แบ่งปัน

First Ride With ELEMNT

กว่า 1500 กิโลเมตร กับการเดินทางไปกับ ELEMNT เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้กับการปั่นของผมเอง วันนี้เลยตั้งใจมาบอกเล่าว่าเจ้า Wahoo ELEMNT ตัวนี้มันเป็นอย่างไรบ้าง กับการใช้งานจริง

เมื่อ Part ที่แล้วผมได้ Review ถึงการทำ Quick Start-Up รวมไปถึงรายละเอียดในการ Setting ต่างๆ ผ่าน Smartphone ซึ่งมองภาพรวมแล้วนั้นง่ายมากๆ ในการทำความเข้าใจ และดูเหมือนจะยิ่งง่ายในการปฏิบัติ ซึ่งก็แปลกในบางมุมเหมือนกัน ที่ว่า “รายละเอียดเยอะ ฟังชั่นเยอะ แต่กลับใช้งานง่ายกว่าที่คิด” นี่เป็นข้อดีอีกข้อ ที่ผมมองว่า สามารถทำให้บรรดา new user ทั้งหลายตัดสินใจเลือกเจ้า ELEMNT ได้ไม่ยาก ส่วนการใช้งานจริงนั้น จะมีข้อดี และข้อเสียอย่างไร ลองไปดูพร้อมๆกันครับ

Boots-Up!!

เปิดเครื่อง ใช้เวลา Startup ราวๆ 15-20 วินาทีโดยประมาณ ในขณะที่ Smartphone ผมเปิด BT รอแล้ว ใช้เวลาไม่นานนัก ทั้ง 2 ก็ sync กัน โดยที่ ELEMNT ได้ Save Device ของเราไว้แล้ว ตั้งแต่ Setting เครื่องครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็น Speed Sensor / รอบขา  รวมไปถึง Power Meter

2

***การ Check ว่า SmartPhone ของเรานั้น Sync กับ ELEMNT หรือยัง ก็ง่ายมากครับ ดูที่ Task Bar ในมือถือเอาได้เลย ถ้า Sync แล้วจะขึ้นว่า “ELEMNT is Connected” ก็แปลว่า sync กันเรียบร้อย หรืออีกทางจะดูใน app ใน Tab Setting ก็ได้เหมือนกันครับ ถ้า sync กันแล้วจะขึ้น Battery % ครับ ก็เป็นอันว่าจบขั้นตอน Boots-Up เพื่อความพร้อมก่อนที่จะออกทริป

3

***ในเมนู Sensors จะแสดงอุปกรณ์และความแรงของสัญญาณที่เราเชื่อมต่ออยู่ทั้งหมด

ผมเคยแอบสงสัยเหมือนกัน ว่าถ้าเราไม่เปิด BT ในมือถือ ไม่เปิด app แล้วเราจะใช้ ELEMNT ปั่นไปแบบนั้นเลยได้ไหม

คำตอบคือ “ได้” ครับ เพราะยังไงก็แล้วแต่  Smartphone เป็นแค่ตัวกลางสำหรับ Transfer ข้อมูลเท่านั้น ไม่ว่าเราจะมี Smartphone หรือไม่ เราก็สามารถออกทริปได้ปกติ ความต่างจะอยู่ที่ตอน Auto Upload ขึ้น Strava หรือ Garmin Connect เท่านั้นเอง ที่เราจำเป็นต้องใช้ Smartphone ในการอัพ เพราะตัว ELEMNT เองมีหน่วยความจำค่อนข้างจะเหลือเฟือในการจดจำ Workout ต่างๆของเรา ในขณะที่เราไม่ได้พก Smartphone อยู่กับตัว

4

 Start!!

เมื่อออกปั่นไปแล้ว Sensor ทั้งหมดทำงานปกติ ส่วน Power Meter ก็ออกจาก Sleep Mode ทุกอย่างราบรื่นเป็นปกติ โดยผมจะ Setting LED ให้อยู่ใน HR Zone Mode (ชอบเป็นการส่วนตัวครับ)

5

หลังจาก ควงขาไปสักพัก ต่อมจับผิดของผมก็เริ่มทำงานต่อ ผมลองสังเกต Speed ใน Data Field ผมรู้สึกว่ามันหน่วงๆ ดูไม่ค่อยจะตรงกับความเร็วที่รู้สึกได้เท่าไหร่ เลยถามเพื่อนข้างๆว่า Speed ตอนนี้เท่าไหร่ เขาบอกมาว่า “ 32 “ แต่ใน Data Filed ผมขึ้นที่ “31”

6

*** Speed Sensor ตาม Manual แนะนำให้ติดที่ดุมล้อหน้านะครับ

7

*** Cadence Sensor แนะนำให้ติดที่ขาจานฝั่งตรงข้ามใบจานครับ

ตอนแรกผมเดาว่า น่าจะเป็น Refresh Rate ของตัว Speed Sensor ซึ่งเป็นระบบเดียวกันกับแบรนด์ดังที่ผมเคยใช้ ซึ่งก็มีปัญหานี้เหมือนกัน แต่จากที่ปั่นมาพักใหญ่ๆ โดยตั้งใจจับผิดเจ้า Speed Sensor แบบจริงๆจังๆ ก็พบว่ามันไม่ได้เลวร้ายนะครับ 90% คือ ตรง อีก 10% มี ดีเลย์นิดหน่อย (แต่อยู่ในเรทที่รับได้ครับ) แต่สำหรับนักปั่นที่ไม่มีที่ว่างให้คำว่าผิดพลาด ผมแนะนำให้ใช้ GPS เลยครับ น่าจะตรงกว่า แต่ก็ต้องแลกกับการกิน Battery มากขึ้นกว่าเดิมด้วยนะ สำหรับสาย Racing ไม่น่ามีปัญหาอยู่แล้ว เพราะปั่นไม่ได้ไกลมาก แต่สำหรับสาย Touring แนะนำให้ใช้ Speed Sensor ดีกว่าครับ เพราะข่วยยืดอายุ Battery ได้อีกพอสมควรเลย ส่วนตัวผมเวลาปั่น ดู Watt เป็นหลักครับ เลยไม่ค่อยจะเดือดร้อนเท่าไหร่

 **Tip Wahoo ELEMNT สามารถใช้กับขาไมล์ Garmin หรือ K-Edge ได้นะครับ (ต้องหมุนฐานเมาท์) แต่ถ้าใช้กับขาไมล์ Garmin จะหลวมนิดๆ เวลาหมุน แต่ก็ล็อคได้ดีในระดับหนึ่งครับ แต่แนะนำให้ใช้ขาไมล์ของ Wahoo เองดีกว่าครับ ล็อคแน่น มั่นใจ แถมหล่อไม่แพ้กัน

8

***ความคมชัดของหน้าจอ ELEMNT กลางแดด

หน้าจอ ELEMNT เป็นแบบ Dot Metric ความละเอียดสูง และให้ค่า Contrast สูงมาก ซึ่งมีประโยชน์ในการมองหน้าจอเวลาที่แดดจัดๆ

ส่วนตัวผมว่ามองได้ชัดเจน และจำนวนช่อง Data Field ขนาดใหญ่สูงสุด 10 ช่อง (Firmware ตัวใหม่กำลังจะปรับให้เป็น 12 ช่องนะครับ) ซึ่งมากพอที่จะใส่ ข้อมูลที่จำเป็นในการปั่น และสามารถเพิ่มหน้า Custom ได้อีก (รายละเอียดการเพิ่มอยู่ใน Part 1)

ในส่วนที่ผมชอบใน Data field ที่ผมคิดว่า Wahoo ทำการบ้านมาดี คือตัวเลขบอกระยะทางครับ ในกรณีที่เราปรับ Data Field เต็ม 10 ช่อง กับการปั่นระยะทางเกิน 100km.  ELEMNT ก็ยังจะแสดงจุดทศนิยมให้เห็นเหมือนเดิม เช่น 115.8km (เพราะช่วง 100km+ กว่าจะผ่านไปแต่ละกิโลเมตรมันช่างยาวนานจริงๆ 555)  ส่วนเรื่องกันน้ำได้ดีแค่ไหน ผมคงตอบได้ว่าดีในระดับที่น่าพอใจครับ ปั่นตากฝนได้สบายๆ แต่ยังไม่เคยเอาไปจุ่มน้ำเล่นนะครับ 55555

9

***ในส่วนของการใช้กับ Power Meter ยังไม่เคยเจอปัญหาใดๆนะครับ การ Transfer สัญญาณและข้อมูลทำได้รวดเร็วเป็นที่น่าพอใจ

Battery

เบื้องต้นทาง Wahoo เคลมว่า เมื่อชาร์จเต็ม สามารถใช้งานได้ 12-14 ชั่วโมง ผมมองว่ามันนานพอสมควรเลยนะ แต่จะทำได้จริงไหม

ไอ้เราเองก็ไม่มีเวลาไปปั่นขนาด 12 ชั่วโมง++ ซะด้วยสิ เลยลอง Test ที่ระยะ 150km ก่อนละกัน หลังจบทริป ใช้เวลาปั่นจริงๆ ราวๆ 5 ชั่วโมง และเวลารวมทั้งหมดราวๆ 7 ชั่วโมง (รวมพักแบบเปิดเครื่องทิ้งไว้) เปิดใช้งานแบบ Full Function ความเร็ว/รอบขา/Power Meter / LED / GPS หลังจากจบทริป Battery เหลือ 54% ซึ่งผมแอบตกใจเล็กน้อยว่า ELEMNT ประหยัด Battery กว่าที่ผมคิดไว้มาก อย่างน้อยๆน่าจะปั่นอีก 5-6 ชั่วโมงแน่ๆ ซึ่งมานั่งคำนวณเล่นๆ ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ELEMNT สามารถปั่นได้ 200-250km ได้เลย ใน Mode Full Function แต่ถ้าปิด LED และไม่ได้ใช้ Power Meter ผมคิดว่าน่าจะไปแตะ 300km ได้ไม่ยากต่อการชาร์จ 1 ครั้งครับ …อึด ถึก ทน ใช่มั้ยล่ะ 55555

 LED Signal

ต้องเรียกว่าเป็นลูกเล่นใหม่ ของวงการ GPS Computer กันเลยก็ว่าได้ ซึ่งมันอาจจะจำเป็นหรือไม่จำเป็นก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการใช้งานของ User เป็นหลักครับ เพราะ LED จะจำเป็นมาก ถ้าเราปั่นใน Mode Climbing หรือ เปิด Map GPS เพราะในโหมด Climbing ที ELEMNT Set มาให้นั้นจะมีแต่ Data Field ที่จำเป็นในการไต่เขาจริงๆ เช่น กราฟความชัน / Grade / Watts เป็นต้น หรือในโหมด GPS หน้าจอจะมีแค่ ความเร็วและ Map เท่านั้น ดังนั้น LED มันก็คือ Data field ช่องนึงนั่นแหละครับ ที่จะแสดงการกระพริบในรูปแบบต่างๆ เพื่อช่วยบอกเราอีกทางหนึ่ง ซึ่งผมมองว่ามีประโยชน์มากครับ ถ้าเรารู้จักใช้

10

เมื่อถึงเวลาพา ELEMNT ไปไต่เขา

12

ในส่วนนี้ผมมาเพื่อจับผิดสัญญาณ GPS กับการวัด Grade เต็มที่เลย เพราะไมล์เก่าผมทำได้ไม่ค่อยน่าพอใจนัก ในส่วนทั่วๆไป ก็ไม่ต่างจากการปั่นทางราบปกตินะครับ แต่ที่น่าสนใจคือ กราฟความชันใน Data Field ในหน้า Mode Climbing ที่ ELEMNT ให้มาจากโรงงาน

13

*** Data Field ใน Mode Climbing จะมีกราฟแสดงและบันทึกความชันที่เราปั่นผ่านมา

ส่วนนี้มีประโยชน์มากครับ ถ้าเราทำการบ้านมาก่อนจะไปไต่เขาสักที่นึง อย่างเช่นดอยอินทนนท์ ที่ต้องใช้การเตรียมตัวที่ดีมากพอ ถึงจะปั่นจบได้ ประโยชน์ของมันคือการ Upload Guide Map ของคนที่ไปมาแล้วมาเป็น Guide ในห้าจอของเราได้เลย ซึ่งในกราฟจะบอกเป็นรูปความชันเลยครับ ว่าเนินต่อไปชันแค่ไหน เพื่อการเตรียมตัว Manage แรงไว้ดันเนินต่อไปให้รอด ในส่วนนี้ผมเองคงได้ใช้แน่นอน เมื่อถึงทริป ดอยอินทนนท์ครั้งต่อไป

อีกเรื่องที่ผมประทับใจคือ ความเที่ยงตรงของการวัด Grade ครับ วัดได้แม่นยำมาก และที่สำคัญมีจุดทศนิยมบอกด้วย เช่น Grade 11.5% ทีนี้ก็รู้แน่นอนแล้ว ว่าเราดันเนินอยู่กี่ %

ในส่วนของสัญญาณ GPS ที่ผมไปเทสมาที่ “เขาใหญ่” ก็ทำได้ดี ไม่มีหลุด ไม่มีหายครับ มั่นใจได้เลย

 Live Segment

เมื่อบัญชี  Wahoo ของเรา Sync กับ Strava เพียงเท่านี้เราก็จะได้สนุกไปกับการตามล่า KOM แล้วครับ เมื่อเราปั่นถึงจุดทำ KOM จะมีการแจ้งเตือนบอกครับ จากนั้นก็ซัดได้เลย แล้วหลังจากจบ Segment ก็จะทราบทันทีครับ ว่าเราทำเวลาได้เท่าไหร่  และจะมีไฟ LED ช่วยเตือนและบอกสถานะด้วยครับ ว่าเราทำเวลานำหรือตาม KOM เดิมอยู่

14

Workout Finish

อีก 1 ความสะดวกสำหรับขา Strava ครับ เมื่อเราปั่นจบ Trip แล้ว กด Finish Workout เรียบร้อยแล้ว ELEMNT จะส่งข้อมูลการปั่นไปยัง Smartphone เราทันที (เปิด BT ด้วยนะครับ) รยะเวลาการ Transfer จะขึ้นอยู่กับความแรงสัญญาณ BT และ Workout Detail ด้วยนะครับ ในกรณีที่ปั่นมาไกลระดับ 200 km.+ และใช้ Power Meter ด้วย ขนาดของ Workout จะใหญ่หน่อย อาจต้องใช้เวลานานตามลำดับครับ หลังจากที่ Transfer ข้อมูลมายัง Smartphone เรียบร้อยแล้ว app ELEMNT จะ upload ไปยัง site ที่เรา Sync ไว้ทันทีครับ และเราสามารถดูข้อมูลการปั่นทังหมด โดยละเอียดผ่าน มือถือเราได้ทันที ซึ่ง interface ของ Detail การปั่นก็ทำมาให้ดูง่าย และโชว์เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นมาครบๆกันเลยครับ

15

Firmware Update

จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และการเพิ่มขึ้นอยางรวดเร็วของจำนวนชาว Wahooligans ทางผู้ผลิตก็ได้เปิดรับ Comment จากผู้ใช้ทั่วโลก รวมทั้งปัญหาจากการใช้งานของ user ทั่วไปจนไปถึงระดับโปร ทำให้การ Update Firmware ของ ELEMNT มีมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Fiirmware ของตัว ELEMNT เอง รวมไปถึง Speed / Cadence Sensor และสาย Heart rate TRICKR เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการใช้งาน และที่เจ๋งสุดๆ ก็คือ Interface ใน Application ELEMNT ก็ได้ถูกปรับแต่งและแก้ไขให้สวยงามขึ้นตลอดเวลา ตรงจุดนี้ผมประทับใจมากครับ กับการความเอาใจใส่ของทีม Wahoo

16

***การ Update Firmware สามารถทำได้ 2 ทาง คืออัพจากตัวเครื่อง ELEMNT หรืออัพเดทจาก Application ใน Smartphone แล้วแต่ว่าเราจะสะดวกอัพจากไหน โดยการ Update จะต้องอัพเดทผ่าน Wifi เท่านั้น (แนะนำให้อัพผ่าน wifi ที่สัญญาณแรงนะครับ)

ทั้งหมดนี่เป็นข้อมูลการใช้งานจริงทั้งหมดที่ผมทดสอบในระยะทางกว่า 1500 กิโลเมตร ในส่วนตัวผมเอง ELEMNT ค่อนข้างตอบโจทย์ผมได้ครบทุกความต้องการครับ ใครที่ยังหา GPS Computer หรือกำลังจะมี Plan เปลี่ยน ลองให้ ELEMNT เป็น 1 ในตัวเลือกดูนะครับ

ขอบคุณ CrazieBike สำหรับข้อมูลและเอื้อเฟื้อทริปสำหรับทดสอบ

ขอบคุณภาพสวยๆจาก บีซี แม็กกาซีน

NJ Krise

13619869_1085087874899528_8577041515717901398_n

 

 

Facebook Comments