกเพื่ออ่าน) สำหรับ Hour Reccord แต่ในชั่วโมงนี้คงหนีไม่พ้นกระแสที่มาแรงของการเปิดตัวจักรยาน Time trial ที่ใช้ในการแข่งขัน ไตรกีฬา (Triathon) ของค่ายดังจากอิตาลี แบรนด์การันตี Pinarello รุ่นBolide TR และ TR+

เกี่ยวกับ Pinarello 

แต่เดิมประวัติ จักรยานของ Pinarello ก่อตั้งโดย Giovanni Pinarello ตั้งแต่ปี ค.ศ.1922 และตัวของ Nani เองนั้นเป็นคนที่สนใจเกี่ยวกับจักรยานมาตั้งแต่เด็กๆ และ สมัยนั้นก็เป็นยุคฮีโร่ของวงการจักรยานเลยก็ว่าได้ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 Nani ก็สานฝันตัวเองด้วยการลงแข่งงานต่างๆ และ ได้ชัยชนะมากมายหลายรายการอย่างต่อเนื่อง และ ในปี ค.ศ.1951 Nani ได้ตัดสินใจลงแข่งขันในงาน Giro d’italia และก็ได้เสื้อดำมาครอบครอง ซึ่งการได้เสื้อดำหรือ Maglia Nera ( มายา เนร่าในสำเนียง อิตาลี ) สมัยนั้นการได้เสื้อดำนั้นไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย หรือ น่าเหยียดหยามแต่อย่างไร (อ่านฉบับเต็ม) ต่อมาในปี  ค.ศ.1988  Fausto Pinarello (บุตรชาย) ได้เข้ามาบริหารกิจการ และต่อยอดพัฒนาเทคโนโลยีจักรยานและความความสำเร็จธุรกิจ

เกี่ยวกับ Pinarello Bolide  TR และ TR+

ทาง Pinarello เองออกแบบและวิจัยและพัฒนามาจากสิ่งที่สั่งสมมาจาก จักรยานที่ใช้แข่งขันจริงที่ยังคงเป็นสถิติ โลก ทั้งHour reccord และการแข่งขันจักรยาน Time trial ที่ชนะและประสบความสำเร็จมากจาการแข่งขัน Giro d’Italia, Tour de France และ Vuelta a Espana นอกจากนี้จากการแข่งขันไตรกีฬา ในรายการ Ironmanที่ KONA  ผู้แข่งขันนามว่า Cameron Wurf เดิมทีปีที่แล้ว ขี่ BOLIDE TT ทำลายสถิติที่ KONA แบบถล่มทลาย โดยเร็วกว่าเดิมถึง 5 นาทีในช่วง Bike Split ที่เวลา 4:12:54 ชั่วโมง ซึ่งทาง Pinarello เองพัฒนาในรุ่น Bolide  TR และ TR+ เพื่อก่ีแข่งขันไตรกีฬานี้โดยเฉพาะ ทำให้ในปีนี้Cameron คนเดิม เพิ่มเติมที่เปลี่ยนจักรยานใหม่ สามารถทำเวลาได้เร็วยิ่งขึ้นกว่าอีกเกือบ 4 นาที โดยจบด้วยเวลา 4:09:06 ชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าแชมป์ KONA คนปัจจุบันเกือบ 7 นาทีเต็ม!!!

Triathlon Geometry

แต่เดิมด้วยกฎข้อบังคับของการแข่งขันด้านไตรกีฬามีข้อบังคับหรือกฎระเบียบที่เข้มงวด ทำให้หลักการและเทคโนโลยีการออกแบบถูกบังคับด้วยข้อจำกัดดังกล่าว แต่การออกแบบของ Pinarello Bolide  TR และ TR+ ถูกคิดค้นและออกแบบมาให้ผู้ปั่นหรือนักกีฬาให้ขับขี่หรือปั่นในระยะไกลๆ เพื่อรักษาองค์ประกอบของอากาศพลศาสตร์

Geometry Pinarello Bolide  TR และ TR+ ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับไตรกีฬา ท่อคอ ยาวขึ้นกว่า BOLIDE TT 35 มิลลิเมตร ทำให้นั่งได้สบายขึ้นโดยไม่สูญเสียความแอโร่เมื่อนำมารวมกับแฮนด์ตัวใหม่ที่ออกแบบมาให้สามารถปรับความสูงที่รองศอกได้มากถึง 40มิลลิเมตร + 10มิลลิเมตร พร้อมกับท่อคอที่มีขนาดใหญ่ขึ้นทำให้รู้สึกมั่นใจและได้รับการตอบสนองที่ดีขึ้นจากจักรยาน BB เลื่อนลงจากเดิม 8 มิลลิเมตร. เมื่อเปรียบเทียบกับ BOLIDE TT ทำให้นั่งสบายกว่าเดิม พร้อมเพิ่มความมั่นใจในการขี่เนื่องจากศูนย์ถ่วงที่ตำ่ลง องศาท่อนั่ง 78 องศา นั่งใกล้ข้างหน้ามากกว่าเดิม เพิ่มแรงกดบนลูกบันได Chainstay สั้นสุดๆที่ระยะ 395 มิลลิเมตร เพื่อความสามารถในการส่งพลังไปยังล้อหลัง และความคล่องตัวขณะเข้าโค้งที่แคบ สามารถใส่ยางหน้ากว้างได้ถึง 700×28 มิลลิเมตร. และขอบล้อความกว้างสูงสุด 30 มิลลิเมตร

โดยจุดเด่นของ Pinarello Bolide  TR และ TR+ ในการออกแบบที่เปลี่ยนแปลงด้านอากาศพลศาสตร์นั้นเพิ่มขึ้น 35 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับ Bolide เดิม ทำให้นักปั่นหรือผู้ขับขี่รู้สึกสบายมากขึ้นเมื่อปั่นในระยะไกล โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงท่านั่ง ไม่มีผลต่อความลู่ลมในเรื่องอากาศพลศาตร์ นอกจากนี้ในการออกแบบหลักๆ ของ Bolide Tr+ ยังลดระยะความสูงของกระโหลกลง 8 มิลลิเมตร  และเพิ่มองศาการนั่งเพื่อให้เหมาะกับรถไตรกีฬาโดยเฉพาะ และคงระยะความยาวของ chain stay 395 มิลลิเมตรเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการถ่ายแรงกระทำสู่การขับเคลื่อนล้อหลังในประสิทธิภาพที่เต็มที่แต่ไม่สูญเสีย องศาหรือทิศทางการมองด้านหน้าขณะที่ก้ม

จุดเริ่มต้นในการพัฒนา Pinarello Bolide TR และ TR+นั้นใช้การพัฒนาที่มีพื้นฐานมาจาก BOLIDE TT และพัฒนาใช้การทดสอบในอุโมงค์ลม โดยคำนวนการไหลของอากาศพลศาสตร์และคำนวนแบบ  CFD

การออกแบบนี้ทำให้ความลึกของตะเกียบหน้าอยู่ในองศาที่ต่างไป ซึ่งการออกแบบนี้ทำให้ส่วนที่เป็น สายเคเบิลต่างๆถูกเก็บและซ่อนไว้ภายในทั้งหมด แต่ยังคงพื้นฐานความชัดเจนในสายเลือดพันธ์แกร่งอย่าง Bolide TT

 

จุดเด่นของการออกแบบ Bolide TR เพิ่ม down tube storage 

การเพิ่มกล่องเก็บพลังงาน ภาษาบ้านๆแต่ได้ใจความว่าการออกแบบกล่องนี้สามารถเก็บ เครื่องมือ หรือ เจล หรือ อาหารพลังงานที่ช่วยให้สามารถหยิบจับ หรือเก็บในระหว่างปั่นได้ง่ายขึ้นแบบครบวงจรมีฝาปิดเปิดด้านบน ทำให้เข้าถึงได้ง่ายทั้งยังช่วยในเรื่องของอากาศพลศาสตร์

จุดเด่นหลักของ Pinarello BOLIDE TR  +

1.THE BEST EXISTING CARBON TODAY

สร้างเฟรมจาก คาร์บอนของบริษัท อAerospace ซึ่งเคลมว่าเป็นคาร์บอนเกรดดีที่สุดที่ใช้เทคโนโลยีการขึ้นรูปแบบใหม่ที่เป็นคาร์บอนที่ใช้ในเทคโนโลยีด้านอวกาศหรือทางการทหารเท่านั้น ทำให้มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงมาก
2.BORN IN THE WIND TUNNEL

ได้รับการออกแบบ และพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์โดยมีพื้นฐานมาจาก Bolide TT ซึ่งเคลมว่าการเพิ่มกล่องพลังงานดังกล่าวมีผลด้านอากาศพลศาตร์อย่างมาก

3.PERFECT BALANCE

BOLIDE TR +ความโดดเด่นหรือจุดขายของถ้าเคยปั่นจะทราบดีว่ามีจุดขายในเรื่อง Balance  ทำให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สติฟตอบสนองแรง และสามารถเพิ่มความเร็วในขณะลงทางลาดชัน

TECHNICAL DETAILS  BOLIDE TR

สรุปรายละเอียดของเทคโนโลยีใน Bolide TR และ TR+ หลักต่างกันในส่วนของเนื้อคาร์บอนที่ TR+  เป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่ใช้TORAYCA T1100G UD with Nanoalloy Technology แต่ใน TR เป็นประเภท UD700 ซ่อนสายเคเบิลไว้ด้านในเหมือนกันทั้งสองรุ่น ใช้กระโหลกเกลี่ยวอิตาลีตามสไตล์ Pinarello ใช้แกนปลด12 มิลและรองรับใบดิสขนาด 160 รองรับยางได้กว้างสุดถึงขนาด  28

โดยสรุป Pinarello BOLIDE TR  +

ใช้ ​BOLIDE TT เป็นพื้นฐานในการพัฒนา แต่ไม่ได้ถูกจำกัดการออกแบบไว้ด้วยกฎของ UCI ทำให้สามารถพัฒนาจักรยานที่เร็วกว่าโดยไม่ต้องแลกมากับความสบาย โดยตลอดการพัฒนาใน CFD นั้น มีการคำนึงถึง Aerodynamics ของผู้ขี่ด้วยเป็นสำคัญ โดยมีการใช้ dummy รูปคนอยู่บนจักรยานตลอดเวลา เพื่อการวิเคราะห์ความแอโร่ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมพารามิเตอร์กระแสลมเฉพาะของ KONA ในการวิเคราะห์อีกด้วย จากนั้นจึงเริ่มวิเคราะห์ด้วยการปรับพารามิเตอร์ของชิ้นส่วนต่างๆ ในจักรยานโดยกระบวนการ Trial & Error ในห้องแล็บมากกว่าพันครั้ง เพื่อนำมาวิเคราะห์หาทรง และองศาที่แอโร่ที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์โดย CFD นั้นทำให้ Pinarello ได้รูปทรงของจักรยานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดโดยสามารถแยกเป็นส่วนประกอบต่างๆ ได้ดังนี้ ตะเกียบหน้า เมื่อไม่ต้องคำนึงถึงข้อบังคับของ UCI ก็ทำให้สามารถออกแบบตะเกียบหน้าที่ยืดระยะยาวขึ้นกว่าเดิมเพื่อเพิ่มความแอโร่ และมีการปรับ fork flap ให้เหมาะสมกับแกน axle thru เพื่อความแอโร่ ฝาปิดด้านหน้า เนื่องจากเฟรมมีการร้อยในสายเคเบิ้ลทุกเส้น Pinarello จึงออกแบบให้มีฝาปิดด้านหน้าเพื่อเก็บสายทุกอย่างไว้ด้านใน โดยฝาด้านหน้านี้ได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของตะเกียบหน้า ผลลัพธ์ที่ได้คือความแอโร่ที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมซึ่งเป็นผลมาจากทั้งความพื้นผิวที่เป็นชิ้นเดียวกันของฝาปิดกับตะเกียบ และเนื่องจากสายทั้งหลายนั้นอยู่ด้านในเฟรมโดยปราศจากลมที่มากระทบ โมโนสเตย์ ได้รับการออกแบบใหม่หมดจด เนื่องจากเป็นดิสก์เบรคทำให้ไม่ต้องคำนึงส่วนที่จะต้องติดตั้งเบรคด้านหลังท่อนั่งแล้ว ซึ่งถือเป็นการลดข้อจำกัดในการออกแบบลง นอกจากนั้นแล้ว features เด่นๆ ของ BOLIDE TT ก็ถูกนำมาใส่ไว้ใน TR+ ด้วยเช่นกันไม่ว่าจะเป็น Concaved Downtube, Sloping Top Tube และ ตัวยึดหลักอานแบบ TWIN FORCE ดิสก์เบรคแบบ flat mount ขนาด 160 มม. พร้อม Axle Thru ขนาด 12×100 มม ด้านหน้า และ 12×142 มม. ในด้านหลัง พร้อมการซ่อนสายสมบูรณ์แบบตั้งแต่มือเบรคเป็นต้นมา วัสดุ Carbon Fiber T1100G จากผู้ผลิตคาร์บอนอันดับหนึ่งของโลก TORAY ใน TR+ และ T700UD ใน ​TR ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ถึงความแข็งแกร่งของตัวเฟรม พร้อมกับ Pinarello Asymmertric Design Concept ที่ช่วยให้สามารถออกแบบจักรยานได้อย่างแข็งแรงด้วยน้ำหนักที่น้อยลง กล่องใส่อาหารและสัมภาระ กล่องบนท่อบน ทำจากวัสดุประเภทยางที่ทำให้สะดวกต่อการใส่ และหยิบของที่อยู่ข้างในซึ่งยึดติดแน่นอยู่กับท่อบนด้วยน๊อตสองตัว ทั้งยังคงความแอโร่ด้วยการออกแบบที่เป็นชิ้นเดียวกันตั้งแต่แฮนด์เป็นต้นมา กล่องสำหรับท่อล่าง ออกแบบมาเพื่อใส่เครื่องมือและอาหาร สะดวกแก่การหยิบ ทั้งยังทำให้การไหลของกระแสลมบริเวณเฟรมด้านล่างดีขึ้นอีกด้วย มีด้วยกันทั้งหมด 4 ขนาดตั้งแต่ 450-485-520-550

GEOMETRY BOLIDE TR

Design Pinarello Bolide  TR และ TR+


Pinarello BOLIDE TR+ – Cameron Wurf – Road to KONA from Pinarello on Vimeo.

“Learn from yesterday, live for today, hope for tomorrow. The important thing is not to stop questioning.”

Dearima CrazieBike

 

 

 

Facebook Comments